<<< "ทางสายกลาง" >>>














“ทางสายกลาง”

ทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์

หลุดพ้นจากการเกิดแก่เจ็บตาย

 หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 เรียกว่ามรรค หรือ มรรค ๘

เพราะมีองค์ประกอบอยู่ ๘ ประการด้วยกัน

มรรค หรือ มรรค ๘ นี้ เป็นทางสู่การหลุดพ้น

จากความทุกข์ที่เกิดจากการเกิดแก่เจ็บตาย

เวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่

 เป็นทางที่พระพุทธเจ้า

เป็นผู้ค้นพบด้วยพระองค์เอง

 เพราะไม่มีใครรู้จักทางนี้มาก่อน

พระพุทธเจ้าพยายาม

ไปศึกษากับครูบาอาจารย์ต่างๆ

ก็ไม่มีใครรู้ทางสู่การดับทุกข์

ได้อย่างแท้จริงและถาวร

 รู้แต่การดับทุกข์ก็อย่างชั่วคราว

 พระองค์เลยต้องไปหาต้องไปค้นคว้าหาทาง

 เป็นเหมือนคนตาบอดคลำทางไป คลำผิดคลำถูก

ในที่สุดก็ได้ทรงค้นพบทาง

ที่จะนำไปสู่การหลุดพ้น

จากความทุกข์อย่างแท้จริง


ทางนี้เป็นทางสายกลาง

 สายกลางระหว่างทางอีกสองทาง

 ที่มนุษย์เราใช้ในการดับความทุกข์

ก็คือการหาความสุขทางร่างกาย

หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

เพื่อมาดับความทุกข์ใจ

ก็เป็นการดับได้เพียงชั่วคราว ดับไม่ถาวร

เวลามีความทุกข์ใจก็ไปหาความสุขทางร่างกาย

 เช่น ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

 ไปกินไปดื่มไปดูไปฟังอะไรต่างๆ

ก็ทำให้ลืมความทุกข์ไปได้ชั่วคราว

แต่ไม่นานเดี๋ยวความทุกข์นั้นก็กลับมาอีก

 เพราะวิธีดับความทุกข์ด้วยการ

หาความสุขทางร่างกายนี้

ไม่สามารถดับความทุกข์ได้

 เพราะความทุกข์หรือเหตุของความทุกข์นี้

ไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่อยู่ที่ใจ

นี่เป็นทางหนึ่งที่สัตว์โลกหรือมนุษย์ทั้งหลาย

หาทำกันเพื่อมาดับความทุกข์ใจกัน

 แต่ก็ดับได้เป็นพักพักๆ ไปเท่านั้น

ความทุกข์ใจก็ยังไม่หายไป

 ความทุกข์ใจที่เกิดจากการแก่การเจ็บการตาย

การพลัดพรากจากสิ่งที่รักจากบุคคลที่รัก

ก็ยังไม่ดับไปจากการได้ความสุขทางร่างกายมา

 ก็เลยมีผู้ที่หาอีกวิธีหนึ่ง

วิธีนี้ก็คือใช้การดับความทุกข์

ด้วยการทรมานร่างกาย

 ทำให้ร่างกายมีความทุกข์แล้วคิดว่า

จะทำให้ความทุกข์ดับไปได้ ก็ดับไม่ได้เช่นเดียวกัน

มีพวกฤาษีชีไพรที่พยายามใช้การทรมานร่างกาย

ด้วยวิธีการต่างๆ มาดับความทุกข์ทางใจ

 ก็ไม่สามารถมาดับความทุกข์ทางใจได้

 แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ก่อนจะตรัสรู้

ก็ทรงใช้วิธีนี้ด้วยการทรมานร่างกาย

ด้วยการอดพระกระยาหาร

ทรงอดพระกระยาหารถึง ๔๙ วัน

 แต่ก็ยังไม่สามารถดับความทุกข์ทางใจได้

 พระองค์จึงทรงรู้ว่าทางทั้งสองทางนี้

ไม่ใช่เป็นทางที่จะนำไปสู่การดับความทุกข์ต่างๆ

 ที่มีอยู่ในพระทัยของพระองค์ได้

การหาความสุขมาดับความทุกข์

 พระองค์ก็เคยกระทำมาแล้ว

ตอนที่เป็นพระราชโอรสเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

ประทับอยู่ในพระราชวัง

ก็ใช้ความสุขทางร่างกายทางตาหูจมูกลิ้นกาย

นี้มาดับความทุกข์ เวลาไม่สบายพระทัย

ก็จัดงานเลี้ยงจัดงานสังสรรค์ไปเที่ยวไปเล่น

ไปทำกิจกรรมอะไรต่างๆ

 เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินบันเทิงใจ

 แต่ก็ดับได้ชั่วครั้งชั่วคราว

ไม่นานความทุกข์ใจนั้นก็กลับคืนมาอีก

 พระองค์เลยรู้ว่าทางสองทาง

ที่ชาวโลกเราใช้เพื่อดับความทุกข์นี้

ไม่ได้เป็นทางที่จะนำไปสู่ทาง

ที่จะดับความทุกข์อย่างแท้จริง

จึงทำให้พระองค์ต้องไปค้นคว้าหาทาง

ที่จะดับความทุกข์อย่างแท้จริงให้ได้

แล้วในที่สุดพระองค์ก็สามารถค้นพบ

ทางที่จะนำไปสู่การดับความทุกข์ต่างๆ ได้

เป็นทางที่อยู่ระหว่างกึ่งกลาง

ระหว่างการใช้ความสุขทางร่างกาย

และการใช้การทรมานร่างกายมาดับความทุกข์

 ทางนี้พระองค์เรียกว่า มรรค ๘

เพราะว่ามีองค์ประกอบอยู่ ๘ องค์ประกอบด้วยกัน

 เป็นมัชฌิมาปฎิปทา เป็นทางสายกลาง

ที่จะนำผู้ปฏิบัติผู้ที่เดินทางนี้ให้หลุดพ้น

จากความทุกข์ได้อย่างแท้จริงและถาวร.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐

“ทางสู่การดับทุกข์”





ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 11 ธันวาคม 2560
Last Update : 11 ธันวาคม 2560 10:56:32 น.
Counter : 171 Pageviews.

0 comments
: รู้แต่สิ่งที่สำคัญเท่านั้นพอ : กะว่าก๋า
(11 ส.ค. 2562 06:20:12 น.)
อุปสรรคมาร suchu
(9 ส.ค. 2562 00:34:46 น.)
❖" การรู้ประมาณ ทำให้ไม่เป็นทุกข์โดยไม่จำเป็น " Turtle Came to See Me
(9 ส.ค. 2562 04:08:05 น.)
: ความยุติธรรม : กะว่าก๋า
(6 ส.ค. 2562 06:08:37 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด