รู้ทัน....ป้องกันมะเร็ง

- มะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย ส่วนมะเร็งลำไส้ คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
- มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่มีการดำเนินโรคเร็วมาก มักจะเสียชีวิตใน 3 -6 เดือน
- โอกาสรอดชีวิตของมะเร็งตับมีเพียง 10-20% ขณะที่อัตราการเสียชีวิตมีสูงถึง 80-90%
- มะเร็งลำไส้มักตรวจพบ เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว เนื่องจากมะเร็งในระยะต้น มักไม่มีอาการที่ชัดเจน
- มะเร็งลำไส้ สามารถตรวจพบก่อนการเป็นมะเร็ง ด้วยการส่องกล้อง เท่านั้น

เรามาทำความรู้จักมะเร็งร้าย 2 ชนิดนี้กันดีกว่า
จะทราบได้อย่างไรว่ากำลังเป็นมะเร็งตับ?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการอะไรเลย ดังนั้นเมื่อมีอาการที่ชัดเจนมะเร็งก็อยู่ในระยะลุกลามหรือมีขนาดใหญ่และไม่ สามารถจะรักษาได้แล้ว อาการของผู้ป่วยมะเร็งตับที่ชัดเจนก็คือ
• รู้สึกอ่อนเพลีย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
• เบื่ออาหาร จุกเสียด แน่นท้อง
• ปวดชายโครงด้านขวา โดยอาจร้าวไปที่ไหล่ด้านขวาหรือลำตัวซีกขวาและอาจคลำพบก้อนที่ชายโครง
• ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโตและบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง

การตรวจหามะเร็งตับทำได้อย่างไร?
• การตรวจหาระดับของสารอัลฟาฟิโตโปรตีน (Alfafeto-protein) ซึ่งเป็นสารที่มักพบในผู้ป่วยมะเร็งตับ
• การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง เพื่อตรวจหาก้อนมะเร็งที่มีขนาดเล็ก ๆ ได้
• การตรวจโดยใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า C T Scan ซึ่งจะสามารถเห็นมะเร็งที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ซ.ม.ได้

จะทราบได้อย่างไรว่ากำลังเป็นมะเร็งลำไส้
• ปวดท้อง, ท้องเสีย, ท้องผูก บางครั้งอาจมีอาการทั้ง 3 อย่างสลับกัน
• เลือดออกในเนื้องอกก่อให้เกิดเลือดออกในอุจจาระ ซึ่งหากเป็นสีแดงแสดงว่ามีเนื้องอกที่บริเวณช่องทวารหนัก และหากเป็นสีดำ แสดงว่ามีเนื้องอกอยู่ภายในลำไส้
• บางครั้งอาจรู้สึกแน่นท้อง ปวดท้อง เป็นไข้ น้ำหนักลด ไม่อยากอาหาร

การตรวจหามะเร็งลำไส้ทำได้อย่างไร?
• การตรวจเลือดที่แฝงในอุจจาระ (แต่ให้ผลการวิเคราะห์ที่ไม่แม่นยำ)
• การตรวจเลือดเพื่อหาตัวบ่งชี้มะเร็ง CEA , CA 19-9 และ CA 125
• การตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา
• การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร
• การตรวจเนื้อเยื่อ

สำหรับหลายๆ ท่าน ที่รู้สึกว่าอาการผิดปกติของตนเองนั้น ยังไม่มาก สามารถทนได้ หรืออาการทุเลาลงเมื่อรับประทานยา อาจจะยังไม่เห็นความสำคัญของการพบแพทย์ในทันที ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหลายคนพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ที่จะค้นพบสาเหตุของโรคในระยะเริ่มต้น ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน เนื่องจากอาการได้ลุกลามไปแล้ว จนถึงขั้นไม่อาจรักษาได้ก็มี......อย่างลืมดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก ด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก....




สนใจสอบถามรายละเอียด
ศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โทร.0-2731-7000



Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 14:16:42 น.
Counter : 647 Pageviews.

2 comments
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 230 "ความกลัว" newyorknurse
(17 มิ.ย. 2562 06:52:19 น.)
วอลนัท ถั่วลดไขมัน ป้องกันโรค สมาชิกหมายเลข 5298518
(19 พ.ค. 2562 17:52:06 น.)
น่ารู้เกี่ยวกับเรื่อง “การนอนหลับยามค่ำคืน” จาก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย newyorknurse
(29 พ.ค. 2562 03:30:44 น.)
ข้อมูลสุขภาพที่น่าสนใจ - ฝากถึงทุกท่านที่กินอาหารอย่างไม่ระมัดระวัง newyorknurse
(22 พ.ค. 2562 08:58:31 น.)
  
โฉมเฉลาเยาวภาอย่าเฉลียว
พี่เคยเที่ยวเจนจิตทุกทิศา
ไม่เคยเห็นนารีที่ต้องตา
จนพบแก้วกัลยาจึ่งสร้านรัก

วิวาห์พระสมุท
ของ ศรีอยุธยา

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ค่ะ ขอไป forward / post ต่อค่ะ
โดย: Elbereth วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:28:04 น.
  
Thank you na ka
โดย: Borken วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:59:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Samitivejhospitals.BlogGang.com

samitivej
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด