<<< " พุทธกิจ ๕ ของพระพุทธเจ้า" >>>









“พุทธกิจ ๕ ของพระพุทธเจ้า”

พวกเรานี้ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้ามาสอนนี้

 เราจะมาคุยเรื่องอริยสัจ ๔ กันไม่ได้

จะไม่มีใครรู้ มีแต่พระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น

ที่ท่านมีความฉลาดมากกว่าพวกเราหลายล้านเท่าด้วยกัน

ทำให้ท่านสามารถเข้าถึงความรู้อันนี้

ความรู้ที่ประเสริฐ ความรู้ที่ทำให้จิตใจ

หลุดพ้นจากกองทุกข์แห่งการเกิดแก่เจ็บตาย

 กองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดแบบไม่มีวันสิ้นสุดได้

 แล้วท่านก็ไม่หวงไม่สงวนลิขสิทธิ์

และไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ด้วย

ไม่เหมือนบริษัทที่เขาค้นพบซอฟท์แวร์ต่างๆ

 พอเอามาขายนี้สงวนลิขสิทธิ์

ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถึงจะเอาไปใช้ได้

 แต่พระพุทธเจ้านี่ท่านกลับไม่สงวนเลย

 ธรรมทาน ให้ธรรมะ การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง

ท่านสละท่านไม่ต้องการอะไร

เพราะใจของท่านนี้มีความสุขอยู่แล้ว

เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว การที่จะเอาความสุข

จากการที่มาเอาลิขสิทธิ์จากพวกเรานี้มันจิ๊บจ๊อย

 เมื่อเปรียบเทียบกับความสุขที่ท่านมีอยู่ในใจ

 ท่านก็เลยไม่เรียกลิขสิทธิ์ ทรงสอนให้ฟรีๆ

 ธรรมทาน และทรงสอนอย่างต่อเนื่องถึง ๔๕ ปีด้วยกัน

 หลังจากทีทรงตรัสรู้รู้แล้วในอายุ ๓๕ ปี

ทรงอยู่ต่อไปอีก ๔๕ ปีจนถึงวัย ๘๐

ทุกวันก็มีภารกิจสั่งสอนพุทธกิจ ๕

 ๕ พุทธกิจนี้ก็เกี่ยวกับการสั่งสอนธรรมะ

 ตอนบ่ายสั่งสอนญาติโยม ตอนค่ำสั่งสอนพระภิกษุ

สามเณร ภิกษุณี ตอนดึกสั่งสอนเทวดา

 ตอนเช้าก่อนออกไปบิณฑบาตเล็งญาณดูว่า

จะไปสอนใครเป็นกรณีพิเศษ

 แล้วก็ออกไปโปรดสัตว์ไปบิณฑบาต

นี่คือพุทธกิจ ๕ ของพระพุทธเจ้าของพวกเรา

 ไม่ได้ทำเพื่อพระองค์เองเลย แม้แต่การไปบิณฑบาต

ก็ไม่ได้ทำเพื่อพระทัยของพระองค์

 ทำเพื่อร่างกายเพื่อจะได้เอาร่างกายนี้มาสั่งสอนพวกเรา

 ตอนต้นท่านขี้เกียจ ท่านบอกไม่สอนดีกว่า

 เพราะถ้าสอนก็ต้องสอนตั้ง ๔๕ ปี เห็นไหม เหน็ดเหนื่อย

 ตอนต้นตัดสินใจไปสอนก็จะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าไป

 อยู่เฉยๆ ไม่ต้องสั่งสอน ไม่ต้องสอนใคร

 กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน สบายกว่า

 แต่ตอนหลังพระเมตตาก็โผล่ขึ้นมา

ท้าวมหาพรหมก็คือความเมตตา

ก็มาให้พระองค์ทรงมีความเมตตากรุณาสงสารพวกเรา

ที่ยังติดอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิดอยู่

 แล้วจะติดต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ถ้าไม่มีพระองค์มาเป็นผู้สอนผู้บอกพระอริยสัจ ๔

 พระองค์ก็เลยทรงตัดสินพระทัยว่า สอนก็สอนว๊ะ

 แต่ต้องสอนพวกที่ฉลาด พวกที่โง่ก็ไม่สอน

 สอนแล้วเขาไม่เชื่อก็ไม่รู้จะสอนได้อย่างไร

 ก็เลยทรงแยกคนไว้ ๔ ประเภท

พวกที่ฉลาดมาก ฉลาดปานกลาง และฉลาดน้อย

 ส่วนพวกที่ไม่ฉลาดคือพวกโง่ก็ไม่สอนเลย

นี่ก็คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงทำ

หลังจากที่ได้ทรงตรัสรู้พระอริยสัจ ๔

เอาพระอริยสัจ ๔ มาเผยแผ่ให้กับสัตว์โลกอย่างพวกเรา

 เพื่อพวกเราจะได้มีโอกาสได้หลุดพ้นจากความทุกข์

ของการเวียนว่ายตายเกิด ที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้

ให้มันสิ้นสุดลงภายในภพนี้ชาตินี้เลย

 ถ้าไม่ ๗ วัน ก็ ๗ เดือน ถ้าไม่ ๗ เดือน ก็ ๗ ปี

รับรองได้ว่าถ้าได้ทำตามพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนแล้ว

จะหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแน่นอน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


.......................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 มิถุนายน 2561
Last Update : 19 มิถุนายน 2561 9:57:54 น.
Counter : 154 Pageviews.

0 comments
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปัญญา ชา จีน :: กะว่าก๋า
(4 ต.ค. 2562 06:15:40 น.)
เขียนความจริง 8 กะว่าก๋า
(30 ก.ย. 2562 06:14:10 น.)
หลี่ เหลียนเจี๋ย (เจ็ทลี_จุดเปลียนชีวิตหลังหันมาศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา Turtle Came to See Me
(27 ก.ย. 2562 15:39:57 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด