<<< “ใช้ปัญญาสอนใจให้รู้ทันความอยาก” >>>










“ใช้ปัญญาสอนใจให้รู้ทันความอยาก”

ดึงใจให้เข้าข้างในด้วยการบริกรรม

พุทโธ พุทโธ พุทโธ ถ้ามีคำบริกรรมพุทโธ

 กิเลสตัณหาจะไม่สามารถดึงจิตออกไปข้างนอกได้

 และการจะดึงจิตออกไปข้างนอกได้

จิตต้องคิดปรุงแต่ง ต้องคิดถึงคนนั้นคนนี้

 คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ พอคิดแล้วก็เกิดความอยากขึ้นมา

 พอเกิดความอยากก็ไปหาคนนั้นคนนี้

 ไปหาสิ่งนั้นสิ่งนี้กัน

 แต่ถ้าคิดอยู่กับพุทโธ พุทโธ พุทโธ อยู่เรื่อยๆ

ความคิดต่างๆ ก็ไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้

จิตก็จะอยู่ข้างใน เพราะนั่งเฉยๆ นั่งหลับตา

 ปิดทวารทั้งห้าไม่ให้จิตออกไปข้างนอก

 แล้วใช้สติพุทโธ พุทโธ ดึงไว้

 เดี๋ยวจิตก็รวมเข้าสู่สมาธิได้ เข้าสู่ข้างในได้

สมาธิก็คือที่อยู่ของจิต อยู่กับความว่าง

 ในสมาธินี้ไม่มีอะไร ไม่มีลาภยศสรรเสริญ

 ไม่มีรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ไม่มีคนนั้นคนนี้

 ไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่กลับมีความสุข

มากกว่าการมีลาภยศสรรเสริญ

 มีรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีคนนั้นคนนี้

ถ้าใครสามารถดึงจิตเข้าข้างในได้แล้วจะติดใจ

 จะรู้ว่านี่แหละคือความสุขที่แท้จริง

ความสุขที่จะเป็นความสุขที่ถาวรต่อไป

 ถ้าสามารถดึงจิตไว้ไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ตลอดเวลา

 แต่ในเบื้องต้นก็เข้าไปได้เดี๋ยวเดียว

 เพราะกำลังของสติยังมีไม่มาก ดึงเข้าไปแป๊บเดียว

เดี๋ยวมันก็เด้งออกมา สมาธิขั้นแรกๆ

 เราจึงเรียกว่าขณิกสมาธิ เป็นขณะหนึ่ง

ขณิก ก็มาจากคำว่าขณะ

ขณิกสมาธิเป็นความสงบชั่วขณะหนึ่งแบบงูแลบลิ้น

 เวลาภาวนาใหม่ๆ เวลาจิตรวมลงนี้จะลงแบบงูแลบลิ้น

 ดิ่งลงเข้าสู่ความสงบแป๊บเดียวแล้วก็ถอนออกมา

 แต่ถ้าเจริญสติไปเรื่อยๆ นั่งสมาธิไปบ่อยๆ

ไม่ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น

 ต่อไปจิตจะเข้าไปได้ อยู่ได้นาน

 จากงูแลบลิ้นเป็น 5 นาที เป็น 10 นาที

 เป็น 15 นาที เป็น 20 นาที ต่อไปก็เป็นชั่วโมง

 อยู่ได้อย่างสบาย มีความสุขกับความว่าง

นี่แหละคือความสุขที่แท้จริง เพราะความว่างไม่มีวันหมด

 ความว่างไม่มีการเกิดไม่มีการดับ และเราไม่ต้องมีอะไร

 ไม่ต้องมีลาภยศสรรเสริญ ไม่ต้องมีรูปเสียงกลิ่นรส

มาให้ความสุขกับเรา แต่เราต้องมี “มรรค”

 คือธรรมที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นเครื่องมือดึงจิตไว้ข้างใน

ขั้นต้นก็ใช้สติเพื่อดึงจิตให้เข้าสู่สมาธิ

แต่สมาธินี้ก็เป็นที่ตั้งอยู่ชั่วคราว

 เพราะว่าจิตยังมีภาระกับร่างกาย

 เดี๋ยวก็ต้องออกมาดูแลร่างกาย

 เพราะร่างกายเดี๋ยวก็ต้องปวดท้องปวดฉี่

 เดี๋ยวก็หิวน้ำหิวข้าว จะอยู่ในสมาธิเป็นเดือนเป็นปี

ย่อมเป็นไปไม่ได้ อยู่ได้บางครั้ง

ก็ 15 วันบ้าง เดือนนึงบ้าง แต่ต้องออกมา

 เพราะว่าร่างกายจะเป็นตัว

ที่จะดึงให้จิต ต้องออกมาดูแลกัน

 แล้วขณะที่ออกมาก็อาจจะต้องใช้ความคิดปรุงแต่ง

ถ้าเผลอไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้

 เดี๋ยวความอยากที่ยังไม่ได้ตายด้วยอำนาจของสมาธิ

ก็จะโผล่ขึ้นมาได้ ก็จะมาดึงใจให้ไปหาสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้

 ดึงใจให้กลับไปหารูปเสียงกลิ่นรส

หาลาภยศสรรเสริญได้

 ตอนนั้นถ้าไม่ต้องการให้ใจไปตามกระแส

ของกิเลสตันหาความอยากต่างๆ

ตอนนั้นก็ต้องใช้ปัญญามาสอนใจ สอนใจให้เห็นว่า

สิ่งที่กิเลสตัณหาต้องการนั้นมันเป็นความทุกข์

 ไม่ได้เป็นความสุข เช่น รูปเสียงกลิ่นรสของสิ่งต่างๆ

 ที่เราชอบสัมผัสกัน เช่นเครื่องดื่มต่างๆ น้ำชากาแฟ

ขนมนมเนย ของที่เราไม่จำเป็น

ที่จะต้องดื่มต้องรับประทาน

 แต่มันมีความอยากความหลง

ที่หลอกให้ไปอยากไปสัมผัส

 เพราะเวลาได้สัมผัสมันก็เป็นความสุข

แต่มันเป็นความสุขเดี๋ยวเดียว

 เป็นความสุขแค่ที่ปลายลิ้น

เช่นดื่มอะไรก็สุขตอนที่ได้ดื่ม

พอเข้าไปในท้องแล้วความสุขนั้นก็หายไป

 แล้วเดี๋ยวก็ต้องเกิดความอยากที่จะดื่มไหม่

ที่จะรับประทานไหม่ แล้วถ้าไม่สามารถดื่มได้

ไม่สามารถรับประทานได้ก็จะกลายเป็นความทุกข์ขึ้นมา

นี่คือการใช้ปัญญาสอนใจให้เห็นว่า

ความสุขที่ได้จากทางตาหูจมูกลิ้นกายนี้มันไม่เที่ยง

 เป็นความสุขชั่วคราว

เป็นความสุขที่จะกลายเป็นความทุกข์ไป

เวลาที่ไม่ได้ตามความต้องการตามความอยาก

 แล้วก็เป็นความสุขที่เราควบคุมไม่ได้

สั่งให้มันให้ความสุขกับเราตลอดเวลาไม่ได้

ห้ามไม่ให้มันกลายเป็นความทุกข์ขึ้นมาไม่ได้

 ถึงเวลามันจะกลายเป็นความทุกข์

มันก็กลายเป็นความทุกข์ขึ้นมา

ถึงเวลาที่มันจะหมดมันก็หมดไป

นี่คือการใช้ปัญญาสอนใจให้รู้ทันความอยาก.

พระอาจารยสุชาติ อภิชาโต

.................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๐

“ฝึกจิตให้อยู่กับความว่างเปล่า”





ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 02 ตุลาคม 2560
Last Update : 2 ตุลาคม 2560 7:38:08 น.
Counter : 542 Pageviews.

0 comments
✾การจับผิดทำให้ใจขุ่นมัว Turtle Came to See Me
(11 ส.ค. 2562 05:16:24 น.)
❖" การรู้ประมาณ ทำให้ไม่เป็นทุกข์โดยไม่จำเป็น " Turtle Came to See Me
(9 ส.ค. 2562 04:08:05 น.)
อุปสรรคมาร suchu
(9 ส.ค. 2562 00:34:46 น.)
ปฏิบัติวิปัสสนาเพื่อการปล่อยวาง สมาชิกหมายเลข 2202068
(3 ส.ค. 2562 19:34:06 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด