<<< "มองทุกอย่างเป็นไตรลักษณ์" >>>










"มองทุกอย่างเป็นไตรลักษณ์"

เพราะเราไม่ได้เห็นด้วยปัญญา

ถ้าเห็นด้วยปัญญาก็เห็นว่ามันเป็นอนัตตา

 คือมันเป็นอย่างนี้แหละ มันเป็นเหมือนธรรมชาติ

ฝนฟ้าอากาศ มันก็มีฝนตกแดดออก

มีอะไรสลับกันไป เหตุการณ์ต่างๆ

ที่เราไปประสบพบเจอมันก็อย่างนี้ มีดีบ้างไม่ดีบ้าง

มีคนดีบ้างมีคนไม่ดีบ้าง มีสุขบ้างมีทุกข์บ้าง

 แต่พอเราทุกข์เราก็เลยมาใช้สติดึงกลับ

ดึงใจกลับมาจากเรื่องที่ทำให้เราทุกข์

 แต่ถ้าเรากลับไปดูเรื่องที่เราทุกข์มันก็ยังทุกข์อยู่

 แต่ถ้าเราไม่อยากจะทุกข์กับมัน

เราก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นแบบนี้

มันเป็นธรรมชาติ เป็นอนัตตา

 เหมือนกับเวลาเราเห็นฝนตกเราก็ไม่เป็นทุกข์กับมัน

 เพราะว่าเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เราไปทำอะไรไม่ได้ ใช่ไหม

 เวลาฝนตกเราจะไปห้ามมันไม่ให้มันตกก็ไม่ได้

 เวลาน้ำมันจะท่วมเราจะไปห้ามไม่ให้มันท่วมก็ไม่ได้

เรามักจะไม่ทุกข์กับเรื่องฝนฟ้าอากาศ

 เพราะเรามองเขาเป็นธรรมชาติ เป็นอนัตตา

 แต่เรื่องอื่นนี้เรายังมองว่าเป็นของที่เราทำอะไรได้อยู่

 เราเลยทุกข์ เพราะว่าเราอยาก

ให้มันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้

 แต่ถ้าเรารู้ว่าความทุกข์ของเราก็เกิดจาก

ความอยากของเรานี่เอง

 อยากให้เขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้

พอเขาไม่เป็นเราก็ทุกข์กัน เราก็ต้องมองว่า

เราไปทำให้เขาเป็นอย่างที่เราต้องการไม่ได้

 เขาเป็นเหมือนฝนฟ้าอากาศ เราต้องอยู่กับเขา

 เหมือนกับเราอยู่กับศพอย่างนี้

 เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา

 เราไม่ควรที่จะต้องไปทุกข์กับเขา

 ถ้าเราไม่มีความอยากเราก็จะไม่ทุกข์

นี่เราต้องใช้ปัญญาดูว่าความทุกข์ของเรานี้

เกิดจากความอยาก แล้วสิ่งที่เราอยาก

เราก็ไปสั่งมันไม่ได้ สั่งให้มันเป็นอย่างนั้น

สั่งให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้

พอเราเห็นมันเป็นธรรมชาติ เราทำอะไรไม่ได้

 เราก็หยุดความอยาก แล้วต่อไปเราก็จะไม่ทุกข์

กับสิ่งที่เราเห็นที่เรารับรู้

อันนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการของอริยสัจ

ต้องเห็นว่าทุกข์เกิดจากความอยาก

แล้วทุกข์จะดับก็เพราะว่าเราเห็นว่า

สิ่งที่เราอยากนั้นมันไม่เที่ยง ไม่ใช่เป็นของเรา

 หรือไม่ได้เป็นสิ่งที่เราจะควบคุมบังคับ

ให้มันเป็นตามความอยากของเราได้

 พอเราปล่อยวางปั๊บเราก็จะไม่ทุกข์กับมัน

 อันนี้คือขั้นปัญญา ถ้ามีปัญญาแล้วพอมันแก้ไปแล้ว

มันจะหายขาดเลย มันจะไม่ทุกข์กับเรื่องนั้นอีกต่อไป

 ฉะนั้น พยายามมองทุกอย่างว่าเป็นไตรลักษณ์

 เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นของชั่วคราว

 มีเกิดแล้วก็ต้องมีดับไปเป็นธรรมดา

เป็นอนัตตา เป็นดินน้ำลมไฟ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมมบนเขา

วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 25 กรกฎาคม 2561
Last Update : 25 กรกฎาคม 2561 9:06:57 น.
Counter : 184 Pageviews.

0 comments
❉ในบรรดาอบายมุขทุกอย่าง อะไรที่ถือว่าเลวที่สุด Turtle Came to See Me
(6 ต.ค. 2562 17:04:05 น.)
ขจัดความฟุ้งซ่าน สมาชิกหมายเลข 2202068
(29 ก.ย. 2562 08:34:45 น.)
机智的男人 Jīzhì de nánrén หนุ่มเจ้าเล่ห์ Kavanich96
(27 ก.ย. 2562 03:42:19 น.)
เขียนความจริง 4 กะว่าก๋า
(25 ก.ย. 2562 06:02:14 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด