<<< "สังสารวัฏ" >>>










"สังสารวัฏ"

ความอยาก ๓ ประการ คือกามตัณหา

 ความอยากไม่มีอยากไม่เป็น อันนี้เป็นความอยาก

ที่ทำให้ใจของเรานั้น

ยังต้องกลับมาเกิดแก่เจ็บตายอยู่เรื่อยๆ

ถึงแม้ได้ไปถึงขั้นของพระอริยบุคคล

ก็คือขั้นพระโสดาบัน แต่ความอยาก

ก็ยังไม่ได้ถูกทำลายไปหมด

ถูกทำลายไปเพียงบางส่วน

พระโสดาบันก็ยังต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก

แต่ไม่เกิน ๗ ชาติเป็นอย่างมาก

ก็จะสามารถทำลายความอยากต่างๆ

 ที่มีอยู่ในใจให้หมดสิ้นไปได้ ถ้าขึ้นไปสู่ขั้นที่สองได้

 คือขั้นพระสกิทาคามี ก็ยังจะต้องกลับ

มาเกิดเป็นมนุษย์อีกไม่เกิน ๑ ชาติเป็นอย่างมาก

 แล้วถ้าขึ้นไปสู่ขั้นที่สามได้ คือขั้นพระอนาคามี

ก็จะไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกต่อไป

 เพราะสามารถตัดความอยาก

ในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะไปได้หมด

 เมื่อไม่ต้องการมีรูปเสียงกินรสโผฏฐัพพะ

 ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีตาหูจมูกลิ้นกาย

 ก็จะไปเกิดในสวรรค์ชั้นพรหมแทน

 เหลืออีกชาติเดียว พอไปอยู่ในสวรรค์ชั้นพรหมแล้ว

ก็จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ต่อไป

ไปตัดความอยากที่ยังเหลืออยู่คือ

 ภวตัณหา และวิภวตัณหา ที่ยังตัดไปได้ไม่หมด

 ตัดไปได้บางส่วน บางส่วนก็ยังมีหลงเหลืออยู่ในใจ

 ก็ต้องไปชำระในสวรรค์ชั้นพรหมต่อไป

 จนกว่าความอยากทั้งหมดที่เหลืออยู่ในใจ

จะถูกทำลายหมดไป เมื่อถูกทำลายหมดไป

ด้วยวิปัสสนาด้วยปัญญา

ใจก็จะไม่มีความอยากหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไป

 ใจก็จะไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด

เหมือนอย่างที่พวกเราทั้งหลาย

ยังกำลังเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่

เพราะเรายังไม่ได้กำจัดความอยากทั้ง ๓

ที่มีอยู่ในใจของพวกเราให้หมดไปนั่นเอง

ใจของพวกเรากับใจของพระพุทธเจ้านี้ต่างกันแค่ตรงนี้

 ต่างกันตรงที่มีความอยากหรือไม่มีความอยาก

ใจที่ไม่มีความอยากหลงเหลืออยู่ในใจเราก็เรียกว่านิพพาน

 ส่วนใจที่ยังมีความอยากอยู่ในใจเราก็เรียกว่าสังสารวัฏ

 เป็นใจที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในไตรภพ

ในสังสารวัฏนี้เอง ในกามภพ ในรูปภพ และในอรูปภพ

 กามภพก็คือภพที่ใจยังมีกามตัณหา

 ใจยังเสพกามอยู่ คือภพของเทวดา

ของมนุษย์ ของเปรต ของเดรัจฉาน ของอสุรกาย

 และของสัตว์นรก อันนี้เป็นภพของ

ผู้ที่ยังมีกามตัณหาอยู่ภายในใจ

 ถ้ายังมีความอยากในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 ก็ยังต้องกลับมามีตาหูจมูกลิ้นกาย

 ถ้าหาด้วยการทำบาปก็จะมาเป็นเดรัจฉาน

มาเป็นเปรตมาเป็นอสุรกายหรือมาเป็นสัตว์นรก

ถ้าหาได้ด้วยการไม่ทำบาปก็จะมาเป็นมนุษย์

แล้วถ้าได้ทำบุญด้วยก็จะได้ไปเป็นเทวดา

นี่คือภพชาติของผู้ที่ยังมีกามตัณหาอยู่

 และยังทำบุญทำบาปอยู่ ก็จะขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในกามภพนี้

ถ้ารักษาศีลได้ทำบุญได้ก็จะไปเป็นเทวดา

 กลับจากเทวดาลงมาก็มาเป็นมนุษย์

มาทำบุญมารักษาศีลใหม่ แล้วพอตายไป

ก็กลับขึ้นไปเป็นเทวดาใหม่

แต่ถ้ากลับมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วเผลอไปทำบาปเข้า

ก็จะไม่ได้ขึ้นไปเป็นเทวดา ก็จะลงไปเป็นเดรัจฉานบ้าง

เป็นเปรตบ้างแล้วก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่

ถ้ากลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่แล้วไม่ทำบาปทำแต่บุญ

ตายไปก็ได้ไปเป็นเทวดาใหม่

 นี่คือจิตใจของผู้ที่ยังมีกามตัณหามีความอยาก

ในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะอยู่

จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.........................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๐

"การพัฒนาชีวิต"








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 20 สิงหาคม 2560
Last Update : 20 สิงหาคม 2560 9:17:54 น.
Counter : 537 Pageviews.

0 comments
Quotes คำคม (8) comicclubs
(11 ส.ค. 2562 22:36:30 น.)
โอวาทธรรม **mp5**
(8 ส.ค. 2562 13:50:09 น.)
Quotes คำคม (2) comicclubs
(8 ส.ค. 2562 00:07:25 น.)
: ความเมตตา : กะว่าก๋า
(4 ส.ค. 2562 06:14:57 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด