<<< "เราควรที่จะฝึกสติกัน" >>>











"เราควรที่จะฝึกสติกัน"

พวกเราโชคดีที่ได้มาเกิดในเมืองพุทธศาสนา

ที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า

ที่จะสอนให้เรามาหาความสุขที่แท้จริงกัน

 ให้เราเลิกหาความสุขปลอมกัน

ความสุขปลอมก็คือความสุขที่จะกลายเป็นความทุกข์

 เพราะมันไม่เที่ยงมันไม่ถาวร เป็นความสุขชั่วคราว

เวลาเสียความสุขนี้ไป ไม่สามารถหาความสุขนี้ได้

มันก็จะทำให้เราทุกข์กัน

ฉะนั้นเราควรที่จะมาฝึกสติกัน

 เพื่อที่จะทำให้ใจเราสงบ

 ใจเราถ้าไม่มีสตินี้มันไม่สงบหรอก สงบเองไม่ได้

มันเหมือนกับรถที่วิ่ง ถ้าไม่มีเบรคมันหยุดเองไม่ได้

ถ้าจะให้รถหยุดนี้ต้องมีเบรค

 ต้องเหยียบเบรครถถึงจะหยุด

 ใจของเราก็วิ่ง วิ่งด้วยความคิด

 คิดตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

 คิดตั้งแต่ก่อนตื่น เวลานอนก็คิด

เวลาเราฝันนี้มันก็เป็นความคิด

ความฝันมันมาจากความคิด

 ใจเราคิดไปในเวลาที่เราหลับ

มันก็เลยเป็นความฝันขึ้นมา

 เวลาเราตื่นเราก็ฝันต่อ ฝันแบบลืมตา

เพราะใจเราก็ยังคิดต่อ คิดอยากไปที่นั่น

คิดอยากทำโน่นอยากทำนี่

คิดอยากเห็นคนนั้นเห็นคนนี้

อยากเจอสิ่งนั้นอยากเจอสิ่งนี้

จะเรียกว่าเพ้อฝันไง

 ความเพ้อฝันก็เกิดจากความคิดของเรา

 คิดแล้วก็ทำให้อารมณ์เสียอารมณ์ไม่ดี

คิดแล้วก็อยากได้ พออยากได้ใจก็ไม่เป็นปกติ

 ใจก็เริ่มกระวนกระวาย กระสับกระส่าย

 หงุดหงิดรำคาญใจ ก็เลยต้องไปหาสิ่งที่อยากได้มา

 เพื่อที่จะให้ความหงุดหงิดรำคาญใจหายไป

ก็เลยคิดว่าเป็นความสุข พออยากได้อะไร

ก็ต้องไปหาสิ่งที่อยากได้

 พอได้มาความหงุดหงิดรำคาญใจก็หายไป

 ก็เลยรู้สึกว่าสุขขึ้นมา ความจริงมันไม่ได้สุขหรอก

 มันดับความกระวนกะวายกระสับกระส่าย

ความหงุดหงิดรำคาญใจ

ที่เกิดจากความอยากนี่เอง

 ถ้าไม่มีความอยากตอนนี้

ก็ไม่มีความหงุดหงิดรำคาญใจ สบาย

ตอนนี้ไม่มีความอยากแล้ว

กระวนกระวายกระสับกระส่าย เฉยๆ

 แต่พอเกิดความอยากใหม่นี้ เริ่มแล้ว

เริ่มกระวนกระวาย กระสับกระส่าย

หงุดหงิดรำคาญใจ

ก็เลยต้องไปทำตามความอยาก

 พอได้ทำเสร็จแล้ว ความหงุดหงิดก็หายไป

 แต่หายไปชั่วคราว เดี๋ยวความอยากก็มาอีก

ก็ยังคิดต่อ เดี๋ยวคิดถึงคนนั้นคิดถึงคนนี้

 คิดถึงสิ่งนั้นคิดถึงสิ่งนี้

คิดถึงรูปเสียงกลิ่นรสก็อยากได้แล้ว

ฉะนั้นเราต้องใช้สติมาหยุดความอยากเหล่านี้

 หยุดความคิด ถ้าเรามีสติเราสั่งให้หยุดความคิดได้

 ถ้าเราสั่งให้มันหยุดคิดไม่ได้ แสดงว่าเรายังไม่มีสติ

 ถ้าเรายังไม่มีสติเราก็ต้องสร้างสติขึ้นมา

 วิธีสร้างสติก็คือบริกรรม พุทโธ พุทโธ ไป

 ถ้าเราบริกรรมพุทโธอยู่กับพุทโธ

 เราก็จะไปคิดถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ได้คนนั้นคนนี้ไม่ได้

พอเราไม่คิดเราก็จะไม่อยาก

พอไม่อยากใจเราก็จะไม่กระวนกระวาย

ไม่กระสับกระส่าย ใจเราก็มีความสุข

 นี่แหละไม่ต้องไปมีอะไร ที่มีกันก็เพราะอยาก

 ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องมี.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2561 19:24:38 น.
Counter : 288 Pageviews.

2 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปัญญา ชา จีน :: กะว่าก๋า
(4 ต.ค. 2562 06:15:40 น.)
❋ เห็นได้ เห็นเสีย Turtle Came to See Me
(2 ต.ค. 2562 17:28:11 น.)
เขียนความจริง 7 กะว่าก๋า
(29 ก.ย. 2562 06:12:45 น.)
หลี่ เหลียนเจี๋ย (เจ็ทลี_จุดเปลียนชีวิตหลังหันมาศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา Turtle Came to See Me
(27 ก.ย. 2562 15:39:57 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณชมพร, คุณnewyorknurse

  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ชานไม้ชายเขา Travel Blog ดู Blog
MaKiNoh Dharma Blog ดู Blog
tangkay Dharma Blog ดู Blog
โดย: ชมพร วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:22:31:26 น.
  
คุณได้ทำการแปะห้วใจ ให้กับคุณ tangkay เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือห้วใจ อีก 5 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: ชมพร วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:22:32:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด