<<< "อยาก ก็อย่าไปทำตามความอยาก” >>>










“อยากก็อย่าไปทำตามความอยาก”

เวลาอยู่ในสมาธิไม่มีความอยาก

พอออกจากสมาธิมา ความอยากมาแล้ว

 อยากดูอยากฟัง อยากลิ้มรสดมกลิ่น

 พอมันมาใจก็กระเพื่อม ใจก็สั่น ใจก็ไม่สบายขึ้นมา

 แล้วถ้าไม่ไปทำตาม พอมันอยาก

 ก็หยุดความอยากเสีย พอหยุดความอยากเสีย

ความสงบก็กลับมาใหม่ ความสบายใจก็กลับมาใหม่

พระพุทธเจ้าก็เลยค้นพบวิธี

 ที่จะทำให้ใจนี้มีความสุขตลอดเวลา

ไม่ว่าจะอยู่ในสมาธิหรือไม่อยู่ในสมาธิก็สุข

ออกจากสมาธิมา ถ้าเกิดความอยาก ก็หยุดมัน

อย่าไปทำตามความอยาก

อยากดูอยากฟังอะไร ก็ไม่ต้องดูมันไม่ต้องฟังมัน

 พอไม่ดูไม่ฟังมัน ฝืนมันไป

 เดี๋ยวความอยากนั้นมันก็หมดกำลังไป หายไป

ก็จะไม่มีตัวคอยมากวนใจให้ไปดูไปฟัง

เหมือนคนที่ติดสุราหรือติดบุหรี่อย่างนี้

 พอคิดถึงสุราคิดถึงบุหรี่ก็ต้องไปดื่มไปสูบ

พอได้ดื่มได้สูบ มันก็ใจก็สบายขึ้นมา

ขณะที่อยากดื่มอยากสูบใจก็ไม่สบาย

 แต่ถ้าเอาอีกวิธีหนึ่ง เวลาอยากจะดื่มอยากจะสูบ

 ก็ไม่สูบมันไม่ดื่มมัน ใช้สติหยุดความคิด

 อย่าไปคิดถึงมัน หยุดความคิดอย่าไปคิดถึงบุหรี่

อย่าไปคิดถึงสุรา หรือถ้าจะคิด

ก็คิดไปในทางที่ทำให้ไม่อยากจะดื่มไม่อยากจะสูบ

 ก็คิดถึงโทษที่จะตามมา

 สูบบุหรี่แล้วเดี๋ยวต่อไป

ก็เป็นโรคภัยไข้เจ็บทางร่างกาย

 ดื่มสุราก็จะต้องมีพิษสุราตามมา

ก็จะเจ็บไข้ได้ป่วย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

พอคิดอย่างนี้มันก็จะทำให้เปลี่ยนใจได้ว่า

 เรากำลังทำลายร่างกายเราอยู่

 เราไปสูบบุหรี่นี้เราไปทำลายร่างกาย

ควันพิษเข้ามา เราไปดื่มสุราเราก็เอาน้ำพิษเข้ามา

เอายาพิษเข้ามา เราอย่าไปดื่มไม่ดีกว่า

หรือ เราอย่าไปสูบไม่ดีกว่าหรือ

พอเห็นด้วยเหตุผลด้วยปัญญา

มันก็เลยได้ทีจะต้องเลิก

ก็ต้องเลิกด้วยที่เห็นเหตุผล

 ว่าเป็นการนำไปสู่ความทุกข์

ไม่ใช่นำไปสู่ความสุข มันเป็นการดับความทุกข์

หรือสร้างความสุขเพียงชั่วคราว

 แล้วเดี๋ยวความอยากใหม่มันก็จะกลับมา

 ทุกครั้งที่ความอยากเกิดขึ้น

 แล้วเราไปทำตามความอยาก

 เดี๋ยวความอยากใหม่ก็โผล่ขึ้นมาอีก

 อยากดื่มสุราถ้วยนี้แล้วความอยากดื่มก็หายไป

 เดี๋ยวซักระยะหนึ่งความอยากดื่มก็โผล่ขึ้นมาใหม่

 ถ้าไม่ได้ดื่มก็ทุกข์ ถ้าได้ดื่มก็หายทุกข์ชั่วคราว

 อันนี้ต้องใช้ปัญญาสอนใจให้เห็นว่า

การไปทำตามความอยากนี้

มันไม่ได้เป็นวิธีแก้ความทุกข์ใจ

แต่เป็นการเพิ่มความทุกข์ใจให้มีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ

 เพราะจะมีความอยากตามมาอยู่เรื่อยๆ

 เพราะนิสัยของใจ ทำอะไรแล้วมันจะติดนิสัย

ทำอะไรแล้วมันก็จะทำต่อ ถ้าไม่ทำมันก็จะไม่ทำ

เปลี่ยนนิสัยจากทำเป็นนิสัยไม่ทำเสีย

 อยากจะทำอะไรก็ไม่ทำมัน พอเราไม่ทำมันไปเรื่อยๆ

 ต่อไปนิสัยไม่ทำมันก็จะเป็นนิสัยของเรา

มันก็จะไม่อยากทำอะไร มันก็อยากจะอยู่เฉยๆดีกว่า

 อยู่เฉยๆสบายกว่า ถ้าเราหยุดความอยากได้

อยู่เฉยๆจะไม่ทุกข์ ที่ทุกข์กันเพราะว่า

หยุดความอยากไม่ได้

 ไม่รู้ว่าความอยากเป็นตัวที่ทำให้เราทุกข์กัน .

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

สนทนาธรรมมะบนเขา

วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 มีนาคม 2561
Last Update : 16 มีนาคม 2561 14:31:53 น.
Counter : 248 Pageviews.

0 comments
✰ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ๓ วัน ✰ณ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๙ กันยายน ๒๕๖๒ Tui Laksi
(4 ต.ค. 2562 21:23:45 น.)
เขียนความจริง 8 กะว่าก๋า
(30 ก.ย. 2562 06:14:10 น.)
เขียนความจริง 4 กะว่าก๋า
(25 ก.ย. 2562 06:02:14 น.)
เขียนความจริง 3 กะว่าก๋า
(24 ก.ย. 2562 06:12:19 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด