น้ำท่วมเมฆ : กฤษณา อโศกสิน
เรื่อง : น้ำท่วมเมฆ
ผู้ขียน : กฤษณา อโศกสิน
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2522
เล่มเดียวจบ



ถือโอกาสประเดิมเรื่องแรกของปี 2562 ด้วยนวนิยายสุดรักในความทรงจำแห่งวัยเยาว์ ของ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ กฤษณา อโศกสิน ครับ

ผมชอบชื่อเรื่องนี้ ตั้งแต่เคยเห็นลงเป็นตอนๆในนิตยสาร ลลนา ในอดีต ทำให้นึกถึง เพลงร้องกล่อมเด็กที่ว่า

“ โยกเยกเอย
น้ำท่วมเมฆ
กระต่ายลอยคอ
หมาหางงอ
กอดคอโยกเยกเอ๊ย”

เสียแต่ในตอนนั้น ยังไม่มีโอกาสได้ติดตามอ่านจนจบ ตราบจนกระทั่งเมื่อนำมารวมเล่ม จึงได้อ่านเต็มที่แล้วก็เลือนไปกับกาลเวลา และได้หยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา ความทรงจำหลายอย่างจึงได้กลับคืนมาอีกครั้ง

นิยายเรื่องนี้ พลอตเรื่องอาจจะไม่หวือหวา ตื่นเต้น เป็นเรื่องราวที่เล่าผ่านชีวิตของ ผู้เขียน ตั้งแต่วัยเยาว์ โดยใช้ชื่อตัวละคร “ริน” เป็นผู้ดำเนินเรื่อง ตั้งแต่เด็ก โดยมีป้าคอยเลี้ยงดูอย่างดี และป้านี่เอง ที่เป็นคนร้องเพลงกล่อมเด็ก “น้ำท่วมเมฆ” ที่ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของ ผู้เขียน มาโดยตลอด

“รินเกิดที่สำราญราษฏร์นี่เอง ในบ้านเช่าที่ซอยวัดเทพธิดาราม... พ่อรินเป็นคนจน อาศัยข้าวก้นบาตรพระวัดปทุมคงคาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมาตั้งแต่แปดขวบ แต่ก็ไม่มีใครเรียนเก่งเท่าพ่อ ชีวิตพ่อลำเค็ญจนรินฟังแล้วน้ำตาตก แต่พ่อก็ต่อสู้ชีวิต จนกระทั่งได้รัฐศาสตร์จุฬาฯ และเนติบัณฑิตสยาม”

พ่อและแม่มีโอกาสพบกัน ด้วยความช่วยเหลือของป้า นั่นเอง แม้ว่าฝั่งของแม่จะไม่เห็นด้วย แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน และมีรินเป็นลูกคนแรก ชีวิตของพ่อที่ทำงานกรมสหกรณ์ ต้องโยกย้ายไปยังเมืองต่างๆ หลายแห่ง ตั้งแต่ท่าเตียน ไปยังอ่างทอง อยุธยา
จากนั้น แม่ก็คลอดน้องคนต่อมา อีกหลายคนต่อจากริน ทั้งเรือง รื่น เรียม

ผู้เขียนบรรยายภาพชีวิตในวัยเยาว์ได้อย่างแจ่มชัดสวยงาม ทำให้อดนึกไปถึงสภาพชีวิต และบ้านเรือนชนบทเมืองไทยในอดีตไม่ได้

รุ่งขึ้น พ่อก็พารินไปวัดเจ้าเจ็ด ไปกราบหลวงปู่
คลองเจ้าเจ็ดเป็นคลองที่แยกจากแม่น้ำน้อยแถวๆบ้านแพน เป็นคลองที่อุดมสมบูรณ์มีแพขนานไปทั้งสองข้างคลองบนท้องน้ำที่สะอาด ชาวบ้านไปมาค้าขายกันด้วยเรือสำปั้น พายไปแวะที่นั่นที่นี่ บางทีก็นั่งเรือมาดหรือเรือบดลำนิด ดูแล้วน่าจะล่ม แต่ไม่ยักล่ม เรือแดงที่เป็นเรือโดยสารออกจากกรุงเทพฯ ไม่ผ่านแจ็ด แต่จะผ่านเสนา บ้านแพน แล้วจะเลยผักไห่ออกไปทางเมืองสิงห์ หรือสิงห์บุรี
สมัยนั้น น้ำมีปลา ในนามีข้าว จริงๆ

แต่ชีวิตรื่นรมย์ที่ติดตามพ่อแม่ ไปยังต่างเมือง ก็จบสิ้นลง เมื่อรินเรียนจบประถมสี่ และต้องมาเข้าเรียนต่อที่ โรงเรียนราชินี

ชีวิตนักเรียน เปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อได้รู้จักเพื่อนจากที่ต่างๆกัน ทั้งพี่น้อย ปาด พี่กฤษณ์ หรือยม

รินนอนเตียงติดกับพี่น้อย หรือเจ้าน้อย ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเหนือ ปาดนอนอยู่เตียงตรงกันข้าม ยมอยู่สุดแถว และหญิงอยู่สุดแถวเดียวกับปาด ระฆังตีขึ้นอีกครั้งตอนหกโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่รินอาบน้ำเสร็จแล้ว

ที่โรงเรียนราชินีนั้นเอง ทำให้รินเริ่มเรียนรู้โลกใบใหม่ จากหนังสือ “ราชินีบำรุง”ที่ออกรายเดือนของโรงเรียน มีเรื่องยาว เจ้าชายกับยาจก เงาแห่งบ้านสนหมู่ ซึ่ง เจ้าชายกับยาจก เป็นเรื่องแปลโดยอาจารย์ใหญ่ หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรา เทวกุลฯ ผู้ทรงใช้นามปากกา คนครึ และ อีกท่านหนึ่ง คือ นิด อุดมศักดิ์

ในความรื่นรมย์ของชีวิตนักเรียนประจำ ก็มีเหตุการณ์ต่างๆผ่านเข้ามา รวมถึงเหตุการณ์สงครามโลก เมื่อญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา และเดินทางเข้าประเทศไทย พ่อถูกส่งไปประจำการที่ จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ต้องแยกกับแม่ ที่ต้องอยู่กับลูกน้อยๆ ที่บ้านมหาชัย รินเอง ก็ต้องตามแม่ไป ก่อนจะกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้ง

ที่โรงเรียนมีหลุมหลบภัยสองแห่ง ระหว่างนี้มีการพรางไปทั่วทุกหนทุกแห่ง พอดึงกลางเดือนมกราคม รินอยู่โรงเรียน ยังจำได้ถึงความน่าสยดสยองของมัน ตอนนั้นสองทุ่มเศษ

เสียงหวอดังขึ้นโหยหวน สักห้านาทีต่อมา เสียงเรือบินก็กระหึ่มแล้วบินว่อนอยู่เต็มกรุงเทพ ทุกคนวิ่งตามกันไปลงหลุมหลบภัยหน้าตึกนาฬิกา
แล้วเสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ในที่สุด รินก็ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้ จากเหตุการณ์สงครามที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องแยกกันไปอยู่คนละที่ มาจนถึงเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อ เกิดเรือล่มที่บางไทร และแม่ของริน ที่จมน้ำเสียชีวิต ในขณะที่ริน อายุได้เพียงสิบสามปี

ผ่านเหตุการณ์วันสวรรคตอันนำไปสู่ความวิปโยคของชาวไทยทุกคน ชีวิตของรินก็ดำเนินต่อไป เพียงหนึ่งปีต่อมา พ่อซึ่งบัดนี้ เป็นตำแหน่งพ่อม่ายเต็มตัว ก็ได้แต่งงานใหม่กับ “น้าลัย” ญาติของแม่ ที่ เคยชอบพอกันมาก่อน และต่อมา พ่อของรินก็ตัดสินใจสมัครผู้แทน เพื่อลงเล่นการเมืองเต็มตัว

พ่อเป็นผู้แทนสังกัดพรรคแนวรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นพรรคหนึ่งในสองพรรคที่อาจารย์พ่อตั้งขึ้นมา อีกพรรคหนึ่งคือพรรคสหชีพ ตอนนั้นพรคการเมืองใหญ่มีสามพรรคเท่านั้น คือ ประชาธิปัตย์ สหชีพ และแนวรัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนจากอาจารย์ปรีดี มาเป็นหลวงธำรงฯ นั่นก็เนื่องมาจากกรณีสวรรคต

