<<< "ความสุขที่แท้จริงคือความสงบของใจ" >>>









"ความสุขที่แท้จริงคือความสงบของใจ”

ความสุขอยู่ที่ไหนรู้ไหม

 นั่นน่ะสิแล้วไปหาอย่างอื่นทำไม ทำไมไม่หาใจ

 ความสุขอยู่ที่ใจ แต่ไปหาที่เงิน

 หารูปเสียงกลิ่นรส ไปหาที่ลาภยศสรรเสริญ

 ที่นั่นเป็นความทุกข์ เพราะได้มาแล้วต้องทุกข์กับมัน

 ได้อะไรมาก็ต้องทุกข์ เพราะว่าสิ่งที่เราได้มา

มันไม่แน่นอน มันสามารถที่จะจากเราไปได้

ทุกเวลานาที พอจากไปเราก็ทุกข์กัน

แต่เราไม่รู้กันเราไม่คิดกัน เราคิดแต่ว่ามีแล้วมันสุข

 แต่ไม่คิดถึงตอนเวลาไม่มี เวลาไม่มีมันทุกข์

 แทนที่จะหาความสุขกันเราก็เลยหาความทุกข์กัน

 เพราะขาดปัญญา มองไม่เห็นไตรลักษณ์

 มองไม่เห็นของทุกอย่างที่เราคิดว่าเป็นสุขนั้น

มันไม่เที่ยง มันไม่แน่นอน มัน ไม่ถาวร

มันเป็นของชั่วคราว เราควบคุมบังคับเขาไม่ได้

 สั่งให้เขาเป็นของเราอยู่กับเราไปตลอดไม่ได้

ต้องมีเวลาใดเวลาหนึ่ง

ที่จะต้องมีการพลัดพรากจากกัน

อันนี้เป็นเรื่องของโมหะความหลง

หรืออวิชชาความไม่รู้ เหมือนเด็กไม่รู้ว่าไฟมันร้อน

 พ่อแม่จึงต้องคอยห้ามใช่ไหม

 หนูอย่าไปเล่นกับไฟ แต่ห้ามยังไงมันก็ห้ามไม่อยู่

 พอเผลอเดี๋ยวก็ไปเล่นกับไฟ

พอเล่นแล้วถึงจะรู้ว่ามันร้อน แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันร้อน

มันก็ยังอดที่จะอยากจะเล่นไม่ได้

เพราะมันติดมาเป็นนิสัย พวกเราอาจจะรู้ว่า

ลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรสนี้มันเป็นทุกข์

แต่เราก็อดไม่ได้ เพราะมันเป็นเหมือนยาเสพติด

คนติดยาเสพติดเขาก็รู้ว่ามันไม่ดี

แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะเสพ

 เพราะว่าเวลาไม่ได้เสพมันทรมาน

ก็เลยต้องหาเสพ เสพแล้วก็ติด

เวลาไม่ได้เสพก็ทรมาน แต่ก็ต้องเสพ

 เพราะไม่อยากจะทรมาน มันติดแล้วเลิกไม่ได้

 พวกเราทุกคนที่มาเกิดในโลกนี้

เป็นพวกติดยาเสพติดทั้งนั้นแหละ

ติดลาภยศสรรเสริญ ติดรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ

 ทุกวันนี้ตั้งแต่ตื่นมาจนหลับนี้

ใจเราจะคิดอยู่กับการหาลาภยศสรรเสริญ

หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายอยู่ตลอดเวลา

 ทุกอิริยาบถของการเคลื่อนไหวถ้าจะว่าได้

เคลื่อนไหวเพื่อไปหาสิ่งเหล่านี้

หาลาภหายศหาสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรส

เวลาหาไม่ได้หรือเวลาสูญเสียไปก็เศร้าโศกเสียใจ

 ทุกข์ทรมานใจเราไม่รู้ว่า

ความสุขมันอยู่ตรงไหนกัน

 เราจึงต้องมาอาศัยผู้ที่รู้ “พุทโธ คือ ผู้รู้”

พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ รู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน

 แล้วก็มาสอนผู้ที่ศึกษาเชื่อศรัทธา

ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ก็ได้พบความสุขที่แท้จริง

ก็กลายเป็นพระสาวกขึ้นมา

 พระอรหันตสาวกนี้ก็ไม่ได้มาจากใครที่ไหน

 มาจากพวกเรานี้แหละ พวกที่หลงพวกที่ไม่รู้

ว่าความสุขอยู่ที่ไหน พอได้มาพบกับพระพุทธเจ้าก็ดี

พบกับพระธรรมคำสอนก็ดี

พบกับพระอริยสงฆ์สาวกก็ดี ก็เกิดหูตาสว่างขึ้นมา

 เห็นทุกข์ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า

 ลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรสนี้มันเป็นทุกข์

 แล้วก็เห็นวิธีที่จะให้เราได้เข้าหาความสุขที่แท้จริง

 ความสุขที่แท้จริงก็คือ ความสงบของใจ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๑









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 มกราคม 2561
Last Update : 26 มกราคม 2561 11:48:58 น.
Counter : 416 Pageviews.

0 comments
เขียนความจริง 7 กะว่าก๋า
(29 ก.ย. 2562 06:12:45 น.)
ขจัดความฟุ้งซ่าน สมาชิกหมายเลข 2202068
(29 ก.ย. 2562 08:34:45 น.)
เขียนความจริง 5 กะว่าก๋า
(26 ก.ย. 2562 06:06:42 น.)
ข้อคิดจากห้องแห่งความสุข sunny-low
(23 ก.ย. 2562 12:47:46 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด