<<< "ทำใจให้มีความสุข" >>>











“ทำใจให้มีความสุข”

วิธีแก้ปัญหาก็คือต้องมาทำใจให้มีความสุข

เลิกใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือหาความสุข

 พอเราพุทโธเป็น ทำใจให้สงบเป็น

 ต่อไปเราก็ไม่ต้องใช้ร่างกาย

เป็นเครื่องมือหาความสุข

 เวลาร่างกายแก่แล้ว ก็ยังมีความสุขได้

 ดูพวกหลวงปู่หลวงตาสิ ท่านอยู่ 80- 90 ปี

หน้าตาท่านยิ้มแย้มแจ่มใส

ใจสงบนี้จะ ไม่เดือดร้อนกับความเจ็บของทางร่างกาย

 ร่างกายจะเจ็บมันก็ไม่มาทำลายความสุขของใจ

 ใจยังสุขยังสบายเหมือนกับไม่ได้เจ็บ

อันนี้แหละเป็นสิ่งที่เราต้องคิดกันนะ

 เพราะว่าต่อไปเราต้องแก่กัน ต้องเจ็บต้องตายกัน

แล้วจะแก่จะเจ็บจะตายแบบทุกข์หรือแบบสุขดี

ถ้าอยากจะแก่เจ็บตายแบบสุข

 ก็ต้องมาหัดทำความสุขทางใจกัน

 มาฝึกทำใจให้มีความสุขกัน

เผื่อเราจะได้ไม่ต้องอาศัยร่างกาย

เป็นเครื่องมือหาความสุขต่อไป

แล้วเราจะไม่กังวลต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย

ไม่กังวลกับความแก่ ไม่กังวลกับความตาย

 พวกเรานี้ตอนนี้ยังไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย

 แต่ใจก็กังวลกันแล้ว เวลาเห็นคนแก่ทีก็ไม่สบายใจ

 เห็นคนเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่สบายใจ

 เห็นคนตายก็ไม่สบายใจ ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่แก่

ยังไม่เจ็บไม่ตายก็กังวล

แล้ววิตกกังวลหวาดกลัวต่างๆนาๆ

 แทนที่จะมีความสุข กลับไม่มีความสุข

ทั้งๆที่มีร่างกายที่ยังสมบูรณ์แข็งแรงอยู่

 แต่ถ้าเรามาทำใจให้สงบได้นี้

เราจะไม่กังวลกับความแก่ความเจ็บความตาย

 แก่ก็แก่ไปซิ เจ็บก็เจ็บไป ตายก็ตายไป

 เพราะเราไม่ต้องอาศัยร่างกาย

เป็นเครื่องมือหาความสุขให้กับเรา

 เรามีพุทโธเป็นเครื่องมือหาความสุข

 และเราต้องการความสุขเราก็พุทโธ พุทโธ พุทโธไป

เดี๋ยวไม่นาน ห้านาทีสิบนาทีใจก็สงบ มีความสุขได้

พยายามทำไปเถิด นี่ของดีของวิเศษจริงๆนะ

 ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะดีกว่าสติ สติคือพุทโธ

นี่เวลาเราท่องพุทโธ

นี่เป็นเวลาที่เรากำลังสร้างสติขึ้นมา

 สติเป็นตัวที่จะทำให้ใจเรานิ่งทำใจให้เราหยุดคิดได้

 ถ้าเราไม่มีสติ มันจะไม่หยุดคิด มันจะคิด

 พอคิดแล้วมันก็จะอยาก มันจะโลภแล้วก็จะโกรธ

 เวลาโลภเวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ก็โกรธ

 อันนั้นแหละทำให้ใจวุ่นวายไปหมด

พอโกรธก็ต้องไปทำร้ายผู้อื่น

ทำร้ายผู้อื่นแล้วเดี๋ยวก็ต้องถูกเขาทำร้ายกลับ

 ตีกันไปตีกันมา เพราะควบคุมใจไม่ได้

ควบคุมความคิดไม่ได้ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ถ้ามีสติแล้ว จะควบคุมอารมณ์ต่างๆได้

อารมณ์โลภโกรธ หลงจะไม่เกิด

อารมณ์ดีใจเสียใจจะไม่เกิด อารมณ์วุ่นวายใจ

 เดือดเนื้อร้อนใจ เศร้าสร้อยหงอยเหงาอะไรต่างๆนี้

 จะไม่เกิด ถ้ามีสติคอยควบคุมความคิดไว้

ถ้ามีพุทโธ พุทโธอยู่ไปเรื่อยๆ

 มันจะไปคิดเรื่องที่จะไปทำให้มันโกรธไม่ได้

 ไปคิดในเรื่องที่ไปทำให้มันโลภมันอยากไม่ได้

 พุทโธไป พุทโธจะกดอารมณ์ต่างๆไว้

อันนี้ก็เป็นขั้นต้น การใช้พุทโธนี้

 เวลาเราใช้จิตก็จะสงบ จะมีความสุข

เวลาเราไม่ใช้ ถ้าปล่อยให้คิด

เดี๋ยวก็เกิดความอยากขึ้นมาได้

พอเกิดความอยากมันก็ทำให้เรามีอารมณ์เสียได้

 หงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมาได้

สตินี้ไม่สามารถขจัดความอยากได้

 ถ้าอยากจะกำจัดความอยากนี้

พระพุทธเจ้าบอกต้องใช้ปัญญา

ปัญญาคืออะไร คือความรู้ว่าความอยากนี้

เป็นตัวที่เราไม่ควรที่จะไปส่งเสริม

ไม่ควรไปทำตาม เพราะทำแล้วมันจะไม่หมด

 ทำแล้วมันจะอยากไปเรื่อยๆ

 แล้วจะอยากมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ได้คืบก็อยากจะได้ศอก ได้ศอกก็อยากจะได้วา

 แล้วพอไม่ได้ก็จะเสียใจ

 หรือถ้าได้มาแล้วเสียไปก็จะเสียใจ

 แล้วถ้าตายไปความอยาก

มันก็จะพาเราไปเกิดใหม่ นี่คือปัญญา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 มกราคม 2561
Last Update : 19 มกราคม 2561 10:34:19 น.
Counter : 187 Pageviews.

0 comments
❋วัดพระธาตุหริภุญชัย เชิญชวน ร่วมเทศกาล "โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน" Turtle Came to See Me
(7 ต.ค. 2562 06:24:15 น.)
❉ในบรรดาอบายมุขทุกอย่าง อะไรที่ถือว่าเลวที่สุด Turtle Came to See Me
(6 ต.ค. 2562 17:04:05 น.)
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
ขจัดความฟุ้งซ่าน สมาชิกหมายเลข 2202068
(29 ก.ย. 2562 08:34:45 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด