<<< “แผนที่บอกทาง” >>>








“แผนที่บอกทาง”


เวลาเกิดความอยากขึ้นมา เราอย่าไปทำตามมัน

 ใช้ปัญญาสอนใจว่าความอยากนี้

เป็นต้นเหตุของความทุกข์

ต้นเหตุของการเวียนว่ายตายเกิด

เราต้องมีสมาธิต้องทำใจให้สงบให้ได้

 เวลาที่เกิดความอยากขึ้นมา

 ถ้าใจไม่สงบ เราก็ต้องใช้สติบริกรรมพุทโธๆๆ ไป

 อยู่กับพุทโธๆ ไปจนกว่าความอยากมันจะหมดแรง

พอความอยากหมดแรงใจก็จะสงบ พุทโธก็หยุดได้

 แล้วเราก็ไม่ต้องทำตามความอยาก

 ความอยากก็จะไม่กลับมารบกวนใจเราอีกต่อไป

นี่คือวิธีชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์

สิ่งที่ทำให้ใจไม่สะอาดบริสุทธิ์ก็คือ

ตัณหาทั้ง ๓ นี่เอง

กามตัณหา คือความอยาก

ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ

ภวตัณหา คือความอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้

 อยากเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้

อยากได้ลาภยศสรรเสริญ อยากมีแต่ความสุข

 อยากมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

 อยากจะมีร่างกายอายุยืนยาวนาน

 อยากจะมีร่างกายที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

 เรียกว่าภวตัณหา

ส่วนวิภวตัณหา ก็คือ

ไม่อยากที่จะเสียสิ่งที่เรารักเราชอบไป

ไม่อยากจะให้ลาภยศสรรเสริญสุขจากเราไป

 ไม่อยากให้ร่างกายเราแก่เราเจ็บเราตาย

ความอยากเหล่านี้ ๓ ตัวนี้

จะเป็นตัวที่ทำให้ใจเราไม่สะอาดบริสุทธิ์

จะทำให้ใจของเราต้องไปเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ

 ทุกครั้งที่เกิดก็จะต้องทุกข์

อย่างที่พวกเรากำลังทุกข์กันอยู่ในขณะนี้

 ถ้าพวกเราไม่มาเกิดไม่มามีร่างกาย

เราก็ไม่ต้องมาทุกข์กับร่างกาย

 แต่ตอนนี้เราต้องทุกข์กับร่างกายกัน

ทุกข์กับการหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

ทุกข์กับการดูแลร่างกายอาบน้ำอาบท่า

 รักษามันด้วยวิธีการต่างๆ ป้องกันภัยด้วยวิธีการต่างๆ

 แล้วก็ยังมาทุกข์กับความแก่ ทุกข์กับความเจ็บ

 แล้วทุกข์กับความตายต่อไป

การมาเกิดจึงเป็นความทุกข์ไม่ใช่ความสุข

นี่คือปัญญา เราต้องเห็น แล้วความมาเกิดนี้

ก็เกิดจากความอยากต่างๆ ทั้ง ๓ นี้

 เราจึงต้องมากำจัดความอยากทั้ง ๓ นี้

ด้วยสมาธิและปัญญา

ถ้าเราไม่มีสมาธิเราจะไม่สามารถทน

กับความทุกข์ทรมานใจที่เกิดจากความอยากได้

ทุกครั้งที่อยากจะต้องไปทำตามความอยาก

ถึงจะหายทุกข์ทรมานใจ แล้วก็ต้องทำไปเรื่อยๆ

 ทำไปไม่มีวันสิ้นสุด เราทำตามความอยากมานี้

นับไม่ถ้วนแล้ว ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านชาติแล้ว

และก็จะต้องทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

เดี๋ยวร่างกายนี้ตายไปเราก็ต้องไปมีร่างกายอันใหม่

 ก่อนที่จะได้ร่างกายอันใหม่

ก็ต้องไปรับผลบุญผลบาปก่อน

ถ้าทำบาปก็ต้องไปเกิดเป็นเดรัจฉานบ้าง

 เป็นเปรตบ้าง ไปเป็นอสุรกายบ้าง ไปตกนรกบ้าง

 ถ้าได้ทำบุญมากกว่าทำบาป ก็ได้ไปสวรรค์ชั้นต่างๆ

 แล้วก็ต้องกลับมาเกิดใหม่อีก

 กลับมาเกิดแล้วก็ต้องทำบุญทำบาปใหม่อีก

ถ้าเราไม่ได้มาพบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

 เราก็ไม่รู้ว่าทำบุญแล้วได้อะไรทำบาปแล้วได้อะไร

 เราก็จะทำไปตามความอยากของเรา

 อยากจะทำอะไรก็ทำมัน

 ถ้าต้องทำบาปเพื่อให้ได้ตามความอยาก

ก็จะทำ มันก็จะทำให้เราทำบาปไปโดยไม่รู้สึกตัว

 โดยไม่รู้สึกว่าเรากำลังส่งตัวเราให้ไปอบายกัน

 แต่ถ้าเราได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

 มาพบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

 เราก็จะได้รู้ว่าการกระทำของเราต่างๆ นี้

มันมีผลอะไรตามมากัน

 เราทำบุญแล้วเราจะได้อะไร

 เราทำบาปแล้วเราจะได้อะไร

 เราชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วเราจะได้อะไร

 เมื่อเรารู้ว่าการกระทำของเรานี้จะทำให้เราได้อะไร

 เราก็เลือกทำ ทำในสิ่งที่เราอยากได้กัน

 พวกเราทุกคนอยากได้ความสุขกัน

 อยากได้หลุดพ้นจากความทุกข์กัน

 เราก็ต้องทำดีกัน ทำบุญทำกุศลกัน

เราก็จะละการกระทำบาปกัน

แล้วเราก็จะมาฉันว่าใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์กัน

 นี่คือประโยชน์ที่เราได้รับ

ทุกครั้งที่เราได้มาพบกับ

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

 เหมือนกับได้มาเห็นแผนที่บอกทาง

ให้เรารู้ว่าเราควรจะไปทางไหนดี.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๐

“พระธรรมคำสอน”






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 22 ตุลาคม 2560
Last Update : 22 ตุลาคม 2560 9:55:33 น.
Counter : 379 Pageviews.

0 comments
Quotes คำคม (5) comicclubs
(9 ส.ค. 2562 12:59:34 น.)
โอวาทธรรม **mp5**
(8 ส.ค. 2562 13:50:09 น.)
: ความสุขุม : กะว่าก๋า
(7 ส.ค. 2562 06:18:58 น.)
: ความยุติธรรม : กะว่าก๋า
(6 ส.ค. 2562 06:08:37 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด