เรื่องสั้น-ดักไซแห้ง ดักไซแห้ง สำหรับที่นี่,เดือนพฤศจิกายนนับเป็นช่วงเวลาที่เลวร้าย สภาพอากาศค่อนข้างแย่ ทั้งลมและฝนจะแวะมาเยือนอยู่ไม่ขาด เหมือนอย่างเช่นวันสองวันนี้ฝนสาดเม็ดลงมาอย่างหนักทำให้ตลาดซบเซา ผู้คนหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ผักปลาที่เคยขายดิบขายดีกลับขายไม่ออก ร้านรวงสองฝั่งถนนที่ทอดยาวมาจากสถานีรถไฟ แทบทุกวันจะมีลูกค้ามาจอดรถซื้อของเต็มหน้าร้าน แต่ทว่าวันนี้กลับเงียบหายเหมือนตลาดร้าง โดยเฉพาะร้านทำป้ายที่รกรื้อเหมือนรังหนูของชายคิ้วต่ำตรงมุมถนนสามแยกนาสาร ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะปรกติลูกค้าก็มีน้อยอยู่แล้ว พอโดนพิษฝนถล่มเข้าอย่างนี้ สองผัวเมียเจ้าของร้านก็แทบจะต้องแบกจอบไปขุดดินกินไส้เดือนแทนข้าวกันเลยทีเดียว เดือนนี้เธอจ่ายค่าไฟหรือยัง? เสียงร้องถามมาจากครัวหลังร้าน พร้อมกลิ่นผัดกับข้าวหอมฟุ้ง จะเอาที่ไหนไปจ่าย ชายคิ้วต่ำนั่งกางหนังสือพิมพ์อ่านคอลัมน์เก่า ๆ อยู่ที่โต๊ะบัญชีหน้าร้าน ร้องตอบเมียเสียงดัง แม้เขาจะไม่เห็นหน้าหล่อน... แต่เขาก็รู้--เมื่อหล่อนได้ยินก็คงจะยิ้ม หรือไม่ก็หัวเราะคิก ๆ อยู่คนเดียว เพราะเดือนที่แล้วก็เป็นแบบนี้... เขาขาดรายได้จนไม่อาจชำระค่าไฟตามกำหนด พนักงานตัดไฟจึงถอดมิเตอร์ไปเก็บไว้ที่สำนักงานไฟฟ้าเสียหลายวัน ขนาดเดือนที่แล้วยังพอมีงานอยู่บ้าง ก็ยังไม่แคล้ว... เมียเขาว่า เดือนนี้ผ่านมาเกือบสิบวัน งานใหญ่ก็ยังไม่เข้ามาสักชิ้น มันจะรอดไปได้เร้อ? ฮ่า ๆ ชายคิ้วต่ำได้ยินเสียงเมียหัวเราะ เขาก็พลอยหัวเราะไปด้วย! ทุกวันนี้ภายในร้านทำป้ายอันซอมซ่อของเขาก็เหลือเพื่อนร่วมทุกข์สุขแค่หล่อนคนเดียว แม้จะอัตคัดขัดสนอย่างไรหล่อนก็ยังยืนหยัดอยู่ไม่หน่าย นอกจากช่วยเหลือการงานอย่างแข็งขัน ก็ยังทำหน้าที่แม่บ้านอย่างไม่บกพร่อง หล่อนช่วยเขาซักผ้าหุงข้าวและทำกับข้าวให้เขากินไม่เคยปริบ่น แม้วันไหนตู้กับข้าวภายในครัวจะว่างโหวงเหวง น้ำปลาไม่มี น้ำมันพืชไม่มี พริกแห้ง หอม กระเทียมสักหยิบมือก็ล้วนไม่มีอย่างน่าใจหาย.. หล่อนก็อุตส่าห์ขอดโน่นขอดนี่เอามาพลิกแพลงจนกลายเป็นกับข้าวกินกันตายกันได้เสมอ โดยเฉพาะไข่เจียวน้ำประปา ของหล่อน ชายคิ้วต่ำคิดว่า น้อยคนนักที่จะมีวาสนาลิ้มลองรสชาติอันขมขื่นของมัน สองผัวเมียตะโกนหยอกล้อเรื่องบิลค่าไฟผ่านไปสักพัก อาหารมื้อแรกที่มักกำหนดฤกษ์ยามในเวลาเที่ยงวันก็เสร็จเรียบร้อย ฝ่ายเมียจึงเรียกผัวที่นั่งถ่างตาดักไซแห้งอยู่หน้าร้านให้เข้าไปกินข้าวด้วยกัน หลังตักข้าวคำแรก... ชายคิ้วต่ำถามเมียว่า สว่านกระแทกของเราตัวนั้น เที่ยวที่แล้วโรงจำนำให้ราคาเท่าไหร่ คิดจะจำนำเครื่องมือหากินอีกละสิ? เมียของเขาย้อนขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ถ้าเอาเธอไปแทนได้ก็ว่าไปอย่าง ชายคิ้วต่ำพูดยิ้ม ๆ แต่นี่-แก่ก็แก่-แถมฟันน้ำนมก็หลุดไปตั้งหลายซี่ ขืนพาเข้าโรงจำนำเขาก็ถีบออกมานะสิ ฮึ ดูถูก! เมียเขาค้อน ถ้าเมื่อก่อนรู้ว่าต้องอด ๆ อยาก ๆ อย่างนี้ ฉันจะไม่หอบผ้าหนีตามให้โง่หร็อก ฮา ฮา ฟังเมียพูด ชายคิ้วต่ำหัวเราะเสียงลั่น นึกถึงสมัยหนุ่ม ๆ ตอนที่เขาและเพื่อน ๆ ไปห้อมล้อมเวทีประกวดนางสงกรานต์ และเรี่ยไรเงินกว้านซื้อพวงมาลัยข้างเวทีคล้องคอให้แฟนสาวจนเกลี้ยงกระเป๋ากันทุกคน จนในที่สุดแฟนสาวของเขาก็คว้าถ้วยรางวัลขวัญใจมหาชนมาครองได้สมใจ ก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาทันที อยู่กินกันมาตั้งสามสิบกว่าปี มันน่าจะมีอะไรดี ๆ สำหรับเราสักหน่อย! ชายคิ้วต่ำครุ่นคิดถึงความหลังแล้วถอนหายใจออกมาเหนื่อยหน่าย... จานกับข้าววางอยู่ตรงหน้า หัวปลาทูทอดกรอบกับน้ำพริกแมงดา กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ไม่ต่างจากผักบุ้งผัดน้ำมันหอยที่เขามักแสร้งบอกกับเมียว่า เป็นผักมีวิตามินช่วยบำรุงสายตา เราควรจะกินกันบ่อย ๆ ก็ไม่อาจยั่วน้ำลายให้นึกอยาก...จนเป็นที่ผิดสังเกตของเมีย ปวดฟันอีกละซี? เมียของเขาสงสัย บอกให้ไปหาหมอถอนทิ้งเสียก็ไม่เชื่อ...ปัดโธ่ ถ้าถอนฟรี ฉันไปตั้งนานแล้ว เขาพูดออกไปทั้งที่ไม่รู้สึกปวดฟันเลยสักนิด บัตรสามสิบาทก็มี เมียเขามองตาเขียว ขืนไปนั่งรอเป็นวัน ๆ ก็ไม่ต้องทำงานทำการกันพอดี แม้ไม่ได้ปวดฟัน แต่ชายคิ้วต่ำก็ว่าของเขาไปเรื่อย ทว่าคราวนี้ผู้เป็นเมียกลับเห็นด้วย จริงของเธอ วันนั้นฉันไปประชุม อสม. ที่หอประชุมโรงพยาบาล ฉันเห็นคนไข้มาหาหมอจนมืดฟ้ามัวดิน ทั้งห้องหมอฟัน ห้องฉุกเฉิน ห้องตรวจรักษาโรคทั่วไปที่ตึกหลังแรก มีคนป่วยยืนรอจนล้นออกนอกอาคาร ฉันว่าหมดเวลาราชการสี่โมงเย็น ก็ยังไม่รู้ว่าหมอจะตรวจรักษาพวกเขาหมดทุกคนหรือเปล่า ถ้าหากปวดฟันเหมือนอย่างเธอคงนั่งรอไม่ไหวหรอก ต้องไปคลินิก... นั่นแหละ ฉันถึงว่า อย่างไรเสียสู้หายามากิน แล้วทนนั่งดักไซแห้งอยู่อย่างนี้จะดีกว่า เผื่อใครโผล่มาสักคนเราก็จะได้งาน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ถ้าเขาแวะมาไม่เจอฉัน เขาก็จะไปที่อื่นเสีย ยิ่งเดี๋ยวนี้พวกโรงพิมพ์ก็แย่งงานไปจากเราแทบหมดแล้วไม่เห็นหรือ ป้ายไวนิลของโรงพิมพ์ทั้งถูกทั้งสวย... ใครรีบก็รอรับได้เลย-รอให้เขาพิมพ์แป๊บเดียว แหม! เมียของเขาสูดปาก พักนี้หลับนอนก็ไม่ค่อยฝัน-มันน่าเจ็บใจเสียจริง... เถอะ-เมื่อไหร่ฝันเห็นตัวแดง ๆ แล้วแม่จะซื้อให้น่าดู แต่ฉันกลัวว่าผีที่มาเข้าฝันจะหลอกต้มเอานะซี ผัวหล่อนว่า จริง ๆ นะ ฉันไม่เคยคาดหวังกับเรื่องอย่างนั้นเลย ขอแค่มีงานชิ้นละร้อยสองร้อยเข้าร้านทุกวันฉันก็พอใจแล้ว เรื่องหวยเบอร์จะไปหวังอะไรกับมัน เสียเวลาเปล่า ๆ ซื้อหวยเสียเวลาด้วยเหรอ เมียเขาถาม ฉันเห็นแต่เสียเงินให้เจ้ามือ" ก็เวลาที่นั่งเพ้อฝันยังไงเล่า เปลืองสมองเปล่า ๆ แต่ถึงแม้เธอจะถูกหวยได้เงินมาก็จริง แต่ฉันไม่คิดจะซื้อหร๊อก-ไอ้เครื่องพิมพ์ไวนิลพวกนั้นน่ะ ทำไม? ราคาตั้งเป็นล้าน แล้วกระบวนการผลิตงานก็ยังจะก่อมลพิษทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกต่างหาก... ฮา ฮา สองผัวเมียกินข้าวพลางพูดคุยหัวเราะกันเสียงลั่น อีกสองสามวันข้างหน้าพวกพนักงานไฟฟ้าจะมาตัดไฟถอดมิเตอร์ไปเก็บไว้อีกหรือไม่ เวลานั้นเขาทั้งสองก็ลืมมันสิ้น บนท้องฟ้าเหนือตลาดเมฆฝนยังคงตั้งเค้าอยู่หนาทึบ เบื้องล่าง,ลมเย็นจากทิศเหนือยังโชยมาไม่สร่าง ชายคิ้วต่ำดึงเก้าอี้ที่สอดไว้ในช่องวางเท้าใต้โต๊ะบัญชีออกมานั่ง เอนหลังพิงพนักในท่าสบายเพื่อให้ข้าวเรียงเม็ดสะดวก บนถนนที่มองออกไปจากร้านของเขารถรายังคงเบาบางนับคันได้ เขาคิดว่า ถ้าหากวันนี้ฝนกระหน่ำลงมาหนัก ๆ อีกสักวัน รถราเหล่านี้ก็คงจะหายไปหมด ไหนเลยลูกค้าที่เขาเฝ้ารอจะพลัดหลงมาสักรายสองราย เมื่อเห็นสภาพดินฟ้าอากาศเป็นแบบนี้ ชายคิ้วต่ำก็รู้สึกท้อแท้ ความหวังที่จะได้เงินชำระค่าไฟตามกำหนดดูเหมือนจะห่างหายออกไปทุกที เพราะการรอคอยลม ๆ แล้ง ๆ อย่างนี้ก็ไม่ต่างกับดักลอบดักไซไว้บนบก เหมือนโบราณว่า ดักไซแห้ง นอกจากจะไม่มีปลาตาบอดที่ไหนจะอุตริกระโจนขึ้นจากหนองน้ำมุดเข้าไปแล้ว ไม่แน่,เผลอ ๆ ก็อาจมีเห่านาตัวดำเมื่อมเลื้อยเข้าไปแทนก็ได้ ฝนสาดเม็ดลงมาปรอย ๆ แล้วหยุด... สักครู่ก็เทราดลงมาอีก เป็นอย่างนี้อยู่สองสามลางแล้วทิ้งช่วง พร้อมกับเด็กหนุ่มรายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าร้านทำป้ายของชายคิ้วต่ำ บายดีไหมลุง? เด็กหนุ่มเดินเข้ามาข้างใน แล้วเอ่ยปากทักทายอย่างสนิทสนม บายกับผีอะไร ชายคิ้วต่ำหัวเราะหึ ๆ ไม่มีงานมาเกือบอาทิตย์แล้ว พักนี้ผมก็ว่างเหมือนกัน เด็กหนุ่มว่า ที่ร้านพี่แมวก็ไม่มีงาน เรอะ! งั้นมีปัญหาอะไรอีกล่ะวันนี้? ชายเจ้าของร้านทำป้ายถามเด็กหนุ่มซึ่งอดีตก็เคยเป็นลูกจ้างอยู่กับเขาที่นี่ แม้จะอยู่ได้ไม่นาน แต่ประสบการณ์บางอย่าง โดยเฉพาะงานซิลค์สกรีนเด็กหนุ่มคนนี้ก็จดจำเอาไปประกอบอาชีพได้ เพียงแต่บางครั้งเมื่อเกิดปัญหาจุกจิกแก้ไม่ตก เด็กหนุ่มก็มักจะมาสอบถามชายคิ้วต่ำอยู่เสมอ ตอนนี้เด็กหนุ่มทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายชุดกีฬาที่เจ้าของร้านชื่อแมว หน้าที่ของเขาก็คือถ่ายบล็อกพิมพ์และพิมพ์เสื้อกีฬาให้ลูกค้า งานถ่ายบล็อกซิลค์สกรีนเป็นงานประณีต และต้องอาศัยความชำนาญ ต้องรู้จักสังเกต มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นได้ง่าย ทั้งปัญหาแม่แบบ ปัญหากาวอัดเสื่อมคุณภาพ ฯลฯ เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนใจร้อน-สะเพร่า แม้เขาจะได้ความรู้และประสบการณ์ด้านนี้จากชายคิ้วต่ำไปพอสมควร แต่เขาก็มักจะประสบปัญหาที่แก้ไม่ตกอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเขาก็จะต้องมาขอคำแนะนำจากชายคิ้วต่ำในฐานะผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้นี้ให้เขาเสมอ การมาของเขาวันนี้ ชายคิ้วต่ำคิดว่า เขาน่าจะมาด้วยปัญหาเดิม ๆ จึงได้ถามออกไปอย่างนั้น หากเด็กหนุ่มกลับบอกจุดประสงค์ของเขาว่า ผมรับงานมาให้ลุงชิ้นหนึ่งครับ เขาพูดกับชายคิ้วต่ำด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล น้าเขยผมจะเปิดร้านขายปุ๋ยที่นี่ครับ เขาวานให้ผมช่วยจัดการเรื่องป้าย น้าเขยคนไหนของเอ็งอีกล่ะ? เขาเพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพฯ ลุงไม่รู้จักเขาหรอก เรอะ-แล้วเขาจะทำป้ายอะไรรึ? ก็ป้ายสามเหลี่ยมวางหน้าร้านนั่นแหละครับ ผมว่าจำเป็นต้องมีเสียก่อน ส่วนป้ายชื่อร้านค่อยทำก่อนเปิดร้านสักวันสองวันก็ได้... เด็กหนุ่มตอบแล้วทำท่าครุ่นคิด เออ-จริงซิ-ว่าแต่ป้ายสามเหลี่ยมจะเอาแบบไหนดีล่ะลุง อื่อ-ก็ใช้ไม้กระดานอัดแปะโครงไม้ระแนงสิ-ไม่กี่บาท- -แล้วก็เสร็จเร็วด้วย ป้ายที่ชายคิ้วต่ำพูดถึงเป็นป้ายโฆษณาสินค้า ที่ร้านค้าต่าง ๆ จะนำไปตั้งโซว์ไว้หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาได้รู้ว่าภายในร้านมีสินค้าอะไรบ้าง ส่วนสนนราคาของป้ายก็ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุที่ใช้ ที่ราคาสูงที่สุดจะเป็นป้ายอะครีลิค หรือแผ่น PVC รองลงมาก็ประเภทโลหะแผ่นเรียบและป้ายไวนิล ต่ำสุดก็คือป้ายไม้อัดตอกยึดด้วยไม้ระแนงตามที่เขาเสนอไป ถ้างั้นก็ใช้ไม้อัดทั้งแผ่นเลยนะลุง ผ่าประกบสองด้าน-ร้อยยี่คูณร้อยยี่ไปเลย.. เด็กหนุ่มพูดอย่างมีประสบการณ์ เพราะอย่างน้อยเขาก็เคยเป็นลูกจ้างของชายดิ้วต่ำมาก่อน... ร้อยยี่คูณร้อยยี่ หมายถึง กว้าง-ยาวด้านละ 120 ซม. แต่ว่า- -เดี๋ยวนี้ตั้งพันห้าแล้วนา- - ใหญ่ขนาดนั้น ชายคิ้วต่ำบอกราคาเพื่อให้เด็กหนุ่มชั่งใจ ไม่มีปัญหาหรอกลุง เด็กหนุ่มยืนยัน อย่าว่าแต่พันห้า... ต่อให้ห้าพันขนหน้าแข้งของเขาก็ไม่ร่วงหรอก น้าเขยของผมคนนี้ตังค์ให้หาบ เรอะ! ฮา ฮา-จะเอายังงั้นก็ได้ แต่ขอเวลาลุงสักวันสองวันนะ หมู่นี้ฝนตกถี่-งานที่ใช้สีน้ำก็ต้องช้าหน่อย ไม่เป็นไรครับ เด็กหนุ่มพูด ผมกลับก่อนล่ะ อีกสองวันผมจะมารับงานและจ่ายตังค์ให้ลุงนะครับ เออ-ไปเหอะ ขอบใจมาก-ขับรถดี ๆ ล่ะ... เมื่อเด็กหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์จากไปแล้ว ชายคิ้วต่ำก็ถอนหายใจโล่งอก สวรรค์ทรงโปรด คราวนี้ก็เห็นจะหมดห่วงเสียที ราคาป้ายตั้งพันห้า เมื่อหักต้นทุนและนำไปจ่ายค่าไฟเสร็จแล้ว อย่างน้อย, ร้อยสองร้อยก็คงจะเหลือให้เมียเก็บไว้ทำทุนต่อไป ตังค์ให้หาบ! ชายคิ้วต่ำนึกยิ้ม ๆ เพราะมันหมายถึงความร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติเหลือกินเหลือใช้ ต่อให้ใส่สาแหรกหาบไปผลาญก็ผลาญไม่หมด ทว่าค่ำวันนี้, เขากับเมียกลับต้องจุดเทียนไขเล่มเท่านิ้วก้อยปักที่โต๊ะกินข้าวฉลองความรักกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว... ตังค์ให้หาบ ตามคำคุยของเด็กหนุ่มไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้! วันนั้น,หลังจากเด็กหนุ่มกลับไปแล้ว ชายคิ้วต่ำกับเมียของเขาก็ลงมือทำงานทันที แม้ฝนจะตกพรำ ๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้อากาศเย็นชื้นจนสีทาป้ายแห้งช้าไปสักหน่อย แต่ทว่าเพียงแค่สองวันเศษ ๆ ชายต่ำกับเมียของเขาก็ช่วยกันทำป้ายที่เด็กหนุ่มสั่งไว้จนเสร็จ โดยมิได้เฉลียวใจมาก่อนว่า เขาทั้งสองจะต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง... โชคชะตาช่างชอบเล่นตลกกับพวกเขาเสียจริง เพราะแทนที่จะได้เงินค่าป้ายและค่าแรงที่อุตส่าห์ลงทุน พวกเขากลับถูกเบี้ยว เงินทุนที่ได้มาจากโรงจำนำก็หมดไปกับการหาซื้อวัสดุ, ทั้งสีและไม้กระดาน... เพราะเมื่องานเสร็จ เขาสองคนก็ตั้งตารอ และรอกระทั่งวันสุดท้ายที่ขอผัดผ่อนค่าไฟรุดมาถึง ชายคิ้วต่ำจึงตัดสินใจไปที่ร้านขายชุดกีฬาที่เด็กหนุ่มทำงานอยู่ ทว่าเด็กหนุ่มไม่มาทำงานที่นั่นกว่าสองอาทิตย์แล้ว กลับถึงร้าน, ชายคิ้วก็ต่ำโทรศัพท์ไปหาเจ้าของป้ายตัวจริงตามหมายเลขที่ระบุให้เขาเขียนลงในป้ายแผ่นนั้น แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะถ้าจะคิดให้ดีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าของป้ายโดยตรง... และเขาเองก็ไม่เคยกระทำเช่นนี้มาก่อน แต่ทว่าตอนนี้เขากำลังจะถูกตัดไฟ เขาจึงต้องฝืนใจ... จนในที่สุดชายคิ้วต่ำก็ได้รับคำตอบที่แสนเจ็บช้ำว่า ผมก็กำลังหาตัวมันอยู่เหมือนกันครับ เสียงเคียง ๆ ตอบมาตามสาย ทั้งค่าป้ายและค่าตกแต่งภายใน ที่ผมมอบให้มันช่วยเป็นธุระจัดการ ก่อนที่ผมจะขึ้นไปติดต่อสั่งของที่กรุงเทพฯเมื่อสามสี่วันก่อนร่วมแสนบาท ก็ถูกมันเชิดเอาไปเกลี้ยง - - เอ่อ- - ผมว่า-งานนี้ฤกษ์ไม่ดีเสียแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องป้ายกับเรื่องเปิดร้านเห็นทีจะต้องชะลอไว้ก่อน *********************** สวัสดีค่ะ หลวงเส แวะมาต้อนรับสมาชิกใหม่ค่ะ
โดย: ดอยสะเก็ด
เรื่องน่าสนใจมากนะคะ สำนวนก็อ่านง่าย เป็นกำลังใจให้นะคะ จะเข้ามาติดตามอ่านเรื่อยๆค่ะ ไม่เขียนเรื่องยาวบ้างหรือคะ
โดย: ดอยสะเก็ด
รอให้นิยายในศาลานกน้อยจบเสียก่อนครับ
อีกอย่างงานประจำก็รัดตัว ไม่อยากเขียนลวก ๆ ตอนนี้กำลังบุกอ่านหนังสือเสริมความรู้จากข้อมูลดิบอยู่ครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ เอ่อ-ตอนนี้เข้าใจว่าบล็อกผมซ่อนหน้าคอมเมนท์อยู่นะครับ ถ้าใครไม่เฉลียวใจก็อาจคิดว่าไม่มีช่องคอมเมนท์ให้ กำลังแก้ไขอยู่ครับ โดย: หลวงเส
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:41:04 น.ผมมีเคล็ดในการอ่านงานเขียนชิ้นนี้ที่จะบอกกับทุกท่านอยู่นิดหนึ่งครับ
ถ้าใครชอบชมซีรี่ส์หนังจีนกำลังภายใน แล้วจำเสียงพากย์ทุ้ม ๆ ของผู้พากย์ในนั้นได้ เวลาอ่านงานชิ้นนี้คุณก็ลองขยับเสียงเลียนแบบดูนะครับ มันจะให้รสชาติในการอ่านที่ผิดไปจากเดิมเป็นอย่างมากทีเดียวครับ อ่านช้า ๆ นะครับ อย่ารีบ โดย: หลวงเส
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:58:01 น.มีหลายคนบอกว่า ไม่เห็นจะน่าขำที่ผัวเมียสองตนในเรื่องนี้หัวเราะ
ผมก็ว่างั้น ไม่รู้จะหัวเราะทำไม บ้า! เศร้าขนาดนั้นทำไมไม่เอาน้ำตาหุงข้าวว่ะ โดย: หลวงเส
วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:39:30 น. |
บทความทั้งหมด
|







ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [
เอาล่ะ ๆ คราวหลังจะเขี่ยให้มันกว่านี้
ว่าแต่จะเขี่ยเรื่องอะไรดีล่ะ????ท