นั่งสมาธิ เกิดอาการแบบนี้ต้องทำยังไง
เนื่องจากมี ปห เครียดกลุ้มใจ 

คือนั่งสมาธิดูพองยุบ มาได้ 1 เดือนแล้ว นั่งแบบขัดสมาธิเพชร ผ่านอาการต่างๆมาพอสมควร
ตอนนี้นั่งแบบไม่กำหนดเวลาค่ะ เพราะกำหนดทนไม่ได้ค่ะ อยากออกตอนไหนก็ออก (นั่งได้ราว ๆ 1-2 ชั่วโมง)  ช่วงแรก ๆ 30 นาที ปวดขามากจนทนไม่ไหว ก็อดทน จนนั่งได้ราว 40-50 กว่านาทีถึงปวดขาขึ้นมาอีก ทีนี้ก็ลองทนค่ะ จนตอนนี้อาการปวดแบบช่วงแรก ๆ ไม่ค่อยมีแล้ว   (หลังๆเลยจะลองกำหนดเวลานั่ง สรุปปวดขึ้นมาอีก  แต่ก็ลองนั่งหาว่ามันปวดตรงไหน จนเห็นว่าเส้นนี้มันปวดตุบ ๆ นะ

ปล. ความปวดทั่วขาหายไปด้วย รับรู้เฉพาะว่ามันตุบมันปวดแค่เส้นนั้นเส้นเดียว)  แต่ทนได้ไม่สุดค่ะรอบนี้ แอบเสียดายตัวเอง

สุดท้ายเลยไม่กำหนดเวลาออกค่ะ อยากออกตอนไหนก็ค่อยออก

อาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมากกว่านี้ ขอข้ามๆไปเลยนะคะ

แล้วช่วง 2-3 วันมานี้ เวลานั่งอยู่  เริ่มรู้สึกว่าท้องพองยุบมันสั้นลง แทบไม่มีลมหายใจค่ะ รู้สึกหายใจไม่อิ่ม ไม่ทั่วท้อง  บริกรรมไม่ไหวเลยปล่อยบริกรรมไป  แต่ก็อึดอัดกับการที่รู้สึกว่าลมไม่เข้าท้องเลย

สักพักรู้สึกว่าตัวเองนั่งหลังงอไปเรื่อย ๆ หลังแข็ง คอแข็ง ทีนี้เลยลองค่อย ๆ ยืดตัวให้รู้สึกเป็นปรกติค่ะ  แล้วทีนี้มันไม่ปรกติ  พอเรา​ขยับร่างกายแล้ว ท้องมันรู้สึกแข็งขึ้นมาค่ะ  หายใจเข้าออก ท้องคือแข็งไปเลย  หายใจเข้าก็แข็ง  ออกก็แข็ง  ไม่ขยับ  ไม่สบายตัวหนักกว่าเดิม

ขอโทษที่เกริ่นยาวไปหน่อย

อยากทราบสองอาการสุดท้ายค่ะว่ามันคืออะไร

แล้วจะข้ามผ่านการรู้สึกของลมหายใจยังไงคะ  (คนละความรู้สึกกับช่วงที่นั่งแรกๆค่ะ ครั้งแรก ๆ รู้สึกว่าอากาศรอบตัวหายไปเลย อึดอัดทรมาน  แต่รอบนี้รู้สึก  ลมหายใจแผ่ว สั้น ไม่ทั่วท้อง อึดอัดนิดหน่อย)​

ต้องทำอย่างไรต่อ  นั่งดูลมต่อไหมคะ  แต่บางทีการเต้นของชีพจรรบกวนหนักมาก เดี๋ยวตรงนั้นก็ตุบ ตรงนี้ก็ตุบ ลิ้นปี่ก็ตุบ


  สอบถามการนั่งสมาธิ เกิดอาการแบบนี้ต้องทำอย่างไรต่อ - Pantip


465 วางตัวอย่างเทียบให้สังเกต ตย. ข้างล่าง  มี ๒ ตอน ตอนแรก เขาใช้สิ่งที่ติดตัวติดชีวิต คือ ลมหายใจเข้าออก, พอง-ยุบของท้อง (มันคือลมเข้าออกแล ลมเข้าท้องพอง ลมออกท้องยุบ)   เป็นกรรมฐาน,เป็นปัฏฐาน  ตอนที่ ๒ เขาใช้วัตถุภายนอกเป็นกรรมฐาน,เป็นปัฏฐาน  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้)

-  ฯลฯ  การทำขนมไปขายเป็นการไม่เหมาะไม่สมควร ฉันเลยต้องเลิกทำ

ฉันเลยได้แต่ปลูกต้นไม้เล่นไปวันๆ ความเงียบสงบทำให้ฉันทำสมาธิได้สำเร็จ ซึ่งเมื่ออยู่เมืองไทย พยายามทำแล้วไม่สำเร็จ เมื่อตอนเป็นวัยรุ่น ผู้ใหญ่ให้เราไปเรียนวิปัสสนา โดยมีแม่ชีมาสอน นั่งเรียงแถวจ้องเทียน ยุบหนอพองหนอ กำหนดลมหายใจ พอตกกลางคืนฉันร้องกรี๊ดเอะอะโวยวายขึ้นมาขณะนอนหลับ ฉันรู้สึกเหมือนมีเสียงฟ้าผ่าลงบนหัว เสียงเหมือนระเบิดดังเปรี๊ยะ พร้อมกับเหมือนมีแสงสว่างแวบเข้ามาอย่างน่ากลัว ฉันผวาลุกขึ้น ตัวสั่นเหงื่อแตกด้วยความกลัว ตั้งแต่นั้นมา ฉันไม่ยอมไปนั่งวิปัสนาอีกเลย  คงเป็นเพราะฉันยังเป็นคนมีบาป ไม่มีบารมีพอที่จะรับบุญนี้ จึงบันดาลให้เกิดอาการประหลาดนี้ขึ้น  แต่พอมาอยู่อเมริกาคนเดียวในที่สงบ  ก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำสมาธิ

ฉันเริ่มจากการเพ่งจุดที่เพดาน ขณะที่นอน จุดอะไรก็ได้ ให้จิตร่วมเป็นจุดเดียว ขณะที่นั่งก็จะหาจุดอะไรก็ได้ที่อยู่ตรงหน้า จนรู้สึกว่าจิตเกือบจะรวมได้แล้ว ก็ทำต่อไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมีญาติมาจากเมืองไทย ฉันพาเขาไปซื้อของที่ห้าง ฉันขี้เกียจเดินขอนั่งรอในรถ ขณะที่รอ ฉันก็ใช้เวลาที่รอเพ่งจุดขี้ผึ้ง นานเป็นชั่วโมง ฉันรู้สึกเหมือนตัวจะลอยได้ มันเบาหวิว ไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นอะไรเลย มันว่างเปล่า ฉันจึงรู้ว่าฉันทำได้แล้ว มันเป็น ความสบายโล่งอย่างบอกไม่ถูก บุญกุศลคงจะสนองฉัน ฉันดีใจมากที่ทำสำเร็จ ตั้งแต่นั้นมา ฉันอยากจะทำสมาธิเมื่อไหร่ก็ทำได้ แม้เพียงนั่งอยู่แค่ไม่กี่นาทีก็ทำได้
ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อย เครียด ฉันก็จะหยุดจิตนั่งสมาธิแค่ ๑๕ นาทีก็หายเหนื่อย ใครจะนำวิธีของฉันไปใช้บ้างก็ได้ จะได้เป็นกุศลมาถึงฉันด้วย คุณไม่ต้องเสียเวลาไปฝึกที่วัด แค่เพียง ทำจิตให้นิ่งได้ สักวันหนึ่งคุณก็จะพบความสุขที่แท้จริง

  ลักษณะไทย | ย้อนเรื่องราวชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยาย | Facebook

  สังเกตความต่างระหว่างการใช้กรรรมฐานภายนอกกับใช้กรรมฐานคือสิ่งติดมากับชีวิต เช่นหายใจเข้าออก  ชีวิตกายใจมันมีกฎของมัน (กฎธรรมชาติ) มันก็เป็นไปตามเรื่องของมัน  ด้านคนก็จะเอาตามความยึดความอยากของตัว  ตรงนี้มันเลยขัดแย้งกัน  ดังตัวอย่างภาคปฏิบัติที่่ถามๆกัน เพราะโยคีไม่กำหนดรู้ตามที่มันเป็น  เป็นยังไงรู้สึกยังไง กำหนดยังงั้นตามสภาวะของมัน 

  ส่วนการใช้วัตถุนอกตัว เช่น รูปกสิณต่างๆ ตัวอย่างนั่น เขาใช้จุดนั่นนี่สำหรับให้จิตเพ่ง แบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหา
 


-  ส่วนเรื่องเวลาที่ทำการฝึกหัดพัฒนาจิตแต่ละช่วงๆ  โยคีต้องค่อยๆปรับจากน้อยไปหามาก ไม่ใช่โผล่มาก็เล่นทีเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงเลย   121   และต้องเดินจงกรมควบคู่กันไป  ใช้เวลาสม่ำเสมอกันหรือใกล้เคียงกัน  (นั่ง+เดิน)  เรียกว่าปรับอินทรีย์ให้เสมอกัน  ข้อความนี้ 450 บอกว่า สมาธินทรีย์ล้ำวิริยินทรีย์  (ดูวิธีจงกรม) กำหนดรู้ตามนั้นแล้วปล่อย อย่าจมแช่กับมัน

     "ต้องทำอย่างไรต่อ  นั่งดูลมต่อไหมคะ  แต่บางทีการเต้นของชีพจรรบกวนหนักมาก เดี๋ยวตรงนั้นก็ตุบ ตรงนี้ก็ตุบ ลิ้นปี่ก็ตุบ"

- ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่ก็ทั้งชีวิตไม่เคยนั่งขัดสมาธินานๆมาก่อน  เริ่มที่ ๒๐ นาที  นั่งกำหนดอารมณ์ ๒๐ นาที จงกรม ๒๐ นาที (นั่ง ๒๐ จงกรม ๒๐)  ในแต่ละวันจะกี่บัลลังก์แล้วแต่วันว่างจากธุระการงานประจำวัน   
 


สมมุติเดือนหนึ่งปฏิบัติรวมๆแล้วได้ ๖๐ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย  สัก ๒ เดือน เพิ่มเวลาอีก ๑๐ นาที เป็นนั่งกำหนดอารมณ์ ๓๐ นาที  จงกรม ๓๐ นาที  (๒ เดือนปรับครั้งละ ๑๐ นาที จนครบ ๖๐ นาที เป็นจงกรม ๖๐ นาที นั่งกำหนดอารมณ์ ๖๐ นาทีสุดแค่นี้ ในแต่ละวันจะปฏิบัติกี่ชั่วโมงแล้วแต่วันว่าง  แม้วันไม่ว่างจากงาน  ทำงานอาชีพอยู่ก็ใช้งานที่ทำนั้นเป็นสนามฝึกจิต เป็นที่ทำงานของจิตไปด้วย หมายความว่าใจอยู่กับกิจจิตอยู่กับสิ่งที่ทำ)

- นั่งขัดสมาธิธรรมดาจะใช้เท้าขวาทับทับซ้าย เท้าซ้ายทับขาขวา ไม่ใช่ปัญหา  ไม่ต้องถึงขั่นนั่งขัดสลักเพชรหรอก ดูตัวอย่างรูปนั่งพระพุทธรูป
 


จะนั่งเท้าขวาทับเท้าซ้ายบัลลังก์หนึ่ง เท้าซ้ายทับขวาบัลลังก์หนึ่ง สลับกันก็ได้  ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา

- หลักจงกรม

  BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : อานิสงส์จงกรม+จงกรม ๖ ระยะ

 
 BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : ห ลั ก ปฏิบัติ - ผ ล ข อ ง การปฏิบัติ


465  ภาคปฏิบัติ จุดบกพร่องของโยคีเกือบทั้งนั้น  ได้แก่ การปล่อยอารมณ์ไหลไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่กำหนดรู้ (ปริญญากิจ)  ตามที่มันเป็น หมายความว่า ขณะนั้นเป็นยังไง รู้สึกยังไงกำหนดยังงั้น  เช่น   รู้สึกอึดอัด  กำหนดทันที อึดอัดหนอๆๆๆ  ๓-๔ ครั้งปล่อย ไม่จมไม่แช่อยู่กับมัน ดึงสติมากำหนดพอง-ยุบ (ผู้ใช้พอง-ยุบ พองหนอ ยุบหนอ) ไปใหม่ สภาวะใดแทรกเข้ามารู้สึกอีก  วางพอง-ยุบไปก่อน ดึงสติมากำหนดสภาวะนั้น ตามที่มันเป็นตามที่รู้สึก กำหนดรู้ ๓-๔ ครั้ง ปล่อย ไม่จมไม่แช่อยู่กับมัน  กำหนดกรรมฐานคือพอง-ยุบ (ผู้ใช้ลมหายใจเข้าออกก็มาที่ฐานมันนี่) ไปใหม่  ปฏิบัติทำนองนี้เรื่อยไป จนครบเวลาที่กำหนดไว้กี่นาที .... แล้วลุกเดินจงกรม


- ศึกษากฎธรรมชาติ

  BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : ตัวกฎ หรือตัวสภาวะ


 



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2568
Last Update : 28 เมษายน 2569 14:51:36 น.
Counter : 199 Pageviews.

0 comments
: บุปผาแห่งปรมัตถ์ 7 : กะว่าก๋า
(28 ก.ย. 2569 04:39:23 น.)
แจกภาพปฏิทินประจำวัน ครั้งที่ 65 (1-7 ตุลาคม 2569) ทองกาญจนา
(30 ก.ย. 2569 08:56:43 น.)
พระพุทธเจ้า สมาชิกหมายเลข 9341248
(27 ก.ย. 2569 17:33:24 น.)
26 กย 69 วันบุญข้าวสาก mcayenne94
(26 ก.ย. 2569 10:58:55 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Samathijit.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#22



สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]

บทความทั้งหมด