พ่อทำหน้าที่ ผู้แทนให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อผ่านไปไม่นานนัก 8 พ.ย. 2490 เมื่อรินขึ้นสู่ชั้นมัธยมหกนั่นเอง รัฐบาลหลวงธำรงฯ ก็ถูกยึดอำนาจโดยคณะทหาร ซึ่งมีพลโทผิน เป็นหัวหน้า
พ่อจึงตกงาน... หมดทั้งงานประจำและการเมือง นั่นทำให้ชีวิตของพ่อที่เคยรุ่งเรืองกลับวูบแสงลงอย่างน่าใจหาย พ่อกินเหล้าด้วยความผิดหวัง และมีปากเสียงกับน้าลัย ภรรยาใหม่ จนในที่สุด น้าลัยก็แยกทางกับพ่อ

บรรยากาศในครอบครัว เต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้อง พ่อที่ตกงาน เอาแต่ดื่มเหล้า และในเวลาต่อมา รินก็ได้รู้จักเพื่อนของพ่ออีกหลายคน ที่มาพักอาศัยร่วมบ้าน พ่อบอกแต่เพียงว่า เขาหนีภัยมาอาศํยอยู่ด้วย แต่แล้ว ในที่สุด พ่อก็ถูกทางการจับตัวในช่วงเกิดการปฏิวัติ จลาจล ไปฝากขังอยู่ที่บางขวาง

สิ่งที่รินทำเป็น... โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความมืดมนอนธกาลเช่นนี้ คือ นั่งคิดฝันและเขียนอะไรต่ออะไรที่ไม่จบ บางวันที่รินเศร้าสุดซึ้ง รินก็นั่งเขียนโคลงกลอนซึ่งเหมือนจะไหลบ่ามาเองโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ และบางวันก็พลิกปทานุกรมหาคำศัพท์ไพเราะ มาผูกเป็นฉันท์แบบต่างๆ ขณะที่รินทำเช่นนั้น รินก็ได้แต่นึกขอบใจตัวหนังสือที่ทำให้รินไม่เหงาและไม่ออกไปเที่ยวเตร่หรือเสียคน

ต่อมาอีกเก้าเดือน พ่อก็ได้รับการปล่อยตัว


ในเวลาต่อมา รินจึงตัดสินใจไปเรียน บัญชีที่ธรรมศาสตร์ โลกของเฟรชชี่ ที่เปิดกว้าง และในขณะเดียวกัน ก็ทำให้รินได้เริ่มต้นชีวิตนักเขียน เมื่อมีการเปิดตัวนิตยสารเล่มใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ ศรีสัปดาห์
มันคือจุดเริ่มต้น ก้าวแรกของนักเขียนสาวน้อยในยุคนั้น และทำให้เธอได้ก้าวเดินเข้าสู่ห้วงแห่งบรรณพิภพอย่างเต็มตัว ในเวลาต่อมา

ในนามปากกา กฤษณา อโศกสิน!!

นวนิยายเล่มนี้ อาจจะไม่ใช่นิยายที่มีฉากรัก หรือฉากต่อสู้ระทึกขวัญตื่นเต้น เป็นการเขียนที่เนิบนาบไปตามจังหวะเวลาของชีวิต เพื่อให้ผู้อ่านได้ดื่มด่ำ ซึมซับกับฉากตอน รายละเอียดต่างๆ และตามติดไปกับชีวิตของผู้เขียนตั้งแต่ต้น จนมาสู่ถนนนักเขียนในเวลาต่อมา นิยายเรื่องนี้ กฤษณา อโศกสิน ได้เขียนไว้ในคำนำตอนหนึ่งว่า

นวนิยายเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากความประสงค์ของสุวรรณี สุคนธา บรรณาธิการ ลลนา จุดมุ่งหมาย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากนวนิยายที่ผูกขึ้นเอง เป็นแบบอิงชีวประวัติ แต่จะว่าไปแล้ว ก็เกือบหาส่วนที่เป็นนิยายไม่ได้เลย เนื่องจากเป็นความจริงทั้งหมด เว้นแต่ชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอกเท่านั้นที่ถูกดัดแปลงบ้าง เพื่อให้ดูเป็นส่วนผสมระหว่างเรื่องจริงและนิยาย

เมื่อเริ่มลงมือเขียน ก็ให้รู้สึกประหม่าเป็นอันมาก แต่ครั้นเขียนไปนานเข้า กลับเกิดปิติสูขอย่างแปลกประหลาด ทกสิ่งในอดีตไหลพรูมาสู่ปัจจุบันราวสายน้ำ ทุกครั้งที่จรดดินสอลงบนกระดาษ ดูเหมือนจะได้ยิ้ม ได้น้ำตาซึมกับตนเอง ด้วยคิดถึงความหลัง... นับตั้งแต่จำความได้จนเติบโต... นับตั้งแต่เป็นสุข พร้อมหน้าพ่อแม่ จนถึงวันสูญเสีย นับตั้งแต่ครั้งยังทำอะไรไม่เป็น... จนกระทั่ง ลุกขึ้นต่อสู้ชีวิตด้วยตนเองอย่างเต็มภาคภูมิ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งผุดผ่องและหม่นหมอง มีทั้งสมหวังและผิดหวัง แต่ทุกสิ่งเหล่านั้นก็เป็นวิวัฒน์...

+++++++++++++++




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2562 19:05:52 น.
Counter : 519 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 
102 :: เล่ห์ร้ายพร่างพรายรัก / พันธุ์พเยีย  polyj
(25 พ.ย. 2562 16:34:26 น.)
บัลลังก์ใยบัว : กฤษณา อโศกสิน สามปอยหลวง
(25 พ.ย. 2562 07:44:39 น.)
ททท. รฟม. และ BEM ลงนามความร่วมมือ ชวนเที่ยวกรุง สะดวกปลอดภัย ใส่ใจลดมลภาวะ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวไทย อุ้มสี
(22 พ.ย. 2562 08:11:47 น.)
095 :: คนรักของสายฟ้า by ติยากร polyj
(18 พ.ย. 2562 22:59:02 น.)
  
เป็นเรื่องที่อยากอ่านและก็กำลังจะได้อ่าน พอดีเห็นอาจารย์มารีวิวก็ยิ่งอยากอ่านฮะ ยิ่งเห็นอาจารย์รีวิวเล่มไหน ก็อยากอ่านเล่มนั้น บางเรื่องที่เก่าๆ ไม่คิดว่าจะได้อ่านก็บังเอิญมีขายในเว็บไซต์ก็ได้สั่งซื้อมาอ่าน เช่น ภูมิซ้อน หรือที่ไม่มีให้อ่านแล้วและแนวโน้มการพิมพ์ใหม่ที่น้อยมากๆ อย่างอาศรมสาง ที่อาจารย์รีวิวไว้ตั้งแต่ปี 2556 ก็บังเอิญมีเสียงอ่านในยูทูปผมก็ไปฟังจนจบ ลุ้นทุกตอนจริงๆฮะ ชอบทุกครั้งที่อ่านด้วยตัวเองเสร็จแล้วก็มาอ่านรีวิวของอาจารย์ เป็นแนวทางในการตามเก็บและติดตามผลงานนวนิยายเก่าๆที่ทรงคุณค่าได้ดีมากๆครับ ขอให้อาจารย์มีสายตาอันแข็งแกร่งเพื่อยืนหยัดการรีวิวนวนิยายเรื่องอื่นๆต่อไปและผมจะได้ตามอ่านด้วยครับ
โดย: ปัณรสี IP: 180.183.17.202 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:14:34:23 น.
  
สวัสดีครับคุณบัณรสี เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่หยิบมาอ่าน ด้วยความประทับใจมากเลยครับ อ่านแล้วรับรู้ถึงความรื่นรมย์ ความสุขของ ผู้เขียน ที่ได้ย้อนความคิดคำนึงกลับไปสู่วัยเยาว์ และถ่ายทอดภาพเหล่านั้น ออกมาให้นักอ่านได้ซึมซับอรรถรส ไปพร้อมๆกัน

มีอีกหลายเรื่องเลยครับ ที่อยากอ่าน อยากเขียนรีวิว แม้เวลาจะจำกัดเหลือเกิน ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆเลยครับผม
โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.190 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:17:57:11 น.
  
ขอบคุณนะครับคุณสามปอยหลวงที่เข้ามารีวิวนวนิยายให้นักอ่านคอนวนิยายได้อ่านกันอีก
โดย: จิรวัฒน์ IP: 182.232.52.30 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:9:10:30 น.
  
คุณจิรวัฒน์ : ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาโดยตลอดครับผม
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:15:23:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]

บทความทั้งหมด