<<< "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" >>>










"ศัตรูหมายเลขหนึ่ง"

ถ้าอยากจะได้ความสุขจริง

 ต้องเอาเงินที่จะไปซื้อของตามความอยากนี้

 เอาไปทำบุญ เวลาทำบุญเวลาทำความสุขให้แก่ผู้อื่นนี้

 ใจเราจะมีความสุขนะ สุขมากกว่า

ที่เราเอาเงินก้อนเดียวกันนี้ไปใช้ตามความอยาก

 ไปซื้อของมานี้กลับมาบ้านดีใจเดี๋ยวเดียว หมดแล้ว

 แต่เอาเงินไปทำบุญนี้ใจมีความสุข

 กลับมาบ้านก็ยังสุขอยู่

 คิดถึงมันเมื่อไหร่ก็ยังมีความสุขอยู่

นี่แหละถ้าอยากจะซื้อความสุขด้วยเงิน

ต้องซื้อด้วยการทำบุญ อย่าไปซื้อของฟุ่มเฟือย

ของไม่จำเป็น ถ้าซื้อของจำเป็น ก็ถือว่าไม่กำไร

ไม่ขาดทุน เช่นซื้ออาหารมากิน ซื้อเสื้อผ้ามา

ถ้าเราขาดเสื้อผ้าซื้อเสื้อผ้ามา ซื้อของจำเป็นนี้

ก็ไม่ได้กำไรไม่ได้ขาดทุน

 ไม่มีความรู้สึกสุขทางใจแต่อย่างใด

 เพียงแต่ว่ามันทำให้ร่างกายไม่ทุกข์

 ไม่เดือดร้อนเท่านั้นเอง

ถ้าอยากจะได้ความสุขทางใจต้องเอาเงินไปซื้อบุญกัน

 ไปทำบุญกัน วิธีที่จะซื้อความสุขที่แท้จริง

ก็คือ ทำบุญ มีเงินแล้วเอาไปทำบุญเถิด

 อย่าเอาไปเที่ยวเลย อย่าเอาไปซื้อของฟุ่มเฟือย

ซื้อของไม่จำเป็น ความสุขมันเป็นแบบความสุขปลอม

 ความสุขแบบดีใจเดี๋ยวเดียว เหมือนควันไฟ

มันไม่เป็นความสุขที่จีรังถาวร

เหมือนกับความสุขที่ได้จากการทำบุญ

ทำบุญแล้วจะมีความอิ่มเอิบใจ สุขใจ

 แล้วจะทำให้ความอยากที่จะใช้เงิน

ไปซื้อของตามความอยากนี้ มันน้อยลงไป

หรือหายไปเลย ถ้าทุกครั้งเราอยากจะเอาเงินไปเที่ยว

ไปซื้อของฟุ่มเฟือยของไม่จำเป็น

เราเอาเงินนี้ไปทำบุญ ความอยากไปเที่ยว

ความอยากซื้อของฟุ่มเฟือยมันจะถูกระงับไป

แล้วมันก็จะหายไป ถ้าทุกครั้งที่เราอยากใช้เงินแบบนี้

 เราก็เอาเงินไปทำบุญแทน แล้วเราได้ความสุขดีกว่า

 ความสุขที่ได้จากการเอาเงินไปซื้อตามความอยากต่างๆ

 ใจเราก็จะต่อไปไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย

ไม่ต้องไปเที่ยว อยู่บ้านก็มีความสุข

ไม่มีเสื้อผ้าต้องมาคอยดูแลรักษามากมาย

มีไว้สวมใส่เท่าที่จำเป็นก็พอ

 สองสามชุดสี่ห้าชุดก็พอแล้ว ชุดหนึ่งไว้งานแต่งงาน

 ชุดหนึ่งไว้งานศพ ชุดหนึ่งไว้ไปทำธุระทางธุรกิจ

ชุดธุระกิจ ชุดเที่ยว ชุดอยู่กับบ้าน

 ไม่เกิน ๑๐ ชุดก็น่าจะพอ

พระนี้โชคดีใช้ได้ทุกอย่าง ชุดเดียวนี้ใช้ได้ทุกแห่งทุกหน

 ไปทำธุรกิจก็ใส่ชุดนี้ ไปงานศพก็ใส่ชุดนี้

ไปงานแต่งงานก็ใส่ชุดนี้ (หัวเราะ) ใช้ได้ทุกงานเลย

 พระเลยไม่ต้องมีหลายชุด มีชุดเดียวก็พอ

พระจึงทำบุญได้มากกว่าญาติโยม

พระที่เป็นพระนะ ท่านจะไม่ไปใช้เงินซื้อของฟุ่มเฟือย

 อย่างหลวงตานี้ ท่านได้รับเงินทอง

 เงินดอลล่าร์มาไม่รู้กี่ล้าน เงินไม่รู้กี่บาท

 ทองคำไม่รู้กี่ตัน ท่านไม่ได้เอาไว้ใช้สำหรับตัวท่านเลย

ท่านเอาไปทำบุญกับประเทศไทย

ทำบุญกับประเทศชาติ

เอาเงินให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย

 เพื่อจะได้เอามาใช้ประโยชน์กับประเทศ

 เพราะท่านไม่มีความอยากที่จะใช้เงินซื้อความสุข

เพราะท่านมีความสุขจากการทำบุญ

 ท่านทำบุญตั้งแต่วันที่ท่านออกบวชมา

วันที่ออกบวชนี้ พระทุกรูปนี้มีทรัพย์สมบัติ

ข้าวของเงินทองมากน้อยก็ทำบุญไปหมดเลย

ยกให้คนอื่นไปหมด แล้วก็ไม่มีการสะสมเงินทองอะไรไว้

อาจจะเก็บไว้สำรองเผื่อจำเป็นจะต้องใช้

ในโอกาสที่จำเป็นก็ได้ แต่ไม่ได้คิดที่จะเก็บเอาไว้

ไปใช้ตามความอยากกัน

เพราะท่านเห็นโทษของความอยาก

 รู้ว่าความอยากนี้แหละเป็นตัวร้ายกาจ

 เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเรา

 ไม่ใช่โจรผู้ร้ายที่อยู่ตามบ้านตามช่อง

 ที่ไปขโมยตามบ้านตามช่อง

 โจรผู้ร้ายที่ไปปล้นธนาคาร หรือข้าศึกศัตรูต่างๆ นี้

ไม่ใช่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเรา

 ศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเรา

 คือความอยากของพวกเรานี่แหละ

ไอ้ตัวนี้แหละที่ทำให้เราต้องมาเกิด

มาแก่ มาเจ็บ มาตายกัน ไม่รู้จักจบจักสิ้น

น้ำตาที่ต้องร้องต้องหลั่งออกมานี้

 มากกว่าน้ำในมหาสมุทร ก็เพราะไอ้ตัวนี้แหละ

ตัวความอยากนี่ พออยากไม่ได้ดั่งใจอยาก

ก็เสียใจก็ร้องไห้ อยากให้ชีวิตมีแต่ความสุข

 พอมันกลายเป็นความทุกข์ขึ้นมา ก็ร้องไห้

 แม่เสียนี้เสียน้ำตาไปกี่หยด

 เสียแม่ เวลาแม่ตายต้องร้องไห้

 ไอ้ตัวความอยากนี่แหละทำให้เรามาร้องไห้กัน

 พออยากเที่ยว อยากดู อยากฟัง

 ก็ต้องมีตาหูจมูกลิ้นกาย ก็ต้องมาเกิดกัน

 พอมาเกิดกันก็ต้องมาพลัดพรากจากกัน

 พลัดพรากจากคนที่เรารัก

พลัดพรากจากบิดามารดา ปู่ย่าตายาย

 พลัดพรากจากสามีภรรยา พลัดพรากจากบุตรธิดา

 จากญาติสนิทมิตรสหาย

 เวลาพลัดพรากจากกันมีใครหัวเราะบ้าง

มีแต่ร้องไห้กัน นี่แหละศัตรูหมายเลขหนึ่ง

คือความอยากของเรานี่

แต่เรากลับไปเห็นว่ามันเป็นมิตร มันมาชวนเราทีไร

ไปกับมันทุกทีเลย ชวนไปเที่ยวก็ไปกับมัน

ชวนไปซื้อรองเท้า ซื้อกระเป๋า ซื้อเสื้อผ้าก็ไปกับมัน

ไม่รู้ว่ามันกำลังพาเราไปสู่การหลั่งน้ำตาที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 เพราะตราบใดถ้ายังไม่ได้กำจัดความอยากเหล่านี้

เรายังจะต้องกลับมาเกิดอยู่เรื่อยๆ

 กลับมาเเกิดแล้วก็ต้องมาเจอสิ่งที่เราไม่อยากเจอกัน

 เจอความพลัดพรากจากกัน เราต้องมาสร้างสัมมาทิฏฐิ

 พระพุทธเจ้าเป็นคนแรกที่เป็นคนค้นพบว่า

 ความอยากของพวกเรานี่แหละ

 เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเรา ไม่ใช่โจรผู้ร้าย

 ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเรา

ก็คือ ความอยากของเรา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 31 สิงหาคม 2560
Last Update : 31 สิงหาคม 2560 10:38:11 น.
Counter : 329 Pageviews.

0 comments
: รู้แต่สิ่งที่สำคัญเท่านั้นพอ : กะว่าก๋า
(11 ส.ค. 2562 06:20:12 น.)
: ความป่วยไข้ในตน : กะว่าก๋า
(10 ส.ค. 2562 06:22:45 น.)
โอวาทธรรม **mp5**
(8 ส.ค. 2562 13:50:09 น.)
: รู้จักประมาณตน : กะว่าก๋า
(8 ส.ค. 2562 06:12:24 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด