คำพูดคำแนะนำแก้อารมณ์ภาคปฏิบัติทางจิตไม่ได้: มายาสังขาร > สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนประจำในห้องพุทธศาสนา แต่มาเมื่อมีปัญหามาถาม ความรู้ทางธรรมและทางการปฏิบัติแทบจะไม่มี แต่เคยมีปัญหาจากการปฏิบัติเมื่อสองถึงสามปีก่อนแล้วมาโพสขอความช่วยเหลือไว้ดังนี้ https://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2010/10/Y9785609/Y9785609.html มีหลายท่านแนะนำดีมาก แต่เพราะดิฉันรู้เรื่องการปฏิบัติธรรมน้อยไม่รู้จะไปทางไหนดี ไม่กล้าเสี่ยงทำเองแบบมั่วๆ อีกแล้ว ตอนที่ถามนั้นจำเป็นต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจรักษาทางแพท์แผนปัจจุบันทางเดียว เพราะหมดโอกาสหาพระอาจารย์ที่จะช่วยแนะนำได้ ตอนนั้นดิฉันเป็นหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ ต่อมาดิฉันรักษาอยู่นานเสียงแว่วต่าง ๆ ก็หายไปหมด แต่ก็ยังต้องพบแพทย์ทุกเดือน เดือนละครั้ง จนผ่านไปเป็นปีก็ไม่มีอะไรผิดปกติแล้วจึงได้เลิกทานยาตามคำอนุญาติของแพทย์ แล้วก็ได้ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย เพิ่งมาได้ไม่กี่เดือนก็เกิดเรื่องอีกจนได้ค่ะ อยู่ดีๆคืนนึงก็เกิดเสียงแว่วกลับมาอีก เขาบอกว่าอยากหายต้องหายทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น และให้ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อนจนกว่าจะเจออาจารย์ที่แนะนำได้ ดิฉันลองทดลองนั่งสมาธิเดินจงกรมอีกครั้งแค่เวลาสั้นๆ แต่เสียงแว่วกลับบอกว่าที่บอกว่าให้ทำเท่าที่ทำได้นั้นเขาให้ทำทั้งวัน ตอนนี้เองที่ดิฉัน....กลัวค่ะ ... หรือว่าเพราะหยุดยานานและนอนไม่เต็มที่ อาการประสาทจึงกลับมาอีกแล้ว หรือเสียงนั้นไม่ใช่เกิดจากอาการจิตแล้วมันเพราะอะไร จะทำอย่างไรดี เพราะทานยาโรคประสาทไม่ค่อยสนุกนักผลกระทบเยอะมาก แถมหมอบอกว่าเดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเริ่มอีกมันจะทำลายสมองเรา ถ้าตัดสินใจไปรักษาแบบนั้นอีกอาจจะต้องยอมรับการรักษาไปอีกยาวนานหลายปีแน่ๆเพราะก็เห็นแล้วว่าขนาดรักษามาสองปี เสียงนั้นยังกลับมาได้อีก แต่การจะกลับมาเริ่มปฏิบัติใหม่ในสภาวะไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นมาจากเหตุใดแบบนี้(หากโรคประสาทมันกลับมาอีกจริงๆ)มันจะไปกันใหญ่ ยกเว้นแต่ว่าจะมีอาจารย์ให้คำแนะนำได้แต่ท่านเหล่านั้นอยู่ไหนล่ะเพราะไม่รู้จักเลยสักท่าน ตอนนี้ยังไม่กล้าให้คนที่บ้านรู้เลยค่ะเพราะหากพูดปรึกษาออกไปก็กลัวจะต้องมีทางเดียวให้เลือกคือพวกเขาจะพากันพูดอ้อนวอนจนเรารู้สึกผิดที่ทำให้พวกเขาเป็นห่วงแล้วก็ยอมกลับไปหาหมอกินยาอีกแบบที่เคยทำมา ใครมีคำแนะนำดีๆ แนะนำด้วยนะคะ ความคิดเห็นที่ 17 ตอนนี้ดิฉันอยู่เมืองไทยค่ะไม่ได้อยู่เมืองนอกแล้ว ที่จริงตอนที่ดิฉันหายมาพักนึงนี่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องศาสนาอีก ไม่ค่อยไปทำบุญ ไม่ได้สวดมนต์อีก ธรรมะก็เลิกอ่าน อ่านแต่นิยาย แต่ไม่เครียดอะไร จนเกิดเสียงแว่วกลับมาบ่นเอา งงเลยว่าหายไปเป็นปีแล้วกลับมาได้ไงฟะ เริ่มหนักใจกลัวเป็นเยอะขึ้นเรื่อยแล้วต้องไปหาหมออีก เพราะดิฉันไม่ได้ฝึกอะไรทำให้หวั่นใจว่าเกิดจากอาการโรคจิตที่กลับมามากกว่าจะเกิดจากผลจากการทำสมาธิ แต่เรื่องที่ฟังเสียงนั้นมันก็ทำให้เราสงสัยน่ะค่ะ (ยอมรับว่าชอบคุยกับเขาค่ะ บางทีเขาใช้คำพูดแปลกๆค่ะ เช่น พระผู้ผิดพลาด ผิดพลาดเพราะพลาดผิด ยุ่งยากจะได้ยากยุ่ง พูดซ้ำๆ คราวก่อนที่เป็นหนักก็เพราะแบบนี้ละค่ะ คุยกับเสียงนั้นจนเป็นหนัก) .... กลัวอาการโรคเก่าจะยังไม่หายขาด การกินยาโรคจิตนี่ทรมาณมากค่ะ เดินเหมือนตัวเกร็งมือไม้เกร็งๆสั่นๆ โดยเฉพาะตอนเริ่มเหมือนหมอจะให้โดสสูงๆแล้วลดลงจนเหลือเท่าที่เราจะทนไหว เขาจะลองเปลี่ยนยาไปเรื่อยจนกว่าจะเจอที่ใช้ได้ผลกับเรา ริดสีดวงแถมมาอีก แค่นึกถึงก็เซ็งแล้ว คิดว่าจะพยายามตั้งใจฝึกสติ และละเลิกการฟังเสียงนั้นเสียงให้ได้ ใครมีคำแนะนำเรื่องการฝึกสติแนะนำด้วยนะคะ จะพยายามค่ะ ประสบการณ์จากการฝึกสมาธิ (กลับมาอีกครั้ง) - Pantip - อ่าน สาระสำคัญของสติปัฏฐาน BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : สาระสำคัญของสติปัฏฐาน อยู่ดีๆคืนนึงก็เกิดเสียงแว่วกลับมาอีก เขาบอกว่าอยากหายต้องหายทางพระพุทธศาสนาเท่านั้นและให้ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อนจนกว่าจะเจออาจารย์ที่แนะนำได้ ดิฉันลองทดลองนั่งสมาธิเดินจงกรมอีกครั้งแค่เวลาสั้นๆ แต่เสียงแว่วกลับบอกว่าที่บอกว่าให้ทำเท่าที่ทำได้นั้นเขาให้ทำทั้งวัน ตอนนี้เองที่ดิฉัน....กลัวค่ะ - ยังไม่ต้องนั่งสมาธิ (เราไปเชื่อสภาวะหลอนหลอกอีก) พับไว้ก่อน (นั่งกำหนดอารมณ์ สมาธิเกิดง่ายกว่าเดินจงกรม) ในชีวิตประจำวันมีงานประจำอะไรก็ทำ หากขณะนั้นมีเสียงอะไรแทรกมากำหนดเสียงนั้นตรงๆ ยังไงก็ยังงั้น เสียงหนอๆๆ ๓-๔ ครั้งปล่อย ไม่จมแช่อยู่กับมัน (ไม่เก็บรายละเอียดเสียงอะไรเสียงใครขอคุยด้วยสิ ไม่เอา กำหนดรู้แล้วปล่อย) มาสนใจงานที่ทำในขณะนั้นสะ เดินจงกรมอย่างเดียวได้ เดินระยะที่ ๑ เดินเร็วหน่อย ซ้ายขวาๆๆๆ จ็อกกิ้งตอนเช้า-เย็นก็ได้เพื่อลดระดับสมาธิ ขณะวิ่งมีเสียงหรือคิดอะไรแทรก กำหนดมันตามสภาพ ไม่ปล่อยผ่านไปเรื่อยเปื่อย รู้สึกกลัวปุ๊บ กำหนดรู้ปั้บ กลัวหนอๆๆๆ ๓-๔ ครั้งปล่อย ไม่ต้องคิดหาเหตุผลกลัวอะไร กลัวทำไม ไม่ต้อง กำหนดมันตามสภาพแล้วปล่อยมาสนใจงานเฉพาะหน้าอยู่กับงานสะ ยังมีนั่นนี่แทรกอีก กำหนดตามที่มันเป็นอีก ฯลฯ คิดสงสัยนั่นนี่ กำหนดปั้บ สงสัยหนอๆๆๆ ๓-๔ ปล่อย ไม่จมแช่อยู่กับคิดสงสัยเรื่องนั่นนี่โน่น BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : อานิสงส์จงกรม+จงกรม ๖ ระยะ คนที่ปฏิบัติด้วยกันเล่า - เรื่องอื่นๆ ที่เกิดจากการปฎิบัติร่วมกันกับคนอื่น ก็มีอีก... 👉.... ในครั้งนี้ มีผู้ที่กลับออกมาก่อนที่จะครบ 10 วัน 5 คนด้วยกัน แต่ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเอง....แต่ที่มีแปลกๆ ก็คือ มีคนที่ฝึกคนนึง สาว สวย น่ารัก เวลานั่งสมาธิ เธอจะมีท่าทีที่สงบ และเยือกเย็นมาก เวลาลุก นั่ง ยืน เดิน จะดูสุขุม เคร่งครัด แต่แล้วก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่ง คือว่า ... คุณคนสวยคนนี้ นั่งสมาธิอยู่ดีๆ เธอก็มีอาการเกร็ง มือม้ายโบกไป โบกมา ไอ้เราก็นึกว่า เออ สงสัยเค้าจะง่วง แล้วคงยืดเส้น ยืดสายมั๊ง ก็เลยไม่สนใจ มีครั้งนึง จู่ๆ เค้าก็ล้มลงนอนไปเฉยๆ พอมีคนไปดู เค้าก็ลืมตา แล้วก็บอกว่า ไม่เป็นไร เค้าไม่เป็นไรแบบว่า ยังอยู่ในความเงียบสงบมาก ไม่ค่อยจะมีคนรู้เรื่องสักเท่าไหร่ ... พอคืนถัดมา คราวนี้ เค้าล้มท่าตะแคงทั้งที่ยังนั่งขัดสมาธิด้วยความเงียบสงบเช่นเดิม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ธรรมบริกรก็พาเค้าออกจากห้องปฏิบัติรวม แล้ว เราๆที่ยังนั่งอยู่ข้างใน ก็ไม่ทราบรายละเอียดอีกต่อไป แต่วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ธรรมบริการก็ได้นั่งรถมาส่งเค้ากลับถึงบ้านของเค้าที่ กทม. อย่างปลอดภัย .... 👉.... อีกราย..คนนี้..ช่วงที่นั่งวิปัสนา เทป สอนว่า นี่เป็นการผ่าตัดจิตของเรา สำรวจจิตของเรา ... ทีนี้ล่ะ เป็นเรื่องเลย เพราะว่า ท่านี้ เค้าจะผ่าตัดหัวใจของตัวเองจริงๆ เค้านึกให้จิตตัวเองเป็นใบมีดที่คม แล้วก็ผ่าลงไปที่หัวใจ เพื่อที่จะไปผ่าตัดหัวใจของตัวเอง แล้วทีนี้นะคะ ปรากฏว่า เค้าร้องกรี๊ดออกมา อาจารย์ช่วยด้วย อาจารย์ช่วยด้วยค่ะ หัวใจแตกสลายแล้ว หัวใจแตกสลายหมดแล้ว แล้วก็ร้องไห้ยกใหญ่ ...ไอ้เราก็นั่งนิ่ง ตัวเรางี้ขนลุกหมดเลย ได้แต่แผ่เมตตาให้เค้าอย่างเดียว .. มารู้ทีหลังว่า พระอาจารย์บอกว่า เค้าทำผิดวิธี คือเพ่งที่หัวใจตัวเองมาก เคร่งเคียดมาก ใส่ความรู้สึกมากไม่มีอุเบกขา เรื่องก็เลยเป็นอย่างนี้แล.....เพราะฉนั้น จะเห็นได้ว่า จิตของเรานี้ช่างน่ามหัศจรรย์ อะไรเช่นนี้ ทำให้เกิดทั้งเรื่องดี และเรื่องที่น่ากลัวได้ .... > ในทางธรรม เมื่อว่าถึงการปฏิบัติทางจิต ปัจจุบัน หมายถึง ขณะเดียวที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอยู่ BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : ๙. วิธีคิดแบบอยู่กับปัจจุบัน |
บทความทั้งหมด
|





ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [