<<< “ เรื่องของธรรม” >>>










“ เรื่องของธรรม”

การฟังธรรมกับการแสดงธรรม ก็ต้องอาศัยสถานที่สงบ

 ถ้ามีเสียงอึกทึกครึกโครม มันก็รบกวนทั้งผู้แสดงทั้งผู้ฟัง

 เพราะฟังธรรม แสดงธรรมก็ต้องมีใจที่สงบ

 ถ้าใจไม่สงบแล้ว มันสับสน แสดงด้วยเหตุด้วยผลไม่ได้

แทนที่จะเห็นเหตุผลรู้เหตุผล ต้องมีใจที่สงบ

ถ้าใจไม่สงบมันจะมองไม่เห็นเหตุมองไม่เห็นผล

นี่พอเสียงเข้ามา มันก็ดึงใจไปจากเรื่องที่ว่ากำลังจะพูด

 เสียงมามันก็ดึงออกไป เดี๋ยวคนเดินเข้ามาอีก

บางทีต้องปิดตาหลับตา แล้วไม่รับรู้ไม่เห็น

เห็นแล้วใจมันไปแล้ว มันรับรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมา

 มันก็เลยไม่ได้อยู่กับเรื่องที่กำลังพูดอยู่การฟังธรรม

 เพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดอานิสงส์ เกิดผล

 ก็จำเป็นจะต้องฟังในที่ที่สงบ ถึงจะได้ผลเต็มร้อย

 ผลที่เกิดจากการฟังธรรมก็มีอยู่ห้าประการด้วยกันคือ

 หนึ่งจะได้ยินได้ฟังธรรมที่เราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

 สองธรรมที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาแล้วถ้าได้ฟังซ้ำอีก

ก็จะเกิดความเข้าใจดีขึ้นไปตามลำดับ

 สามจะกำจัดความลังเลสงสัยต่างๆ ความขัดข้องใจ

สิ่งที่ขัดข้องใจต่างๆให้หมดไปได้

สี่จะทำให้มีความเห็นที่ถูกต้อง

 ห้าจะทำให้จิตใจผ่องใส สงบ มีความสุข

ถ้าจะฟังให้ได้ผลนี่ ต้องนั่งเฉยๆ กายวาจาใจต้องสงบ

 นอกจากสถานที่ต้องสงบแล้ว

กายวาจาใจของผู้ฟังก็ต้องสงบ

กายก็คือร่างกายไม่เคลื่อนไหวนั่งเฉยๆไม่ทำอะไร

วาจาก็ไม่พูดคุยกัน ใจก็ไม่คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้

คิดอยู่กับเสียงธรรม คิดอยู่กับเรื่องธรรมที่กำลังฟังอยู่

 ถ้ามีกายวาจาใจที่สงบ ฟังแล้วก็จะได้ผลดี

กายวาจาที่สงบก็เรียกว่าศีล

คือตอนนี้ผู้ฟังได้เฉยๆนี้

ถือว่ามีศีลแล้ว ร่างกายไม่ได้ทำบาป

 ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์

ไม่ได้ประพฤติผิดประเวณี ไม่ได้พูดปด

 วาจาก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ดื่มสุรายาเมา

มีกายวาจาที่สงบ เรียกว่าศีล

 ใจถ้าไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

มีความตั้งใจที่จะฟังธรรม

 ก็เรียกว่ามีสมาธิใจตั้งมั่น คำว่าสมาธิก็คือ

ใจที่ตั้งมั่นอยู่ในความสงบ ไม่คิดปรุงแต่ง

ถ้าฟังธรรมด้วยศีลหรือสมาธิ ผลก็คือปัญญาก็จะเกิด

 ปัญญาก็คือสัมมาทิฏฐิ ความเห็นที่ถูกต้อง

 เห็นว่าบุญมีจริง บาปมีจริง ผลของบุญคือสวรรค์มีจริง

 ผลของบาปคือนรก อบายมีจริง ตายแล้วไม่สูญ

 ตายแล้วไปเกิดใหม่ ถ้าได้ปฏิบัติได้ชำระ

ได้กำจัดกิเลสตัณหาให้หมดไปจากใจ

ใจก็ไม่ต้องไปเกิดใหม่ ใจก็ไปสู่นิพพาน

นี่คือสัมมาทิฏฐิ ความเห็นที่ถูกต้อง

โดยปกติแล้ว ถ้าไม่ได้ฟังเทศน์ฟังธรรม

จะไม่รู้เรื่องบุญเรื่องบาป เรื่องผลของบุญผลของบาป

ไม่รู้ว่าตายแล้วไม่สูญ ตายแล้วต้องไป

รับผลบุญผลบาปต่อ ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดต่อ

ถ้ายังมีกิเลสตัณหาอยู่ภายในใจ

 ถ้าชำระกิเลสตันหาให้หมดไปจากใจได้

ตายไปก็ไม่ต้องไปเกิด ไม่ต้องไปรับผลบุญผลบาป

 นี่คือความเห็นที่ถูกต้อง

ที่จะได้จากการฟังเทศน์ฟังธรรม

 เพราะเวลาแสดงธรรมก็จะแสดงเรื่องราวเหล่านี้

เรื่องบุญเรื่องบาป อธิบายว่าบุญเป็นอย่างไร

บาปเป็นอย่างไร ผลของบุญเป็นอย่างไร

ผลของบาปเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รับ

ผลของบุญผลของบาป ใครไปเกิดใหม่

นี่คือเรื่องของธรรม ธรรมที่จะแสดง

เรื่องของบุญของบาป

เรื่องของผู้ไปรับผลบุญผลบาป

 เรื่องของผู้ไปเกิดแก่เจ็บตายใหม่

 เรื่องของผู้ไปที่นิพพาน.

อาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..........................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 11 ตุลาคม 2560
Last Update : 11 ตุลาคม 2560 9:16:46 น.
Counter : 236 Pageviews.

0 comments
อุปสรรคมาร suchu
(9 ส.ค. 2562 00:34:46 น.)
Quotes คำคม (5) comicclubs
(9 ส.ค. 2562 12:59:34 น.)
โอวาทธรรม **mp5**
(8 ส.ค. 2562 13:50:09 น.)
: รู้จักประมาณตน : กะว่าก๋า
(8 ส.ค. 2562 06:12:24 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด