<<<" ความอยากเหมือนขโมยขึ้นบ้าน” >>>












"ความอยากเหมือนขโมยขึ้นบ้าน”

ฉันใดเรามาอยู่ในโลกนี้เราก็มาตัวเปล่าๆ
 พอเวลาเราไปเราก็ไปตัวเปล่าๆ
แล้วเราจะมาทุกข์กับของอะไรต่างๆ ในโลกนี้ทำไม
ทุกข์ไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริง
 ความทุกข์ของเราอยู่ที่ความอยาก
อยากจะเอาของทุกอย่างไปกับเรา
คืออยากจะให้ของทุกอย่างที่เราได้นี้
เป็นของเราไปตลอด แต่มันเป็นความไม่จริง
 เป็นไปไม่ได้ ความจริงก็คือมันจะต้องจากกันไป
ตอนนี้มีอยู่ก็อยู่กับมันไป
ถ้าอยู่แล้วอยากจะให้มันหายไปหมดไป
 ก็เกิดความทุกข์ขึ้นมาอีก
เช่นคนที่อยากจะฆ่าตัวตาย
 เพราะว่าร่างกายนี้ไม่สามารถทำหน้าที่ต่างๆ ได้แล้ว
เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์เป็นอัมพาต
ไม่สามารถที่จะไปหาความสุข
ผ่านทางร่างกายได้แล้ว
 ตอนนั้นก็ไม่อยากจะอยู่
ไม่อยากจะให้ร่างกายนี้อยู่ต่อไป
 อันนี้ก็ทุกข์อีกแบบหนึ่ง 
ทุกข์เพราะอยากจะให้มันตายไป
ถ้าร่างกายดีก็ทุกข์เพราะอยากจะไม่ให้มันตาย
มันทุกข์ทั้ง ๒ ทาง แต่ที่ทุกข์ไม่ใช่ที่ร่างกาย
ที่ทุกข์ก็คือที่ใจ ใจที่อยากจะให้มันตายไป
หรืออยากจะให้มันอยู่ อยากจะให้มันไม่ตาย
แต่ถ้าเราไม่มีความอยากทั้ง ๒ อย่างนี้
ร่างกายจะอยู่ก็อยู่ไป จะตายก็ตายไป
ร่างกายจะอยู่ในสภาพใด จะสมบูรณ์แข็งแรง
หรือจะเจ็บไข้ได้ป่วย พิกลพิการไป
ถ้าเราไม่มีความอยากให้เป็นอย่างอื่น
เราจะไม่ทุกข์ ถ้าเราตั้งใจของเรา
ให้อยู่กับความจริง
การที่ใจจะอยู่กับความจริงได้
ใจจะต้องนิ่ง ใจจะต้องเฉยนั่นเอง
ใจจะต้องเป็นอุเบกขา 
วิธีที่จะทำใจให้เป็นอุเบกขา
ในเบื้องต้นก็ต้องใช้การเจริญสติ
 เพื่อทำใจให้สงบให้หยุดความคิดปรุงเเต่ง
 ถ้าใจสงบไม่คิดปรุงเเต่ง
 ใจก็จะนิ่งใจก็จะเป็นอุเบกขา
 แต่ถ้าอยากจะให้ใจนิ่งให้ใจสงบอย่างถาวร
ก็ต้องใช้ปัญญามาสอนใจ
เบื้องต้นใจจะนิ่งชั่วคราว
เวลาที่เราหยุดความคิดปรุงเเต่ง
ใจเข้าสู่สมาธิได้ ตอนนั้นใจก็จะนิ่งใจก็จะสงบ
ใจจะนิ่งเฉยจะอยู่กับความจริง
แต่พอออกจากสมาธิมาพอมาเห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้
ก็มีความอยากเข้ามาแทรก
อยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ขึ้นมาทันที 
วิธีที่เราจะรักษาความนิ่งความสงบของใจ
ให้อยู่กับความจริงต่อไป
ก็ต้องทำลายความอยากที่แทรกเข้ามา
 ความอยากนี้ก็เป็นเหมือนขโมยที่จะมาขึ้นบ้าน
จะขโมยทรัพย์ของเรา เราจะทำอย่างไร
เราก็ต้องไล่ขโมยออกไปจากบ้าน
 เรามีอาวุธ เรามีปืนเราก็ยิงมัน
 ถ้าเราไม่มีอาวุธเรามีโทรศัพท์
เราก็โทรศัพท์ เรียกตำรวจมาเพื่อให้มาจับขโมย
มาไล่ขโมยไป ความอยากนี้ก็เป็นเหมือนขโมย
ที่จะมาขโมยความนิ่ง ความสงบของใจไป
ถ้าเราอยากจะให้ใจของเรานิ่งให้ใจของเราสงบ
ให้อยู่กับความจริงได้ เราก็ต้องทำลายความอยาก
 อาวุธที่เราจะใช้ทำลายความอยากก็คือปัญญานี่เอง 
ปัญญาก็คืออะไร ก็คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถ้าสอนใจว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
 ไปทำอะไรไม่ได้ จะไปเปลี่ยนความจริงไม่ได้
ตอนนี้ลมพัดจะไปให้มันหยุดอย่างนี้หยุดไม่ได้
 ถ้าอยากให้ลมหยุดพัดนี้มันก็จะทุกข์ใจไปเปล่าๆ
 เพราะจะไม่สามารถหยุดมันได้
ตอนนี้สามีจะจากเราไป ก็ห้ามเขาไม่ได้
 ตอนนี้ภรรยาจะจากเราไปก็ห้ามเขาไม่ได้
 ตอนนี้เงินทองจะหมดไปก็ห้ามไม่ได้
ตอนนี้เจ้าหนี้จะมาทวงหนี้ก็ห้ามเขาไม่ได้
 แต่ถ้าเราทำใจเฉยๆอยู่กับความจริง
ใครจะมาใครจะไป ก็อยู่กับความจริงนี้ไป
ใครจะไปก็ปล่อยเขาไป ใครจะมาก็ปล่อยเขามา
เจ้าหนี้จะมาก็ให้เขามา
 เขาจะทวงหนี้ก็ปล่อยเขาไป
มีก็ให้เขาไปไม่มีก็ไม่ให้ จะให้ทำอย่างไร
จะให้ไปทุกข์ก็ไม่ได้แก้ปัญหา
ไม่ได้เปลี่ยนความจริงอยู่ดี แต่ใจเรานิ่งไม่เป็นกัน
 เพราะเราไม่เคยฝึกสอนใจให้นิ่งกัน 
นี่แหละการปฏิบัติของพวกเรานี้
ก็เพื่อที่จะทำใจของเราให้นิ่งในทุกเวลานาที
กับทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

ถ้าเรามีสติ มีสมาธิ มีปัญญา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
.....................................
ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2560 14:28:33 น.
Counter : 292 Pageviews.

0 comments
Quotes คำคม (5) comicclubs
(9 ส.ค. 2562 12:59:34 น.)
: ด้วยมือของเธอเอง : กะว่าก๋า
(9 ส.ค. 2562 06:44:42 น.)
: ความเข้มแข็ง : กะว่าก๋า
(5 ส.ค. 2562 06:11:23 น.)
❖"สิ่งที่ให้กำลังใจมนุษย์ ไม่มีอะไรเกินคำพูด Turtle Came to See Me
(4 ส.ค. 2562 18:26:01 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด