กลิ่นปาริชาต : สุภาวดี
เรื่อง : กลิ่นปาริชาต
ผู้ขียน : สุภาวดี
สำนักพิมพ์ : โอเดียนสโตร์
ปีที่พิมพ์ : 2499 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ


               สุภาวดี เป็นนามปากกา ของ คุณนัดดาศรี สิงหเสนี นักเขียนนวนิยายรุ่นบรมครู ที่ผมเคยรีวิวผลงานของท่านไปบ้างแล้ว จำนวน 3 เรื่อง คือ สวนผึ้ง สวนพฤกษา และ พิมพชาติ สำหรับ กลิ่นปาริชาต เรื่องนี้ นับเป็นนวนิยายเก่าที่ต่อมาพิมพ์ซ้ำ โดยสำนักพิมพ์คลังวิทยา และเมื่อได้อ่านจากคำนำของสำนักพิมพ์ ก็พบว่า
           นิยายเรื่องนี้ประสบความสำเร็จเพราะพิมพ์ครั้งแรกเพียงไม่นานก็ขาดตลาดจนต้องจัดพิมพ์อีกเป็นครั้งที่สองในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
             ************************
           เรื่องราวของกลิ่นปาริชาต เป็นนวนิยายชีวิตผสมจินตนาการที่สะท้อนความรักในช่วงเหตุการณ์สงครามมหาเอเชียบูรพา ในช่วงที่กองทัพญี่ปุ่นกรีธาทัพเข้ามาในประเทศไทย ผ่านตัวละครหลัก คือ สาวน้อยสุชาดา และ คุณพระเนตินฤนาท หรือวาสิต สุภาพบุรุษหนุ่มใหญ่ ผู้ที่เคยเป็นเทพบุตรในดวงใจของมารดาเธอมาก่อน
            ***************************
            สุชาดา หรือน้อง สาวน้อยอายุเพียง 17 ปี บุตรสาวของ ท่านยอดใจ สันทนดิลก กับ คุณสุปาณี ภรรยาแต่งที่เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ ท่านยอดใจเอง ก็ยังมีบุตรีกับภรรยาน้อย คือคุณนารี ซึ่งมีลูกสาวอีกสองคนคือ แน่งน้อย และ นิตยา แต่อายุมากกว่า สุชาดา แน่งน้อย มีนิสัยชอบดูถูกคน โดยเฉพาะจิตติ เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอที่เป็นลูกชายของป้าอุ่นเรือน แม่นมของสุชาดา มาก่อน ในขณะที่ จิตติกับ สุชาดา มีความสนิทสนมผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก จนต่างเจริญเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาว จิตติเรียนจบมาแล้วเข้าทำงานให้กับบริษัท ไทยการค้า ของท่ายยอดใจ แต่แล้ว ความผูกพันของทั้งคู่ที่ยังไม่ทันจะงอกงามเป็นความรัก ก็ถูกทำลายลงเสียก่อน ด้วยฝีมือของ นิตยา พี่สาวคนรอง ที่แอบชอบจิตติ อยู่ และเข้ามาทำงานในบริษัท แทนท่านยอดใจ ที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ
            ************************
           สุชาดาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีให้จิตติเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ในเวลานั้น เด็กสาวเองก็ป่วยไข้ไม่สบายจนทำให้ตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนยังสงขลาพร้อมกับ ป้าอุ่นเรือน ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สงครามมหาเอเชียบูรพาพอดี คุณตาของเธอคือ หลวงเสมอประภาศักดิ์ อาศัยอยู่ที่นั่น พร้อมกับ สว่างจิต ลูกสาวอีกคนของคุณหลวง ในระหว่างการเดินทางนั้นเอง เธอได้รู้จักสองพี่น้อง หญิงชาย ชื่อ ขาว และสิทธิ์ จนสนิทสนม และรู้ว่า ทั้งสองอาศัยอยู่กับ คุณพระเนตินฤนาท หนุ่มใหญ่ ที่เดินทางเร่ร่อนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ จนภายหลังได้ตัดสินใจกลับมาลงหลักปักฐานที่สงขลาแห่งนี้
           *****************************
          ในอดีต คุณพระก็คือ วาสิต เนตินฤนาท ชายหนุ่มหลงรักอยู่กับ คุณสุปาณี บุตรสาวคุณหลวงเสมอฯ แต่แล้ว เมื่อคุณยอดใจ เดินทางมาเที่ยวสงขลาและประทับใจคุณสุปาณี ก็ใช้อุบาย หลอกล่อ จนเธอเสียที ตกเป็นภรรยาของ คุณยอดใจ และจำต้องแต่งงานอยู่กินด้วย จนมีสุชาดา ในภายหลัง แม้ว่าคุณยอดใจเองก็มีภรรยาคือคุณนารีและลูกสาวสองคนก่อนหน้าแล้วก็ตาม

          วาสิตชายหนุ่มผู้ผิดหวังในความรัก ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ลูกสาวของสุปาณี อีกครั้งในเวลาผ่านไปหลายปี และเธอเติบโตขึ้นเป็นสาวสวย แทบไม่ต่างกับเงาของ สุปาณี เลยแม้แต่น้อย เขามีโอกาสได้พบกับเธอในเวลาไม่คาดฝัน และต่างก็เกิดความประทับใจในกันและกันโดยไม่รู้ตัว
            *********************
        สว่างจิต แอบรักกับ ไกรพร อันธพาลที่เข้านอกออกในภายในบ้าน และมันก็วางแผนที่จะ แจ้งร้อยเอก โยชิดะ ทหารญี่ปุ่นว่า ขาวกับสิทธิ์ เป็นสายลับฝ่ายตรงข้าม แต่ สุชาดา แอบได้ยิน จึงรีบมาบอกสหายทั้งสองให้หลบหนีไปได้ทัน และเป็นจังหวะที่ ไกรพรเองก็วางแผน ลอบเข้ามาในห้องนอนของหล่อน เพื่อล่วงเกินสุชาดา หญิงสาวที่มันแอบชอบ โชคดี ที่คุณพระเนตินฤนาท ตามมาด้วย เขาช่วยเหลือเธอเอาไว้ได้ และยิ่งทำให้สุชายิ่งประทับใจหนุ่มใหญ่ ผู้นี้มากยิ่งขึ้น จนก่อตัวเป็นความรัก และทำให้ คุณพระตัดสินใจขอหมั้นหมายกับสุชาดาเอาไว้ก่อน
            ************************
          จิตติ เดินทางมาสงขลา เพื่อตามมารดาของเขากลับกรุงเทพฯ และทำให้คุณพระเนตินฤนาท เข้าใจผิด ว่าสุชาดายังหลงรัก จิตติอยู่ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ด้วยความน้อยใจ หญิงสาวจึงเดินทาง กลับกรุงเทพฯ เพราะสำหรับจิตตินั้นแล้ว...
          ***********************
           เธอเคยสงสารจิตติ สงสารจนเกือบจะรัก แต่ไม่รัก เพราะรักของสุชาดา มิได้เกิดจากความสงสารหรือความพอใจเป็นรากเง่า รักของสุชาดาเกิดจากรัก รักตั้งแต่แรกเห็นจนถึงวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ

          แต่แล้วในเวลาต่อมา เธอก็ทราบข่าวร้ายว่าคุณพระเนติ คู่หมั้นของเธอ ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต! เมื่อนั้นเอง สุชาดาจึงเริ่มรู้หัวใจตัวเองว่า เธอรักพระเนตินฤนาท มาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนป่านนี้ เธอก็ยังรักเขาอยู่เสมอ และซ้ำจะมากยิ่งกว่าแต่ก่อน เสียด้วยซ้ำ
           ***********************
            วันเวลาผ่านไป จิตติ ก็ได้แต่งงานกับ นิตยา แม้ว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะไม่ราบรื่น เพราะจิตติเองก็ไม่ได้รัก นิตยา เลย เขาผูกพันกับสุชาดา เสียมากกว่า ยิ่งเมื่อรู้ว่า คู่หมั้นของสุชาดา เสียชีวิตจากเครื่องบินตก เขายิ่งมีความรู้สึกทั้งรัก ทั้งห่วงและสงสารเธอ ในขณะที่ แน่งน้อยเองก็แต่งงานกับ นายวรกิจนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอจึงรู้ว่า นายวรกิจ มีนิสัยหยาบกระด้างและเจ้าชู้ มีภรรยาแอบซ่อนไว้อีกมากมาย หญิงสาวจึงยิ่งรู้สึกขมขื่นใจและจำต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ ไม่ให้คนอื่นล่วงรู้
             ***********************
           วาสิต หรือคุณพระเนตินฤนาท ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับ ขาวและสิทธิ์สองพี่น้อง ที่บอกกับ สุชาดาภายหลังว่าทั้งคู่เป็นสายลับของเสรีไทย ที่ทำงานใต้ดิน และมาอาศัยอยู่กับวาสิต จนสงครามยุติลง ทั้งคู่จึงเปิดเผยตัว ส่วนวาสิตนั้น รอดชีวิตจากเครื่องบินตก และเดินทางกลับมาหาเธออีกครั้ง ทั้งสองมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกัน ในขณะที่จิตติ ก็ต้องอกหักผิดหวังไปกับความรักที่เขามีต่อสุชาดา และจำต้องจากไปด้วยความร้าวราน
                   ********************
          สองสามีภรรยา ที่พลัดพรากมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง และคราวนี้ วาสิตหรือคุณพระเนตินฤนาทได้พาเธอล่องเรือยอร์ชลำหรู เดินทางจากสงขลาไปตามชายทะเล บนเส้นทางอันแสนโรแมนติคนั้นเอง ที่สุชาดาได้เกิดนิมิตฝันอย่างประหลาด เธอเห็นจิตติอีกครั้งในสภาพชายหลังค่อมอัปลักษณ์ และเห็นตัวเอง เป็นหญิงสาวที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยสายโซ่ ก่อนที่ร่างจะหลุดร่วงคล้ายหล่นลงมาจากที่สูง สุชาดาหวีดร้องและตื่นจากฝันอันประหลาดนั้น เธอพบว่า คุณพระผู้สามีก็ฝันเช่นเดียวกัน
             *********************
        บนเส้นทางเดินเรือจากสงขลาสู่นราธิวาสนั้นเอง ได้เกิดพายุใหญ่ ทำให้เรือต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อเลี่ยงมรสุม และพลัดหลงเข้าไปยังเกาะแห่งหนึ่ง สองหนุ่มสาวและผู้โดยสารเรือที่มาด้วยกัน ต้องหยุดพักที่เกาะประหลาดแห่งนั้น สุชาดา พบถ้ำแห่งหนึ่งบนเนินเขาเขียวชอุ่ม น่าแปลกที่มีชะนีหลายตัวส่งเสียงร้อง และพวกมันก็ขว้างปาก้อนหินใส่เธอราวกับโกรธแค้นกันมาก่อน แต่วาสิตก็ตามมาทัน ทั้งสองมาหยุดพักใต้ร่มไม้ ออกช่อสวยงามร่มรื่น และในที่สุด สุชาดา ก็อ่อนเพลียจนต้องขอให้เขาอุทิศตักให้เธอนอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ จนผล็อยหลับไปทั้งสองคน...
             **************************
              ก่อนที่จะฝันถึงเหตุการณ์ในอดีต บนดินแดนแห่งนี้ อดีตชาติของทั้งคู่ เมื่อวาสิตพบว่าตนเองคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวกายสีทองแดงมีนามว่าซาร์ ซาร์ผู้นี้มีภรรยาอยู่แล้วสองคนคือ บุศยาและนิสา แต่แล้ว เมื่อซาร์ได้บุหลัน นางเชลยซึ่งเรือสำเภาแตกมาติดเกาะแห่งนี้เป็นภรรยาคนที่สาม เขาก็หลงใหลนางจนทอดทิ้งสองภรรยาแรกไปเสียสิ้น
                 *************************
            ในขณะที่ ซาร์มี ทาสผู้หนึ่งนามกาละมู มันเป็นชายพิกลพิการซ้ำหลังค่อม ที่ชอบแอบดูบุหลันด้วยความชื่นชม แต่แล้วด้วยความริษยาของบุศยาและนิสา ได้เป่าหูให้ซาร์เข้าใจผิดว่า กาละมูลอบเป็นชู้กับ บุหลัน ด้วยความรักและแค้น เขาจึงสั่งจองจำบุหลัน และลงโทษเธออย่างทารุณ ขณะที่กาละมูหนีไปก่อน
            **************************
              บุหลันไม่อาจทนความโหดเหี้ยมของผู้เป็นสามีที่เคยรักได้ หญิงสาวจึงตัดสินใจจะหนีไปจากเกาะนี้ และเป็นเจ้ากาละมูนั่นเอง ที่อาสาจะช่วยพาเธอหลบหนีไป แต่แล้ว นิสากับบุศยาก็มาเห็นเสียก่อน นิสาถูกกาละมูยิงด้วยลูกธนูอาบยาพิษ ทำให้หล่อนสลบไปและกลายเป็นชะนี ในเวลาต่อมา ส่วน บุศยาวิ่งหนีไปจนตกหน้าผาเสียชีวิตไปในที่สุด ในขณะที่ซาร์ตามมาทัน เขาจับตัว เจ้าทาสกาละมูไว้ เพื่อนำมันไปถ่วงน้ำ ระหว่างนั้นเอง กาละมูได้แอบแทงเข็มพิษลงที่ฝ่ามือของซาร์ จากนั้น มันก็ถูกสมุนของซาร์นำไปปล่อยลงสู่กลางทะเลจนเสียชีวิต ส่วน บุหลัน ก็ถูกจองจำ และนำไปขังไว้ในถ้ำทองของซาร์ ที่เคยเป็นวิมานรักของเขาและเธอ ซาร์สั่งให้สมุนปิดตายถ้ำทองนั้น และจากนั้น เขาก็ขึ้นไปยืนอยูบนหน้าผา ก่อนจะสิ้นชีวิตจากฤทธิ์ของเข็มพิษ ฝีมือของ กาละมู นั่นเอง
                        **************************
               สุชาดา ตื่นขึ้น อีกครั้ง และพบว่า วาสิต ได้พาเธอมาขึ้นเรือแล้ว หลังจากพายุผ่านไป และกำลังเดินทางกลับสงขลา เกาะลึกลับแห่งนั้น ทำให้เธอล่วงรู้อดีตชาติว่า วาสิต ก็คือ ซาร์ ส่วนเธอก็คือบุหลัน และ จิตติ ก็คือ กาละมูผู้จงรักภักดีต่อเธอในชาติก่อนนั่นเอง ส่วนนิสา ก็คือ ชะนีที่โกรธแค้นเธอ จนแอบขว้างปาหินใส่ เมื่อมาถึงเกาะนี้เป็นครั้งแรก
             ************************
             และเมื่อทั้งสอง เดินทางกลับมาถึง จึงได้ทราบข่าวร้ายว่า จิตติ เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเป็นโรคความดันสูง และความเครียด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ทั้งนิตยา แน่งน้อย และสุชาดา ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ต่อมาไม่นาน สุชาดาก็ตั้งครรภ์ และในที่สุด หญิงสาวก็คลอดลูกออกมาเป็นแฝดชายหญิง อันเป็นเสมือนโซ่ทองคล้องใจระหว่างเธอและวาสิต
            *************************
            คุณพระเนตินฤนาทหลงลูกทั้งสองยิ่งนัก และได้ตั้งชื่อ ทารกแฝดว่า วิชุกร และปาริชาต และแล้ว กลิ่นปาริชาต ก็ดำเนินมาถึงบทอวสานในที่สุด



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2562 18:45:30 น.
Counter : 270 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
เปลือยสังหาร (In Death #1) Moji Juf-juf
(12 พ.ย. 2562 16:08:02 น.)
กลิ่นปาริชาต : สุภาวดี สามปอยหลวง
(10 พ.ย. 2562 18:45:30 น.)
คุณชายรีวิวมหัศจรรย์รักนายนกกระจอกเทศ - 4เล่มจบ In Loving Memory
(6 พ.ย. 2562 21:23:40 น.)
ปราสาทรัก : ก.สุรางคนางค์ สามปอยหลวง
(2 พ.ย. 2562 08:30:29 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku

  
เรื่องนี้อ่านแล้วเดาไม่ถูกเลยว่าเรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไร
แต่ชื่อเรื่องก็บอกอยู่ว่าน่าจะเกี่ยวกับภพชาติอยู่บ้าง
ตอนท้ายๆ เรื่องเปลี่ยนแนวออกไปเลยนะคะ
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ ^^
โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 134.196.85.196 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา:17:37:25 น.
  
คุณนักอ่านรุ่นเก๋า :ตอนอ่าน เรื่องนี้ ผมเดาไม่ถูกเหมือนกันครับ ว่าจะมีส่วนแฟนตาซี เข้ามาผสมแบบนี้ด้วย เข้าใจว่าเป็นนิยายชีวิตสะท้อนภาพในยุคสมัยนั้นอย่างเดียว
แต่ส่วนนี้เองก็ช่วยบอกเล่าที่มาที่ไป ของเหตุผลตัวละคร ที่เป็นปมมาแต่อดีตชาติให้เข้าใจขึ้นครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา:9:03:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]

บทความทั้งหมด