<<< "เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า ">>>









"เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า"

เรามาเดินตามรอยเท้าของพระพุทธเจ้ากัน

มาเดินตามรอยเท้าของพระอรหันตสาวกกัน

 เพราะท่านจะเดินไปพระนิพพานกัน

เรามาปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติกัน

 มาปฏิบัติตามที่พระอริยะสงฆ์

พระอรหันตสาวกได้ปฏิบัติกัน

 ท่านปฏิบัติอะไร ท่านก็ปฏิบัติทาน

 หลังจากท่านทำทาน

 ตอนต้นก็ทำไปทีละเล็กทีละน้อยก่อน

ทำไป จากนั้นก็ทำมากขึ้นๆ

 เมื่อเห็นว่าทำทานแล้วมีความสุขใจมากขึ้น

มีความทุกข์ใจน้อยลงไป แล้วท่านก็รักษาศีล

 ตอนต้นก็รักษาศีล ๕ ก่อน ต่อไปเมื่อรักษาศีล ๕ ได้

ก็จะเพิ่มเป็นศีล ๘ พอท่านรักษาศีล ๘ ได้

ท่านก็จะเจริญสติ ฝึกสร้างสติเดินจงกรมนั่งสมาธิ

 ไปอยู่วัด ไปปลีกวิเวก หยุดการทำงานทำการชั่วคราว

 แทนที่จะหาเงินหาทองหาทรัพย์สมบัติต่างๆ

 ก็มาหาธรรม มาปลูกฝังธรรมกัน

มาปลูกฝังสติ ปลูกฝังสมาธิ ปลูกฝังปัญญา

 มาวัดแล้วก็จะมีเวลามาเจริญสติ มาเดินจงกรม

 มานั่งสมาธิ ถ้าเรามีสติเวลาเรานั่งสมาธิ

ใจเราก็จะสงบ สงบแล้วใจเราก็จะได้บ้านชั่วคราว

 ได้พระนิพพานชั่วคราว นี่คือวิธีสร้างบ้าน

คือทำใจของเราให้สงบ เมื่อใจสงบ เราก็จะได้บ้าน

 ได้พระนิพพานชั่วคราวก่อน

 เป็นบ้านที่ยังไม่สมบูรณ์

 แต่เป็นบ้านที่พอหลบแดดหลบฝนได้ แต่ยังไม่ถาวร

 ถ้าอยากจะทำให้บ้านที่เราสร้างจากสมาธินี้

เป็นบ้านที่ถาวร เราก็ต้องใช้ปัญญามาเสริม

มาทำให้ถาวร ปัญญาก็จะสอนให้เราป้องกัน

สิ่งที่จะมาทำลายบ้านนี้ จะทำให้บ้านนี้

ที่เป็นบ้านชั่วคราวให้เป็นบ้านถาวรไป

สิ่งที่มาทำลายบ้านชั่วคราว

หรือพระนิพพานชั่วคราวนี้ก็คือ กิเลสตัณหานี้เอง

 คือความโลภความอยากต่างๆ

 พอเราออกจากสมาธิมาแล้ว

 พอเราเกิดความโลภขึ้นมา

 ความสงบความสุขที่ได้จากบ้านนี้ก็หายไป

 ก็เหมือนถูกทำลายไป

บ้านนิพพานชั่วคราวก็จะหายไป

 เพราะสู้กำลังของความโลภ

กำลังของความอยากไม่ได้

 ความอยากก็จะเข้ามาทำลาย

 เราจึงต้องจ้างปัญญามาเป็นยาม

 มาคอยเฝ้าบ้าน มาคอยป้องกันบ้านของเรา

 จ้าง รปภ.มา อย่างสมัยนี้บ้านจัดสรรนี้

 เขาสร้างเสร็จเขาก็จะมี รปภ.ไว้รักษาบ้าน

ไม่ให้ขโมยมาขโมยข้าวของ

 ไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาเผาบ้านมาทำลายบ้าน

 เขาก็ต้องจ้าง รปภ. กันไม่ให้คนที่ไม่ควร

ที่จะเข้าไปในบ้านให้เข้าไปในหมู่บ้าน

 เราก็เหมือนกัน พอเราได้สร้างบ้านนิพพานแล้ว

 ที่เป็นนิพพานชั่วคราว

เพราะยังไม่ปลอดภัยจากภัยต่างๆ

ยังไม่ปลอดภัยจากความโลภความอยากต่างๆ

 เราก็ต้องจ้าง รปภ. คือปัญญามาคอยเฝ้าบ้าน

 คือบ้านสมาธินี้ ไม่ให้มีความโลภ

ความอยากเล็ดลอดเข้ามาทำลาย

พอมีความโลภความอยาก ถ้าเรามี รปภ. คือปัญญา

 ปัญญาก็จะสกัดเอาไว้ จะกำจัดความโลภ

กำจัดความอยากต่างๆ

 พอ รปภ. ทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ

ต่อไปความโลภความอยากต่างๆ ก็จะหายไปหมด

ไม่สามารถที่จะเข้ามาทำลายบ้าน

คือความสงบที่เราสร้างจากสมาธิได้

บ้านที่เป็นสมาธิก็จะกลายเป็นนิพพานอย่างถาวร

ตอนต้นก็เป็นสมาธิ เป็นบ้านชั่วคราวก่อน

 เพราะว่าเวลาออกจากสมาธิมา

 ถ้าไม่มีปัญญาคอยคุ้มกันคอยปกป้องรักษา

 ความโลภความอยากก็จะมาทำลายบ้าน

ที่เราได้จากสมาธิให้หายไป

เวลาอยู่ในสมาธิใจของเราก็สุข

มีความอิ่มความพอ มีความปลอดภัยจากทุกข์ต่างๆ

 แต่พอเราออกจากสมาธิมา

 ถ้าเราไม่มี รปภ. ไม่มีปัญญา

ความโลภความอยากก็จะเข้ามาเผาบ้านเรา

 ทำให้บ้านที่เย็นสบาย กลายเป็นบ้านที่ร้อนขึ้นมา

 ร้อนด้วยความโลภ ร้อนด้วยความโกรธ

 ร้อนด้วยความหลง เพราะเราไม่มี รปภ. คือปัญญา

มาคอยป้องกันไม่ให้ความโลภ ความโกรธ

 ความอยากต่างๆ เข้ามาเผาบ้านเรานั่นเอง.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 04 ธันวาคม 2561
Last Update : 4 ธันวาคม 2561 11:18:52 น.
Counter : 115 Pageviews.

0 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - 100 ข้อคิดเพื่อชีวิตสุขสงบ :: กะว่าก๋า
(9 ต.ค. 2562 06:19:50 น.)
✽จังหวัดกาฬสินธุ์ เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2562 Turtle Came to See Me
(9 ต.ค. 2562 07:34:39 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปัญญา ชา จีน :: กะว่าก๋า
(4 ต.ค. 2562 06:15:40 น.)
เขียนความจริง 5 กะว่าก๋า
(26 ก.ย. 2562 06:06:42 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด