<<< "ปฏิบัติบูชา" >>>










“ปฏิบัติบูชา”

ถ้ามีเวลาเจริญปัญญาเจริญสมาธิ

เดี๋ยวก็จะได้สมาธิได้ปัญญา มันอยู่ที่การเจริญนี้เอง

 เหมือนชาวนาชาวไร่อยากจะได้ผลไม้พืชผลต่างๆ

ก็ต้องปลูกกัน พอปลูกแล้วเดี๋ยวไม่นาน

พืชผลต่างๆก็ปรากฏออกดอกออกผลขึ้นมา

ฉันใดสมาธิและปัญญาก็เป็นเหมือนกับดอกผล

ที่เกิดจากการบำเพ็ญของเราการเจริญของเรา

การเจริญสมาธิก็ต้องเจริญสติ ถ้าเราหมั่นเจริญสติ

คอยควบคุมความคิด อย่าปล่อยให้คิด

แทนที่จะคิดเวลาจะคิดอะไรที่ไม่จำเป็น

ต้องคิดก็ให้ใช้พุทโธหยุดมัน

 บริกรรมพุทโธพุทโธพุทโธไป

 ต่อไปเราก็จะควบคุมความคิดได้

 พอเรานั่งนิ่งๆเฉยๆใจของเราก็จะสงบ

รวมเป็นสมาธิขึ้นมา พอเป็นสมาธิแล้ว

เราก็จะได้เจอความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง

 เหนือกว่าความสุขที่เราได้จากลาภยศสรรเสริญ

 เหนือกว่าความสุขที่เราได้

จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 พอเราได้ความสุขชนิดใหม่นี้มันก็จะทำให้

เราสามารถละความสุขชนิดเก่าได้

 เวลาเกิดความอยากได้ความสุข

ทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 เราก็ใช้ปัญญาที่พระพุทธเจ้าสอนว่า

การทำตามความอยาก

จะพาให้เราไปเวียนว่ายตายเกิด

 ถ้าเราไม่อยากเวียนว่ายตายเกิด

เราก็อย่าไปหาความสุขแบบนั้น

 เมื่อเรามีความสุขแบบใหม่เราก็ไม่เดือดร้อน

 เลิกหาความสุขแบบเก่าได้

แต่ถ้าเรายังไม่มีความสุขแบบใหม่อยู่ เลิกยาก

จะเลิกความสุขแบบเก่านี้ยาก

 เหมือนคนที่ไม่มีรถใหม่มีแต่รถเก่า

ก็ต้องใช้รถเก่าไปก่อน ดีกว่าไม่มีรถเลย

 แต่พอได้รถใหม่มาที่ดีกว่ารถเก่า

ก็สามารถทิ้งรถเก่าได้เลย ใครจะไปขับรถเก่า

เมื่อได้รถใหม่กัน อันนี้ก็เหมือนกัน

พวกเราตอนนี้ไม่มีรถใหม่ก็เลยต้องใช้รถเก่ากัน

 พระพุทธเจ้าสอนให้เรามาซื้อรถใหม่กัน

 มาซื้อรถใหม่ด้วยกันมาภาวนากัน

 มาเจริญสติพุทโธพุทโธควบคุมความคิดกัน

 เพราะถ้าเราควบคุมความคิด

ทำจิตใจของเราให้สงบได้แล้ว

 ใจเราก็จะได้ความสุขรูปแบบใหม่ขึ้นมา

ความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง

“นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง”

สุขอื่นที่เหนือกว่าความสงบไม่มี

พอเราได้ความสุขจากความสงบแล้ว

พอเรามีความอยากจะกลับไปหาความสุขเก่า

 เราก็บอกไม่ต้องไป

ความสุขเก่าสู้ความสุขใหม่ไม่ได้

 ความสุขเก่านี้มันเป็นความสุขปลอม

เป็นความสุขเดี๋ยวเดียวเหมือนควันไฟ

 ได้มาแล้วก็หายไป แล้วปล่อยให้เราหิวโหยต่อไป

เอาความสุขแบบใหม่ดีกว่าที่จะให้เราอิ่ม

ให้เราพอตลอดเวลาให้เราสุขตลอดเวลา

 พอเราได้สมาธิได้ความสุขจากสมาธิแล้ว

เราก็สามารถเอาปัญญาที่พระพุทธเจ้าสอนพวกเรา

ให้เราละตัณหาความอยากนี้มาสอนใจได้

สอนใจให้เลิกกามตัณหา ภาวะตัณหา วิภวตัณหาได้

นี่คือการภาวนา ตอนนี้เรามีปัญญากัน

 แล้วเราฟังเทศกันจนหูฉีกแล้ว

 เรารู้แล้วว่าต้นเหตุของการเกิดแก่เจ็บตาย

 ก็คือกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

 แต่ถ้าเราไม่ได้เจริญสมาธิเจริญสติ

เราก็จะหยุดความอยากไม่ได้

 เห็นอะไรก็ยังอยากได้

 ใครชวนไปเที่ยวก็ยังอยากไปอยู่

แต่ถ้าเราได้สมาธิขึ้นมาเมื่อไหร่แล้ว

 ทีนี้ใครจะมาชวนก็เฉยได้ เห็นอะไรก็เฉยได้หยุดได้

 หยุดความอยากได้ พอเราไม่ทำตามความอยาก

ความอยากที่เคยมีอยู่ในใจเรา

มันก็จะเฉาไปหายไปหมดไป

 ต่อไปก็จะไม่มีความอยาก

หลงเหลืออยู่ภายในใจอีกต่อไป

 ไม่มีกามตัณหา ไม่มีภวตัณหา ไม่มีวิภวตัณหา

 พอไม่มีภพชาติมันก็จะไม่มีอีกต่อไป

 การเวียนว่ายตายเกิดก็จะจบสิ้นลง

 จิตก็จะถึงพระนิพพาน

คำว่าพระนิพพานไม่ได้เป็นสถานที่

ไม่ได้เดินทางไปสู่พระนิพพาน พระนิพพานก็คือจิต

ที่ปราศจากความอยากทั้งสามนี้

 คือกามตัณหา ภวตันหา วิภวตัณหา

ที่ได้ถูกทำลายด้วย “มรรค” คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

หรือ ทาน ศีล ภาวนา

 ที่พวกเรามาบำเพ็ญกันในวันนี้นั่นเอง

 ขอให้พวกเราพยายามบำเพ็ญกันไปเรื่อยๆ

 มากน้อยก็ทำไป ทำแบบเต่าทำอยู่เรื่อยๆ

ทำอย่างต่อเนื่อง อย่าทำแบบกระต่าย

 ทำแบบกระต่ายก็เวลามีอารมณ์อยากทำก็ทำ

 เวลาไม่มีอารมณ์ก็ไม่ทำ แล้วเดี๋ยวมันจะสู้เต่าไม่ได้

เต่าถึงแม้ว่าจะไปช้าแต่มันไปแบบไม่หยุด

 กระต่ายแม้จะไปเร็วแต่ไปแบบหยุด สู้เต่าไม่ได้

ของพวกเราเอานิทานอีสปนี้มาเป็นบทเรียน

คอยเตือนเราว่าอย่าเป็นกระต่ายกันให้เราเป็นเต่ากัน

 ทำทีละเล็กทีละน้อยแต่ทำทุกวัน

ทำไม่หยุดไม่หย่อน ทาน ศีล ภาวนา พยายามทำไป

แล้วเดี๋ยวมันก็จะทำมากขึ้นไปๆได้เอง

 แล้วรับรองได้ว่าต่อไปเราก็จะสามารถทำลาย

ความอยากทั้งสามให้หมดไปจากใจของพวกเราได้

ทำลายภพชาติทำลายวัฏจักร

แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้

ได้ไปอยู่กับพระพุทธเจ้า

กับพระอรหันตสาวกที่กำลังนั่งเชียร์พวกเราอยู่นี่

กำลังเชียร์กันอย่างเต็มที่ เอาให้เต็มที่นะ

ทาน ศีล ภาวนา เรามาถึงแล้วพวกเธอนี้ยังมาไม่ถึง

 พยายามเดี๋ยวเดียวก็ถึง ไม่เจ็ดวันก็เจ็ดเดือน

 ไม่เจ็ดวันก็เจ็ดปี พากเพียรพยายามกัน

รับรองได้ว่าต้องมาถึงอย่างแน่นอน

นี่ก็คือผลที่เราจะได้รับจากการที่มีพระพุทธศาสนา

 ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนา

พวกเราก็ยังจะต้องไปเวียนว่ายตายเกิดกันต่อไป

 แต่ภพนี้ชาตินี้พวกเรามีหวังมีโอกาส

ไม่เจ็ดวันก็เจ็ดเดือน

 ไม่เจ็ดเดือนก็เจ็ดปี สามารถหลุดพ้น

จากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้

 ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนาจะไม่มีใครมารับประกันให้เรา

 เราอาจจะต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไป

อย่างไม่มีวันสิ้นสุด จนกว่าเราจะได้พบ

กับพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่

ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่อีกนานสักเท่าไหร่

ตอนนี้เรามีองค์ปัจจุบันแล้วอย่าไปผัดวันประกันพรุ่ง

 รีบตักตวงฉวยโอกาสเสีย ด้วยการมาปฏิบัติบูชากัน

 วันนี้เราต้องการที่จะบูชาคุณ

ของพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์

ก็ขอให้เราบูชาด้วยการปฏิบัติบูชา

 เพราะเป็นวิธีบูชาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่า

เป็นการบูชาที่ถูกต้อง การบูชามีสองแบบ

 อามิสบูชากับปฏิบัติบูชา

อามิสบูชาก็บูชาด้วยเครื่องสักการะ

เช่นดอกไม้ธูปเทียน

ส่วนปฏิบัติบูชาก็คือการปฏิบัติตาม

คำสอนของพระพุทธเจ้านี่เอง

ฉะนั้น อามิสบูชานี้จะไม่ได้ผลประโยชน์มาก

 ถ้าอยากได้รับผลประโยชน์มาก

 อยากจะบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 อย่างแท้จริง  ขอให้เรามาปฏิบัติบูชากัน

บูชาด้วยการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา

แล้วผลอันเลิศอันประเสริฐ

ก็จะเป็นผลที่จะตามมาต่อไป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...........................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑






ชอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 28 กรกฎาคม 2561
Last Update : 28 กรกฎาคม 2561 6:26:06 น.
Counter : 178 Pageviews.

0 comments
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
❋ เห็นได้ เห็นเสีย Turtle Came to See Me
(2 ต.ค. 2562 17:28:11 น.)
เขียนความจริง 6 กะว่าก๋า
(27 ก.ย. 2562 05:28:21 น.)
ข้อคิดจากห้องแห่งความสุข sunny-low
(23 ก.ย. 2562 12:47:46 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด