จำเลยไม่แพ้ : เพ็ญแข วงศ์สง่า
เรื่อง : จำเลยไม่แพ้
ผู้ขียน : เพ็ญแข วงศ์สง่า
สำนักพิมพ์ : บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2518 (ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ




        จำเลยไม่แพ้ นวนิยายชื่อแปลกเรื่องนี้ เป็นบทประพันธ์ของ คุณเพ็ญแข วงศ์สง่า นักเขียนนวนิยายแนวชีวิตรัก ที่มีผลงานหลายเรื่อง เป็นที่รู้จักกันดี อย่าง เขยบ้านนอก ตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา สนิมสังคม และที่ผมเคยรีวิวไปแล้ว ก็คือนิยายสะท้อนชีวิต ธารชมพู

       สำหรับนิยายเรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องราวของ “นิทรา” เด็กสาวกำพร้า ที่กำลังนั่งรถไฟไปยังลำปาง เพื่อเดินทางไปหาญาติที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลย ด้วยความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ ในระหว่างการเดินทางนั้นเอง บุคลิกลักษณะและการมีน้ำใจของหญิงสาวได้สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับชายหนุ่มใหญ่ผู้หนึ่งที่โดยสารมาในขบวนรถเดียวกันกับเธอ โดยที่เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

         เพราะในเวลานั้น จิตใจของเธอยังว้าวุ่น หวั่นไหว กับชะตาชีวิตอันไม่รู้ปลายทางเบื้องหน้า...

         ในอดีต นุกูล รักสกุลกานต์นายทหารหนุ่ม บิดาของนิทรา รักใคร่ชอบพอกับ จันทรา ธิดาคนสวยของพ่อเลี้ยงจิต และพาเธอหนีมาอยู่ด้วยกัน จนตั้งครรภ์ และเสียชีวิตระหว่างคลอดนิทรา ทำให้บิดามีอคติกับลูกสาวตัวน้อย และเพียงสองปีต่อมา เขาก็แต่งงานใหม่กับคุณหญิงพักตร์รำไพผู้รูปสวยและรวยทรัพย์ หลังจากนั้น ชีวิตของหล่อนก็เปลี่ยนไป กลายเป็นลูกเลี้ยงที่ได้รับการเลี้ยงดูไม่ต่างกับคนใช้ในบ้าน และทุกอย่างก็มาถึงจุดจบ เมื่อบิดาเสียชีวิตลงกะทันหัน ทำให้นิทราต้องลาออกจากมหาวิทยาลัย รวมถึงบ้านพักที่เคยอาศัยมาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อแม่เลี้ยงคนสวย แต่ใจโหด บอกกับเธอว่า ทุกอย่างในบ้านเป็นสมบัติของตัวเองและไม่ต้องการจะอุปการะนิทราอีกต่อไป

     และหนทางที่เหลือ ก็คือบากหน้าไปหา ญาติของมารดา ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน นาม ขุนศุภกิจวิเศษ คุณตาของเธอเอง

        ที่เชียงราย นั่นเอง นิทราพบว่า บ้านของท่านขุน บัดนี้ได้กลายเป็นชื่อบุตรชายคนโตของท่าน คือพ่อเลี้ยงจิตต์ไปเสียแล้ว นอกจากนี้เธอยังรู้จัก ผู้กองจารุ น้องชายพ่อเลี้ยงจิตต์ แม่เลี้ยงพิมพา ภรรยาของพ่อเลี้ยงจิตต์คุณลุงของเธอ ที่มีท่าทีรังเกียจ รวมถึง น้องเล็กหรือจิราภา บุตรสาวของคุณลุง ที่แอบมีใจริษยาหญิงสาวอยู่ไม่น้อย แต่ ท่านขุน ซึ่งบัดนี้เป็นชายชรา ไร้สมรรถภาพ กลับให้ความรัก ความเอ็นดูนิทรา เพราะหญิงสาวมีใบหน้าเหมือนกับจันทราราวกับเป็นลูกสาวของท่านที่หนีจากไป

         ที่คุ้มอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้เอง นิทรา ได้มีโอกาสรู้จัก อัยการเขม ที่สนิทกับพ่อเลี้ยง และผู้พิพากษาหนุ่มใหญ่ เพื่อนอัยการเขมที่เพิ่งย้ายมา เขามีชื่อว่าบรรเจิด อรรถบริรักษ์ บรรเจิดเป็นหนุ่มโสดที่เรียนจบเมืองนอกและมุมานะทำงานจนล่วงเข้าวัยหนุ่มใหญ่ เขามีรูปร่างหน้าตาดีรวมถึงฐานะการงานที่มั่นคง ทำให้ จิราภา สนใจ และพยายามทอดไมตรีให้ แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้สนใจ เขากลับสนใจ เด็กสาว ที่เป็น “ผู้อาศัย”ของคุ้มพ่อเลี้ยงจิตต์ ที่มีชื่อว่า นิทรา คนนั้น ผู้หญิงที่เขาประทับใจ ตั้งแต่ได้พบกับเธอบนรถไฟ และแอบได้ยินเธอร้องเพลงพญาโศก ในงานราตรีของคืนวันนี้

       “โอ้ว่าป่านฉะนี้ พระพี่เจ้า
จะโศกเศร้ารัญจวนครวญหา
ตั้งแต่พระไปแก้สงสัยมา
ไม่เห็นขนิษฐา ในถ้ำทอง”

        ในความมืดสลัวของแสงดาว เขาเห็นเพียงแต่เงารางๆของผ้าถุงยาวกรอมเท้า เสื้อแขนครึ่งศอก ผมยาวปล่อยเคลียไหล่ หล่อนยืนตัวตรงเห็นได้ชัดสายตาคงจะจ้องตรงมายังเขา บรรเจิดไม่อาจแลเห็นประกายตาของหล่อนได้ เพราะแสงสว่างไม่พอ

       “ใคร” หล่อนถามเน้น ชัดเจน แสดงความไว้ตัวอย่างเด่นชัด
        “ขอโทษ ถ้าเข้ามาทำให้เธอตกใจ ฉันเป็นแขกของคุณจิราภา”

          ด้วยคำตอบนั้นเอง ทำให้ นิทราเข้าใจว่า เขามาติดพัน จิราภา เธอพยายามตีตัวออกห่าง แต่นั่นยิ่งทำให้ บรรเจิดอยากจะรู้จักเด็กสาวผู้นี้มากยิ่งขึ้นไปอีก นิทรามีเพื่อนรักที่เรียนด้วยกันที่กรุงเทพฯสองคน คือ สนธยา เพื่อนสาวและรังสรรค์ เพื่อนชาย ที่หลงรักเธออยู่ บัดนี้ รังสรรค์เรียนจบรัฐศาสตร์แล้ว และบรรจุมาเป็นปลัดอำเภอที่เชียงราย เขากลายเป็นปลัดหนุ่มเนื้อหอม และไม่มีท่าทีสนใจสตรีคนไหน นอกจากนิทรา ทำให้ ผู้พิพากษาบรรเจิด เริ่มเกิดความหึงหวงโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป โดยไม่รู้ว่า อยู่ในสายตาแห่งความริษยาของ จิราภาและมารดาของเธอ

             ทั้งคู่ทราบว่า นิทรา คอยดูแลท่านขุนศุภกิจวิเศษในวัยชราอย่างดี แม้แต่การทำอาหารมาให้ท่านรับประทาน จึงวางแผนแอบใส่ยาพิษ แล้วป้ายความผิดให้กับนิทรา เมื่อท่านขุนเสียชีวิตหลังจากรับประทานซุปที่หล่อนนำมาป้อนให้ นิทราตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรมคุณตาของตัวเอง

           สนธยาเพื่อนรักเดินทางมาจากกรุงเทพ เพื่อหาทางช่วยเหลือเธอ โดยมาพักกับ ผู้พิพากษาบรรเจิด ที่นิทราเพิ่งรู้ภายหลังว่า เขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับคุณหญิงพักตร์รำไพ แม่เลี้ยงของเธอนั่นเอง นั่นทำให้ สนธยามีปากเสียงกับ คุณเล็กหรือจิราภา ที่มาคอยตามตื๊อบรรเจิด โดยเข้าใจว่ากำจัด นิทราเสี้ยนหนามหัวใจไปแล้ว ในขณะที่นิทรา เพิ่งซึ้งน้ำใจ เพื่อนรัก ก็เห็นธาตุแท้ของ รังสรรค์ ที่เคยบอกรักเธอ เมื่อเกิดคดีความ เขาถอนตัวและพยายามไม่เกี่ยวข้องกับเธอ เพราะกลัวจะมีประวัติด่างพร้อยทางราชการ เห็นจะมีแต่ บรรเจิดเท่านั้น ยืนเคียงข้างและช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้จำเลยอย่างเธอ สู้คดี โดยไม่ยอมพรั่นแพ้ เพราะเขาเชื่อเสมอว่าเธอบริสุทธิ์

        “ดิฉันไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน”
         “ถ้าคุณไม่ประสงค์ให้ผมช่วย ก็จงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย คุณนิทรา” เสียงนั้นไม่ดุดันเกรี้ยวกราด แต่ตัดพ้ออย่างที่ยากที่จะทนฟังนิ่งๆนานๆได้ นิทราจึงเอ่ยว่า

        “ดิฉันเป็นห่วงตำแหน่งหน้าที่ของคุณค่ะ คุณบรรเจิด”
        “ผมไม่ใช่คนที่บ้าตำแหน่งหน้าที่พอที่จะนิ่งเฉยอยู่ได้ หากการกระทำนั้นเป็นการทำเพื่อมนุษยธรรม”
       “คุณสงสารดิฉันนั่นเอง” นิทราครางเหมือนกับจะบอกตนเอง

       เขาชะโงกหน้าเข้ามานิดหนึ่ง กระซิบว่า
      “เปล่า ผมรักคุณต่างหาก”

        และด้วยความช่วยเหลือจากทนายความภัทร ที่ บรรเจิดติดต่อหามาช่วยคดี รวมถึงผู้กองจารุที่เป็นลุงของเธอ จนพบหลักฐานจดหมายที่ คุณเขมและจิราภา จ้างวานคนใช้ให้จัดการใส่ยาพิษ เพื่อป้ายความผิดให้นิทรา ทำให้ศาลยกฟ้อง นิทราเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนแม่เลี้ยงพิมพา ในฐานะผู้จ้างวานและวางแผนไว้ก่อนโดยจ้างวานให้หนานอินคนใช้ในคุ้มเป็นผู้ลงมือ ศาลมีคำสั่งให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนจิราภาที่มีส่วนรู้เห็นก็พลอยถูกจำคุกไปด้วยถึงยี่สิบปีเหมือนกับหนานอิน

           แต่เมื่อพ้นจากการเป็นจำเลย นิทรากลับเข้าใจบรรเจิดไปอีกอย่างหนึ่ง เมื่อเห็นท่าทีของคุณหญิงพักตร์รำไพ ที่มีต่อผู้พิพากษาหนุ่มอย่างอ่อนหวาน เอาอกเอาใจเขา และมีคำพูดที่เหมือนกับว่า แม่เลี้ยงของเธอจะแต่งงานใหม่ กับบรรเจิด ทำให้ นิทราพยายามหักใจ จนกระทั่ง ความจริงทั้งหมดเปิดเผย เมื่อ บรรเจิดได้พูดคุยกับเธอ และต้องการขอเธอแต่งงาน

        “เอาเถอะ เมื่อแต่งงานแล้ว ผมต้องชนะคุณซีน่านิทรา ผมแพ้คุณมาหนหนึ่งแล้ว”
        “ใครบอกคะ”
         “ตัวผมบอกตัวเองว่า นับตั้งแต่ผมพบคุณ ผมเป็นจำเลยของคุณตลอดมา”


     “หาความ! ดิฉันเคยกล่าวหาอะไรคุณคะ” หล่อนกลั้นยิ้ม
       “หาว่าผมรักคนอื่นตลอดเวลา รักคุณจิราภาบ้าง รักคุณหญิงพักตร์รำไพบ้างล่ะ ทำไมคุณจึงไม่บอกตัวเองว่า ผมจะรักคุณบ้าง หือ นิทรา?”


   “เพราะดิฉัน...”
      “รักรังสรรค์” เสียงประชด หล่อนหัวเราะพลางสั่นศีรษะ
      “โปรดบอกว่า จำเลยอย่างผมจะต้องเป็นฝ่ายปราชัยอยู่เสมอหรือเปล่า”
        นิทรา ส่ายศีรษะ กระซิบว่า


     “ไม่ค่ะ คุณบรรเจิดไม่เคยแพ้ คุณบรรเจิดชนะนิทราเสมอมา คุณคือผู้ชนะ”
         “นิทรา! ในที่สุด คุณก็ทำให้ผมแน่ใจแล้วว่า จำเลยรักอย่างผมจะไม่มีวันแพ้ คุณก็เช่นกัน สุดที่รัก ผมคิดว่าคุณรักคนอื่น แต่บัดนี้คุณชนะใจผม”

           เพราะความรักไม่เคยแพ้ ความรักเป็นผู้ชนะเสมอมา เพราะรักอาจจะเคยป่วย แต่ไม่เคยตาย ความรักเป็นอมตะ ที่รัก...


และนี่เองคือคำตอบของ ชื่อนวนิยายเรื่องนี้... จำเลยไม่แพ้!!

                ***************************
หมายเหตุ : ปกล่่าง เป็นปกของฉบับพิมพ์ครั้งแรก ของสำนักพิมพ์คลังวิทยา ครับ




Create Date : 12 พฤษภาคม 2562
Last Update : 12 พฤษภาคม 2562 16:16:16 น.
Counter : 360 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
107 :: Honey Kiss  by ณัฐณรา polyj
(4 ธ.ค. 2562 08:36:06 น.)
102 :: เล่ห์ร้ายพร่างพรายรัก / พันธุ์พเยีย  polyj
(25 พ.ย. 2562 16:34:26 น.)
รีวิวหนังสือ"กุ๊ชโฉ่ - โฆเซ่ หลุยส์ โอไลยโซล่า" สมาชิกหมายเลข 3651244
(17 พ.ย. 2562 21:49:12 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 240 :: กะว่าก๋า
(11 พ.ย. 2562 01:27:15 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณruennara

  
สวัสดีครับคุณสามปอยหลวง ขอบคุรสำหรับคะแนนโหวตและคำทักทายครับ หวังว่าคุณสามปอยหลวงคงจะสบายดี ผมหายไปนานกำลังพยายามกลับมาเขียนใหม่ ที่เพิ่งรีวิวไปเพราะช่วงนี้ตามผลงานของศรีฟ้าอย่างหนักเลยครับ
โดย: ruennara วันที่: 18 พฤษภาคม 2562 เวลา:3:21:49 น.
  
คุณ ruennara สบายดีนะครับ รออ่านรีวิวครับ งานของคุณศรีฟ้า สนุกและให้บรรยากาศในยุคเก่าๆ หลายเรื่องเลยครับ ตอนนี้กำลังหา เกาะแก้วกรุงอินทร์ มาอ่านอยู่เหมือนกนครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:12:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]

บทความทั้งหมด