ทำไมงานศิลปกรรมไทยถึงหมดลงทุกวัน
ถาม ...... ทำไมงานศิลปกรรมไทยถึงหมดลงไปทุกวันตอบ....... งานศิลปกรรมของไทยนั้นนับวันยิ่งจะหมดไปทุกวันสืบเนื่องมาจากสองสาเหตุคือ
หนึ่ง ผุพังและสูญหายไปตามเวลาซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติครับ มีวิธีรักษาไว้คือถ่ายเก็บ ข้อมูลอย่างละเอียด เน้นครับอย่างละเอียด ใครจะรู้ว่าสักวันภาพที่เราไม่เห็นความสำคัญวันหนึ่งจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ ผมถึงได้ขอข้อมูลและความรู้เทคนิคดีๆจากเพื่อนๆเสมอ เมื่อมีงานหรือรูปดีๆมาลง เช่นภาพเมืองอสูร ที่วัดเลียบที่อยู่ที่สะพานพุทธ ซึ่งได้ถูกระเบิดพังไปในสงครามโลกครั้งที่2 ซึ่งผมได้เห็นจากหนังสือที่ฝรั่งถ่ายไว้ งามมาก อีกวิธีหนึ่ง คือการอนุรักษ์ ซ่อมแซม แต่เป็นความจริงที่น่าเจ็บช้ำใจ ว่าการอนุรักษ์ศิลปกรรมในประเทศเรา มักจะเป็นในทางทำลายมากกว่า เช่นที่เมื่อตอนบูรณะมณฑป วันพระเชตุพน มีระเบียงคตและที่ระเบียงคตนั่นเองเขียนเป็นภาพรามเกียรติ์รอบระเบียงยาวเหมือนว้ดพระแก้ว
ผู้รับเหมาก็นำเอาปูนและเครื่องมือเข้าไปไว้และเป็นที่อยู่ของคนงานเอาตะปูตอกฝนังที่มีงานจิตรกรรมสวยๆสมัยรัชกาลที่๓ เสียหายหมด มีภาพหนึ่งซึ่งสวยมากเป็นภาพทศกรรณอุ้มนางอุมาเทินอยู่บนบ่าสวยมาก ด้วยความประมาทและความโง่เง่าของผมเองที่ไม่ไดถ่ายรูปไว้ในตอนนั้น อีกหนึ่งเดือนให้หลัง ผมนำกล้องไปถ่าย ปรากฎว่าเขามาสีขางทับงานชั้นดีไปหมดนับว่าเป็นความบัดซบของผมเอง เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือถ่ายเก็บและเผยแพร่งานเท่านั้นครับเป็นวิธีที่ดีที่สุด

สอง ขาดการสืบทอด อันนี้สำคัญบางคนอาจเถียงว่ามีการสืบต่อจากศิลปินหลายท่านในปัจจุบัน แต่ศิลปินแต่ละท่านนั้นจะนำรูปแบงานไทยมมาเป็นพื้นฐานเท่านั้นและนำมาประยุกต์เป็นแนวทางของตนเอง อันนี้เป็นจิตรกรรมไทยประยุกต์ แต่ผมกำลังพูดถึงการสืบทอดงานไทยประเพณีตั้งแต่โบราณจนถึงรัตนโกสินทร์ ไม่ใช่งานปัจจุบัน ที่น่ากลัวคือเรามักจะไม่ศึกษางานไทยแบบลึก คือ เข้าใจงานไทย งานไทยนั้นเรียนตลอดชิวิตก็ไม่หมดครับ เพราะที่เหลืออยู่ให้ศึกษามันมากเหลือเกิน คราวนี้คนทั่วไปมักมองงานไทยไม่เป็น เนื่องจากต้องศึกษา เข้าใจ คติและสกุลลายของไทย อย่างไหนงานดีอย่างไหนงานไม่ดี สำหรับการสืบทอดคงต้องทำความเข้าใจกับ การเสพงานที่ถูกต้องเอามาเปรียบเทียบให้เห็นครับ แต่ธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือการทำหนังสือเผยแพร่ จึงดีที่สุดครับ แต่เป็นที่รู้กันหนังสือที่ออกมาในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นงานตลาดเสียมาก คือเน้นขายไม่เน้นดี เพราะถ้าดีจะต้องใช้เวลามากกว่าจะออกมาแต่ละเล่มครับ แต่ถึงอย่างไรผมคงจะศึกษาและเผยแพร๋ศิลปะของเราต่อไป แต่ถ้าใครมีข้อมูลงานดีๆหรือพี่น้องที่เรียนงานไทยมีข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับถือว่าเป็นการพัฒนาและเพิ่มความรู้อย่างหนึ่งครับ



Create Date : 27 สิงหาคม 2551
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 21:54:35 น.
Counter : 863 Pageviews.

16 comments
ปลื้มใจจัง - ไทยคว้าแชมป์แกะสลักหิมะ เป็นสมัยที่ 9 แล้ว newyorknurse
(28 มี.ค. 2563 23:50:41 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - The Story of Art : ว่าด้วยเรื่องศิลปะ :: กะว่าก๋า
(17 มี.ค. 2563 06:51:41 น.)
ภาพวาดสีน้ำ นกต่างๆ - นำมารวมไว้ให้เพื่อนเก็บไว้เป็นที่ระลึก newyorknurse
(29 ก.พ. 2563 20:00:38 น.)
รูปวาดฝีมือหลาน (๒) haiku
(16 ก.พ. 2563 23:31:35 น.)
  
แวะมาอ่านไปประดับความรู้ค่ะ
โดย: Neilnuch_T วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:22:27:11 น.
  
น่าเสียดายจังนะคะ

ว่าแต่รูปที่เคยเอาลงไว้ให้ใช้ได้มั้ย

ไม่ได้มาทักทายนานเลย
โดย: หมอภัทร (patra_vet ) วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:22:37:39 น.
  
ขอบคุณครับที่ช่วยกับเผยแพร่แนวคิดในการอนุรักษ์ภาพศิลปกรรมไทย
โดย: Insignia_Museum วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:22:59:38 น.
  
งานยังอยู่ แต่ขาดคนมอง คนให้ความสำคัญ
โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:2:53:51 น.
  
ขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นนะครับ  รูปทุกรูปงานทุกงานมีประโยชน์ครับขอบคุณหมอภัทรนะครับสำหรับรูปครับและเห็นด้วยกับคุณพรานตาบุญครับ   งานศิลปกรรมบางส่วนของเรายังอยู่แต่ก็ถูกทำลายลงทุกวัน ผมเคยถามช่างที่ซ่อมงานลายรดน้ำวัดหนึ่ง  ดูงานเขาก็บอกว่าทำตามของเดิมและเพิ่มบางส่วนให้สวยงาม(มีบางส่วนที่เลือนไป)เมื่อนำรูปเดิมมาดู  คือช่างเปลี่ยนแปลงเกือบ 70 เปอร์เซนต์ของแบบ  และที่น่าเศร้าคือ  เขาใช้บานประตูเดิมที่มีลายอยู่ซึ่งควรจะเก็บเข้าพิพิธภัณเพื่อให้พวกเราหรือคนที่มีความสนใจศึกษา แต่กลับขูดหน้าไม้เดิมซึ่งมีลายรดน้ำออก(อยากรู้ว่างบหลายล้านแต่แค่ซื้อไม้มาทำใหม่ไม่ได้หรืออย่างไร)   มันน่าเศร้ากว่านั้นคือคนที่ควบคุมก็เป็นหน่วยงานที่มีความรู้แต่สิ่งที่ออกจากปากของคนพวกนี้คือ"ภาพมันเลือนหมดแล้วเหลือน้อยแล้ว  ไม่เห็นอะไรแล้วเลยลบแล้วเขียนใหม่สวยกว่า"และแล้วงานชั้นครูชิ้นนี้ก็ถูกทำลายลงด้วยความโง่ของคนบางคน และข้อมูลที่เหลือคือภาพถ่ายเพิยงไม่กี่ภาพซึ่งถ่ายอยากลวกๆ ตัวลอกงานก็ไม่มี ตอนผมพยายามแกะลายออกมาให้ดูใหม่จากข้อมูลที่เหลือเพื่อจะเปรียบเทียบให้ดูว่างานดีแบบของเดิมเป็นอย่างไร งานใหม่ไม่ดีอย่างไร อยากให้คนไทยรักและเสพงานไทยอย่างรู้คุณค่า มิใช่มองแบบผ่านๆครับ
โดย: ปุราณ (ปุราณ ) วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:8:16:49 น.
  
...สวัสดีครับ...
...แฮ่ ว่าแล้ว ผมก้อเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ทำงานไทยประยุกต์ ไม่ต้องแก้ตัวเลยฮะ...
...ก้เนื่องจาก ภาระกิจ หน้าที่การงาน..เลยทำให้ทุ่มเท ตรงส่วนนี้ มิได้ครับ...
...ก็เห็นใจและอยากให้ อนุูรักษณ์ จิตรกรรมไทย ประเพณีให้มากยิ่งขึ้นครับ...
...สวัสดีครับ...
โดย: nai-nu-19 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:18:24:29 น.
  
อยากศึกษางานไทยแบบลึกอย่างที่คุณเจ้าของบล็อกว่าบ้างครับ ช่วยถ่ายทอดทางบล็อกก็จะเป็นประโยชน์มาก ทีละนิดละหน่อยก็ยังดีครับ เช่นเปรียบเทียบว่าอันไหนคืองานดี ไม่ดี อย่างไร

สมัยเรียนผมเบื่อลายไทยมาก เพิ่งมาเริ่มเปลี่ยนความคิดเอาช่วงหลัง ๆ นี่เอง เคยไปดูจิตรกรรมฝาผนังที่วัดอะไรจำชื่อไม่ได้แล้ว พบว่ามีเขม่าฝุ่นเกาะดำไปหมดจนมองไม่เห็น เสียดายจัง

เคยไปดูจิตรกรรมที่วัดภูมินทร์ จ.น่าน ชอบมาก อันนั้นถือว่างานชั้นดีหรือเปล่าครับ
โดย: คุณม้าม วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:1:39:06 น.
  
มาติดตามด้วยค่ะ คิดว่าควรให้ศึกษาในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นในลักษณะที่ส่งเสริมให้มองเห็นความสำคัญ ความสวยงามและความหมายต่างๆอย่างแท้จริง พอโตขึ้นอย่างน้อยแม้จะไม่ได้อยู่ในสายงานหรือแวดวงศิลปกรรมไทย แต่ก็เข้าใจและมองเห็นความสำคัญและคุณค่าของสิ่งนี้ เกิดความหวงแหน อยากรักษาสืบต่ออะไรประมาณนั้น อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้นเองค่ะ ไม่ได้มีความรู้แต่ประการใด
โดย: liefie วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:5:00:29 น.
  
ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ

คนที่หลงใหลในงานนี้ก็ยังมีอยู่มาก

เช่นหนูไง

โดย: pem_kesang (ployzeus ) วันที่: 31 สิงหาคม 2551 เวลา:15:07:07 น.
  
- ศิลปะแบบไทยสวยงามชาติไหนๆ ก็มิอาจปฏิเสธได้ และการอนุรักษ์ต้องเริ่มจากเยาวชน แล้วทำอย่างไรถึงจะเข้าถึงเยาวชนได้ ก็ใช้โลกสมัยใหม่นี่แหละดึงดูด ด้วยการจัดการประกวดในรูปศิลปะการแสดงและแขนงอื่นๆ ให้หลากหลาย โดยร่วมมือกับสื่อประเภทต่างๆ ช่วยโปรโมทให้กระฮึ่ม ยิ่งถ้าได้รับการตอบสนองจากศิลปินดาราด้วยแล้วล่ะก็ เพราะวัยรุ่นต้องเริ่มต้นจากพฤติกรรมเลียนแบบก่อนอ่ะครับ

- หวัดดีครับ พูดมาสะยาวววว เริ่มงงงงงเองแล้วอ่ะครับ
โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:8:44:25 น.
  
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมบล็อก

เข้ามาที่นี่ก็เลยเพิ่งรู้จัก เยี่ยมค่ะ มีน้องสาวอยู่คนเค้าชอบศึกษาเรื่องกนกด้วย จะบอกให้เข้ามาที่บล็อกนี้ค่ะ

อ่านเรื่องภาพเมืองอสูร ที่วัดเลียบ คุณปุราณบอกว่าถูกระเบิดลงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นึกถึงภาพ ซึมเลยค่ะ

พ่อของหินทิเบตฯ เคยเป็นเด็กวัด อยู่ที่วัดเลียบนั่นล่ะค่ะ พ่อเคยเล่าเรื่องสมัยนั้น ตอนที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย พ่อต้องออกไปพร้อมพระออกบิณฑบาตร ทั้งๆที่ก็กลัวระเบิดลง
เพิ่งรู้ว่าที่นั่นมีภาพเมืองอสูร

พูดถึงการซ่อมแซมของหน่วยงานที่ว่าน่ะหรือคะ ขนาดสิงห์ยังปรับปรุง ปั้นใหม่ให้เหมือนสุนัขบางสายพันธ์ได้เลยค่ะ อันนี้ที่พูดไม่ใช่ประชดนะคะ เรื่องจริงค่ะ


โดย: last_tibetstone วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:11:45:17 น.
  
ถ้าจะบอกคุณหินทิเบตว่างานเขียนวัดราชบูณะหรือวัดเลียบของเก่าเป็นช่างฝีมือรัชกาลที่๑ครับเป็นยุคที่รุ่งเรืองมากเพราะเป็นยุคที่พื้นฝูศิลปกรรมไทยต่างๆ ช่างมีความพร้อมทั้งสติปัญญาและกำลังทรัพย์ครับ เคยเห็นเป็นรูปพระจันทร์กับพระอาทิตยด้วยครับแล้วคราวหลังจะนำรูปมาลงให้ดูครับ
โดย: ปูราณ (ปุราณ ) วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:11:56:44 น.
  
กรีนทีอยู่เพชรบุรี ถ้ามีโอกาสกลับเพชร จะถ่ายรูป ที่เขาวาดใหนโบสวันใหญ่ มาหัดวาดดูค่ะ ได้เห็นศิลปะไทยแบบนี้ คิดถึงสมัยเด็กๆ จะชอบภาพที่เป็นลายไทยมาก .. แต่ทำไปทำมา กลับมาเรียนด้านอื่นซะ .. อยากกลับไปหัดวาดอีกครั้งค่ะ
โดย: greentea_lemon วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:0:09:45 น.
  



ขอให้สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆนะค่ะ
โดย: หัตถศิลป์ดินแก้ว วันที่: 24 ธันวาคม 2551 เวลา:13:55:26 น.
  
งานไทยจะยังอยู่ถ้ามีคนเห็นคุณค่าและเห็นความสำคัญ
ผมจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะอนุลักณ์และพัฒนางานไทยครับ
ขอให้ท่านมีข้อมูลดีๆแบบนี้ออกมาอีก
โดย: เด็กปั้นไทย IP: 125.25.143.149 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:06:21 น.
  
น่าเสียดายความสวยงามของงานศิปะไทย

ขอให้ผู้โพสมีสุขภาพดีนะค่ะ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
โดย: เด็กคนนึง IP: 1.47.101.52 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:59:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Puran.BlogGang.com

ปุราณ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]