ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ : ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์
เรื่อง : ไม่มีคำตอบจากสวรรค์
ผู้ขียน : ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2505
สองเล่มจบ



      ผมเคยรีวิว งานเขียนของศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ไปแล้ว ใน ก่อนอรุณจะรุ่ง นวนิยายแนวคิดอุดมการณ์ผ่านตัวเอกหญิงที่มีไม่มากนักของคุณศรีรัตน์ ในโอกาสนี้ เลยขอรีวิวนวนิยายอีกเรื่องของท่าน ที่เป็นอีกสไตล์หนึ่ง อันโดดเด่นไม่แพ้กัน ผ่านตัวละครเอกฝ่ายหญิง สุนทรี สุรคุปต์ และนวนิยายเรื่องนี้ ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว ในอดีต
ไม่มีคำตอบจากสวรรค์

    สุนทรี สุรคุปต์ เป็นหญิงสาวสวยทั้งรูปร่างหน้าตา และเสน่ห์ดึงดูดเพศชายทุกคนที่พบเห็น แต่โชคร้ายที่หล่อนเกิดมายากจน ต้องแต่งตัวมอซอ อยู่บ้านหลังเล็กๆ โกโรโกโส ทำงานเลี้ยงลูก และเป็นภรรยาให้กับนักหนังสือพิมพ์จนๆ อย่าง คมน์ สุรคุปต์

        สามีของหล่อนบูชาอุดมคติยิ่งกว่าเงินทอง แม้ว่าเขาจะทุ่มเทความรัก ความซื่อตรงให้หล่อนมากเพียงไหน แต่มันก็ไม่อาจตอบสนอง ต่อความทะเยอทะยานนั้นได้ ในอดีต สุนทรี คือนางเอกละครที่เคยมีชื่อเสียงเลื่องลือ และหล่อนก็อดนึกเสียดายโอกาสอันสวยงามเหล่านั้น อยากจะให้หวนคืนมาอีกครั้ง แต่เพราะคมน์ และ สนธยาลูกสาวตัวน้อยวัยหกขวบนั่นเอง ที่เป็นเสมือนตัวถ่วงขัดขวางความฝันนั้นเอาไว้ ให้หล่อนต้องจมอยู่กับความจริงอันโหดร้ายของชีวิต

        แต่คนอย่างสุนทรี ก็หาได้ยอมจำนน และจมปลักกับความลำบากและกินอุดมคติแทนข้าว อย่างคมน์อีกต่อไปไม่ หล่อนยื่นคำขาด ขอโอกาสกับคมน์ เพื่อเป็นอิสระ จากนั้นหล่อนจากเขาไปในคืนฝนกระหน่ำโดยไม่อาลัยไยดีอีกต่อไป เพื่อไปหาชัชวาลผู้กำกับการละครหนุ่มที่จะสร้างความฝันให้หล่อนเป็นจริง
แต่แล้ว สุนทรีก็กลับถูกชัชวาลหลอกให้สังเวยสวาทแก่เขา หากแต่ตำแหน่งนางเอกละครที่หวังวาดไว้ กลับหลุดมือไปอยู่กับดวงใจ หญิงสาวดาวดวงใหม่ ที่ชัชวาลเองก็กำลังปลุกปั้นอยู่ ด้วยความโกรธแค้น ทำให้หล่อนพลั้งมือ สังหารดวงใจ คู่ปรับตัวเอง จนเสียชีวิต

        สุนทรี หนีคดีม่งไปตายเอาดาบหน้า และในเวลานั้นเอง ที่หล่อนมีโอกาสพบกับ สำเนา ไกรสิงห์ พ่อค้าหนุ่มเศรษฐีใหญ่ที่โอบอุ้มช่วยเหลือหล่อนด้วยความเมตตา แต่สุนทรี ก็ใช้เสน่ห์ความสวยของหล่อนล่อหลอกให้เขาลุ่มหลง และชุบชีวิตของหล่อนให้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการผ่าตัดแปลงโฉมใหม่ ลบล้างอดีตของสุนทรี ผู้ร้ายหนีคดีฆ่าคนไปจนหมดสิ้น

         บัดนี้ หล่อนได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ เป็นสาวโสภายิ่งกว่าเดิม ในนาม นุจรี ดาริน

         นุจรี ดาริน ที่ไม่มีผู้ใดจดจำได้ ได้เข้าประกวดนางงาม และจากนั้น หล่อนก็ผันตัวเองเข้าสู่วงการภาพยนตร์ กลายเป็นดาราดวงเด่น ที่มีอนาคตการแสดงอันรุ่งโรจน์ เฉกความฝันอันสวยงามแต่แรกเริ่ม หล่อนมีเงินทอง มีบ้านหลังงาม พร้อมเครื่องตกแต่งราคาแพงหรูหรา และชื่อเสียงขจรไกล สุนทรีก้าวขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแห่งสรวงสวรรค์ที่ตนปรารถนานั้นแล้ว แต่ไฉนกลับมีคำถามบางอย่างเกิดขึ้นในใจ

       ความสุข ที่แท้จริง มันหายไปไหนกันเล่า ในท่ามกลางวัตถุมากมีและชื่อเสียงเกียรติยศ แต่หล่อนกลับว้าเหว่ เงียบเหงาและบัดนี้ คมน์ สุรคุปต์ อดีตสามีของหล่อน ก็กลายเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มีชื่อของเมืองไทย ซ้ำยังเป็นนักประพันธ์ชื่อก้องแห่งบรรณพิภพ

        เมื่อได้เห็นคมน์ และลูกน้อยอีกครั้ง ในสภาพที่คมน์เองก็จดจำหล่อนไม่ได้ สุนทรีก็เกิดความรู้สึกอยากจะครอบครอง ชีวิตอันอบอุ่นนี้อีกครั้ง ยิ่งในเวลานั้น คมน์กำลังคบหากับ ครูอนงค์ สุทธิโสภางค์ หญิงสาวผู้งดงามด้วยคุณธรรม ความดีงาม และให้ความรักเอาใจใส่ ลูกสนธยา ที่กำพร้าแม่ของเขา อย่างเอาใจใส่ รักใคร่ ภาพเหล่านั้นมันยิ่งจุดไฟแห่งความริษยา ให้กับสุนทรี หรือ นุจรี ดาริน จนแทบคลั่ง

        หล่อนพยายามใช้อาวุธเดิมๆคือเสน่ห์ยั่วยวนแห่งอิตถีเพศ เหมือนกับที่เคยใช้ได้ผลกับชายอื่นมาแล้ว หากบัดนี้ คมน์ได้มองข้ามความสวยงาม ความเย้ายวนแห่งเสน่ห์ทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ประสบการณ์ชีวิต สอนให้เขาเติบโตขึ้น และมองความงามของสตรีเพศในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ลึกซึ้งกว่าเปลือกภายนอกอย่างในอดีต ความว้าเหว่า ผิดหวัง ทำให้หล่อนหันเข้าหาเหล้าเป็นเครื่องย้อมใจ จนในที่สุดหล่อนก็เสพติดมันจนถอนตัวไม่ขึ้น

         จากเหล้า มาสู่ การพนัน และเมื่อหล่อนถูกลวงล่อด้วยเฮโรอีน ก็ทำให้หล่อนตกเป็นทางจนสิ้นเนื้อประดาตัว

        รัญจวน อินทรกำแหง กล่าวไว้ใน ภาพชีวิตจากนวนิยาย ว่าชีวิตของ สุนทรี สุรคุปต์ หรือนุจรี ดาริน เป็นชีวิตของผู้หญิงที่ชวนให้สลดสังเวชและอนาถใจแท้ ความที่เป็นทาสของอารมณ์แห่งความทะยานอยาก ทำให้สุนทรีไม่คิดถึงใคร และไม่เห็นแก่ใคร นอกจากตัวของหล่อนเอง หล่อนผละจากผู้ที่รักใคร่ห่วงใยให้ความโอบอุ้มหล่อนเหมือนผู้โดยสารเรือที่ถีบหัวเรือเมื่อขึ้นท่า
           ความเป็นทาสของอารมณ์ทำให้หล่อนกลายเป็นคนใจดำ และยโส เจ้าสิ่งเหล่านี้แหละที่ได้นำชีวิตของหล่อนไปสู่ความเปล่าเปลี่ยวเดียวดายในที่สุดของชีวิต ในยามทุกข์ ในยามเปล่าเปลี่ยว สุนทรี พร่ำวิงวอนขอความเห็นใจจากสวรรค์เบื้องบน แต่ในชั่วชีวิตของหล่อน สุนทรีไม่เคยให้ความอบอุ่น ความจริงใจ ไม่เคยสร้างสวรรค์ให้แก่ใคร แล้วหล่อนจะหวังคำตอบจากสวรรค์กระไรได้?”

          บทท้ายสุดของเรื่องนี้ เป็นฉากแห่งความเศร้าสะเทือนใจ เมื่อนุจรี หรือสุนทรี ในสภาพติดยาจนหมดสภาพ ล่วงรู้ข่าวงานแต่งงานของคมน์ กับ ครูอนงค์ ทำให้หล่อนแอบไปยังบ้านที่จัดงานแต่งนั้น ไม่ใช่ด้วยความหึงหวง หรือขัดขวางการแต่งงานใดๆ แต่เป็นเพราะอยากจะเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย อยากเห็นหน้าลูกที่หล่อนเคยทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เพื่อฝากฝังแก่ครูอนงค์ และกล่าวคำอวยพรแก่คู่บ่าวสาว และท้ายสุด คือการบอกความจริงแก่ คมน์ ว่านุจรี คนนี้ คนนี้แหละ คือ สุนทรี อดีตภรรยาของเขานั่นเอง

        แต่แล้ว เมื่อหล่อนเดินทางออกมาที่บ้านของคมน์ ฝนก็กระหน่ำลงมาพร้อมพายุ ไม่ต่างกับคืนที่หล่อนจากคมน์มา เมื่อหลายปีก่อนทุกประการ

        หากเมื่อไปถึง และได้แอบมองเห็นภาพความสุขของครอบครัว ที่มีครูอนงค์ อยู่แทนที่หล่อน อย่างเหมาะเจาะงดงาม หล่อนยืนมองภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจแหลกสลาย

         เสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น ทำให้หล่อนสะอื้นลึกๆอยู่ในอก ความรักความไว้วางใจที่ลูกสนธยาแสดงต่อครูอนงค์ ทำให้หล่อนรู้สึกหัวใจหดหู่ลงทุกที อันที่จริงหล่อนเองต่างหาก ที่ควรจะเป็นเจ้าของความรัก ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกสนธยา หล่อนเองที่ปล่อยให้หลุดมือไปเป็นของคนอื่น...

     ภาพเหล่านั้นเอง ที่ฉุดดึงให้หล่อนต้องหยุดอยู่ที่นอกบ้านคมน์ ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ โดยเจ้าของบ้านหารู้ตัวไม่ นานแสนนานจนหล่อนหมดสติไปที่ริมรั้วนั่นเอง สำเนา ที่เคยอุปการะสุนทรี ได้มาร่วมในงานนี้ด้วย และเขาก็เห็นหล่อนในสภาพใกล้สิ้นใจนั้นเข้าพอดี ชายหนุ่มนำร่างสุนทรีเข้ามาปฐมพยาบาลในบ้าน ก่อนจะตามแพทย์มาช่วย ท่ามกลางความตกใจของ บ่าวสาวทั้งสอง
สุนทรีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พยายามเปล่งเสียงเพื่อบอกทุกสิ่งทุกอย่างในใจออกมาในวาระสุดท้าย แต่ทว่า น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากปากของเธอ เป็นได้เพียงแค่ลมกระซิบ!

            มือผอมบางของนุจรี ดาริน ไขว่คว้าไปทางหนูสนธยา ตอนแรกเด็กน้อยถอยหนี แต่แล้วก็เข้ามาหา นุจรี ดาริน ดึงลูกน้อยเข้าไปกอดไว้ พำพำเสียงเครือและขาดเป็นห้วงๆ
          “ลูกสน...” หล่อนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพูดต่อจนจบ นิ่งไปสักครู่ก็เอ่ยต่อด้วยน้ำตาที่ไหลพรากลงมาตามร่องแก้ม “นี่... แม่... สุ..ทะ รี”


    “ค่ะ หนูจำได้ค่ะ คุณนุจรีที่ให้ตุ๊กตาหมีขาวหนู”
         น่าอนาถ ที่แม้แต่ สนธยา ก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่หล่อนต้องการจะบอก...


          นุจรี ดาริน ถอนใจยาวๆ เหมือนหายใจหอบ หล่อนสิ้นเรี่ยวแรงเอาอย่างจริงๆจังๆ จนไมอาจเปล่งเสียงออกมาได้อีก ได้แต่แหงนหน้ามองดูโคมไฟซึ่งส่องแสงกระจ่างพร่าพราย หล่อนมองไกลออกไปอีก ราวกับจะมองไปให้ถึงวิมานของพระเจ้าบนสรวงสวรรค์ ภาวนาขอให้พระเจ้าช่วยให้หล่อนมีแรงพอที่จะอธิบายให้คมน์กับลูกน้อยฟังจนเข้าใจสักนิดเถิดว่า ความจริงนั้น หล่อนเป็นใคร...
     หล่อนเผยอริมฝีปากขึ้น แต่ไม่มีเสียงลอดมา แสดงว่า คำอ้อนวอนต่อพระเจ้าของหล่อน... ไม่มีคำตอบจากสวรรค์


       หล่อนตายทั้งที่นัยน์ตายังเบิกโพลง มองค้างขึ้นไปบนฟากฟ้า เหลือเพียงน้ำตาที่หยาดลงมาเป็นเม็ดสุดท้าย เป็นการหลั่งน้ำตาให้แก่วิญญาณของหล่อนเอง...

          แต่ในท้ายที่สุด ก็เป็น สำเนา นั่นเอง ที่ช่วยไขความกระจ่างให้กับ คมน์ และครูอนงค์ และคมน์ก็บอกให้ สนธยา ก้มลงกราบศพ “แม่” เป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่า หล่อนจะไม่อาจรับรู้แล้วก็ตาม คำตอบจากสวรรค์มาถึงแล้ว แต่ก็สายเกินกว่าที่สุนทรี จะได้รับ!!

           สำหรับข้อมูลการสร้างภาพยนตร์นั้น พบว่า เป็นภาพยนตร์ที่สร้าง และกำกับการแสดงโดยคุณสมบัติ เมทะนี เป็นครั้งแรก รวมถึงรับบทบาทการแสดงในเรื่องร่วมกับคุณอรัญญา นามวงษ์,กำธร สุวรรณปิยะศิริ นันทวัน สุวรรณปิยะศิริ ทม วิศวชาติ, ชุมพร เทพพิทักษ์, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง โดยมี
ส.อาสนจินดา สร้างบทภาพยนตร์
สมบัติ เมทะนี กำกับการแสดง
กาญจนา เมทะนี อำนวยการสร้าง
*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย บรรหาร
-หนังเรื่องแรกจากการสร้างและกำกับโดย สมบัติ เมทะนี
(ขอบคุณภาพ และข้อมูล จากเฟซบุค https://thaifilmreviews.com ครับ)

        และท้ายสุดนี้ ผมต้องขอออกตัวไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับว่า การรีวิวครั้งนี้ ได้มาจากการอ่าน หนังสือ ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ เพียงแค่ภาคสมบูรณ์ คือเล่มจบ เพียงเล่มเดียว เนื่องจาก ไม่อาจหาเล่มแรก มาอ่านได้เลย นับเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ที่หาอ่านได้ยากมากๆ แต่นับว่าโชคดี ที่มีโอกาสได้อ่านบทรีวิว ตัวละคร สุนทรี จากหนังสือของ ท่านอาจารย์ รัญจวน อินทรกำแหง และข้อมูลจากงานวิทยานิพนธ์ การศึกษาวิเคราะห์นวนิยายของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ของคุณ ปิยลักษณ์ เสียงก้อง ทำให้ได้เห็นภาพรวม ของงานวรรณกรรมเรื่องนี้ ได้มากขึ้น จนนำมาเขียนบทรีวิว เรื่องนี้ได้ในที่สุดครับ

        สำหรับ รูปประกอบด้านล่าง เป็นรูปผู้เขียน รูปโปสเตอร์ภาพยนตร์ และหลังปกหนังสือครับ ซึ่งต้องขอขอบคุณ แฟนเพจ พิพฺิธภัณฑ์นักอ่าน นักเขียน นักแปล สำหรับรูปนักเขียนในครั้งนี้ครับ












Create Date : 17 มีนาคม 2562
Last Update : 17 มีนาคม 2562 15:16:39 น.
Counter : 617 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
097 :: จีบเยลลี่แถมฟรีคนดื้อ  by ร เรือในมหาสมุท polyj
(20 พ.ย. 2562 07:27:01 น.)
อัปเดตนิยาย lovereason
(16 พ.ย. 2562 00:07:28 น.)
กลิ่นปาริชาต : สุภาวดี สามปอยหลวง
(10 พ.ย. 2562 18:45:30 น.)
082 :: รำพันรักหมอยา เล่ม 1-2  by ลั่วจื่อซู polyj
(4 พ.ย. 2562 22:14:07 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณnewyorknurse

  
เจิมๆๆๆ
เคยอ่านเคยดูละครค่ะ
และเป็นวลีติดปากอยู่ระยะหนึ่งเชียว
กับชื่อหนังสือเล่มนี้
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 มีนาคม 2562 เวลา:19:24:32 น.
  
คุณ เริงฤดีนะ: ขอบคุณมากเลยครับที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ ว่าจะลองเสาะหาเวอร์ชันภาพยนตร์ มาชมสักครั้งครับ อ่านแล้วรู้สึกว่า พลอตเรื่องเข้มข้นน่าติดตามมากเลย
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 มีนาคม 2562 เวลา:8:03:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]

บทความทั้งหมด