ดาราจักรรักลำนำใจ : เด็กตาสีฟ้าที่ไม่รู้ที่มา


แดดยามเช้าในฤดูหนาวเริ่มสาดแสงกระทบใบไม้และยอดหญ้า ทำให้บรรยากาศที่ขมุกขมัวด้วยม่านหมอกเหนือไร่พิณทิพย์เริ่มสดใสและมีชีวิตชีวา แต่แล้วความสงบที่ใครคนหนึ่งกำลังดื่มด่ำก็ถูกทำลายลง

“นายคมครับ นายคม! คุณพิณครับ!” เสียงตะโกนเรียกของคนงานคนหนึ่งทำให้ร่างสูงของคมเดชชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เจ้าของไร่วัยสี่สิบกว่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงระเบียงบ้านชั้นบนแล้วเดินมาตรงราวระเบียง

“มีอะไรพงษ์”

“มีเด็กถูกทิ้งที่ริมน้ำแถวแปลงดอกไม้ครับนายคม ตั้งสองคนแน่ะ” พงษ์ตอบเสียงหอบแล้วหยุดหายใจเข้าปอด

“เฮ้ย!” คมเดชร้องอุทานลั่นพลางเบิกตากว้าง “จริงเหรอวะ แน่ใจนะว่าไม่ได้ตาฝาด ผีหรือเปล่า”

“จริงครับนาย พวกเราเข้าไปดูอยู่ แต่ไม่กล้าทำอะไรเพราะไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปยังไง ได้แต่รีบมาบอกนายก่อนว่าจะเอายังไง”

“เหรอ งั้นเดี๋ยวฉันจะไปดูเดี๋ยวนี้แหละ” คมเดชว่าแล้วหมุนตัวเดินถือแก้วกาแฟตรงไปยังโต๊ะตัวเดิม จังหวะเดียวกับที่ร่างเล็กของสตรีคนหนึ่งเดินออกมา

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณ”

คมเดชวางแก้วก่อนตอบผู้เป็นภรรยา “ไอ้พงษ์บอกว่ามีเด็กถูกทิ้งอยู่ริมน้ำแถวๆ แปลงดอกไม้ พี่จะออกไปดูก่อน”

“ตายจริง!” พิณทิพย์อุทานอย่างตกใจ “ใครกันใจร้ายได้ขนาดนั้น เดี๋ยวพิณไปดูด้วยดีกว่าค่ะ”

“แล้วใครจะดูลูกเราล่ะ” คมเดชเป็นห่วงลูกสาววัยสามขวบที่ยังไม่ตื่นนอน ทำให้อีกฝ่ายนึกขึ้นได้

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณจะไปบอกพี่แก้วให้มาดูให้” ว่าแล้วพิณทิพย์ก็เดินลงจากเรือนไม้ตรงไปยังเรือนพักของแม่บ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ไม่ถึงห้านาทีก็ก้าวเร็วๆ กลับมาที่หน้าบ้านซึ่งคมเดชขับรถออกมารอแล้ว โดยมีพงษ์นั่งอยู่ตรงกระบะท้าย

“ไปกันเถอะค่ะ”

คมเดชขับรถกระบะสี่ประตูออกจากบ้านซึ่งตั้งอยู่กลางไร่ผ่านแปลงผักและทุ่งเลี้ยงวัว จากนั้นเลี้ยวไปยังแปลงดอกไม้ที่อยู่ใกล้ลำธาร เขาจอดรถไว้ริมถนนบนเนิน พงษ์กระโดดลงจากรถแล้วเดินแกมวิ่งนำลงเนินไปยังริมน้ำที่มีคนงานกลุ่มหนึ่งยืนและนั่งจับกลุ่มกันอยู่ แว่วเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจนพิณทิพย์หน้าเสีย พอคนงานทั้งหมดเห็นเจ้าของไร่สองสามีภรรยามาก็หันมาถอยออกเผยให้เห็นเด็กสองคนที่อยู่บนเบาะสีขาวมีรอยเปื้อนดิน พิณทิพย์ทรุดนั่งลงกับพื้นทำท่าจะช้อนร่างของทารกแบเบาะที่กำลังร้องไห้อยู่ขึ้นมา แต่เด็กวัยประมาณสามขวบกลับทำท่ากันเอาไว้ราวกับจะปกป้อง

“ฉันไม่ทำอะไรน้องเธอหรอกจ้ะ อย่ากลัวนะหนูน้อย” พิณทิพย์เอ่ยเสียงอ่อนโยน แล้วจึงค่อยๆ ช้อนร่างทารกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้คนโตยอมแต่โดยดี ทว่ายังมองตามทารกน้อยตาไม่กะพริบ พิณทิพย์ย่นคิ้วเมื่อเห็นนัยน์ตาสีฟ้าแปลกเหมือนกับไม่ใช่คนไทย เช่นเดียวกับทารกในอ้อมกอดที่หยุดร้องไห้แล้วลืมตาจนเห็นนัยน์ตาสีฟ้าเช่นเดียวกัน

“ตอนแรกพวกผมก็ว่าจะลองอุ้มมาปลอบ แต่คนพี่หวงผมก็เลยปล่อยไว้” คนงานคนหนึ่งพูดขึ้น

“ผู้ชายหรือผู้หญิง” คมเดชถามลอยๆ โดยไม่เจาะจง ขณะมองเด็กที่ยังนั่งอยู่บนเบาะก่อนจะขยับไปใกล้เพื่อผูกมิตร “หนู...มาหาลุงมา ลุงไม่ทำอะไรหรอก”

“คนเล็กเป็นผู้หญิง คนโตเป็นผู้ชายครับ”

“แล้วดูรอบๆ หรือยังว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า” คมเดชถามขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าเด็กชายคลายท่าทางกลัวลงไปจึงยกขึ้นมาอุ้ม

“พวกผมแยกกันออกตรวจดูจนทั่วบริเวณแล้วครับ ไม่เห็นใครเลย”

คมเดชนิ่วหน้าอย่างประหลาดใจ เขาหันไปมองพิณทิพย์ก็เห็นฝ่ายนั้นโยกเด็กในอ้อมแขนไปมาเบาๆ “พ่อแม่หนูอยู่ไหน บอกลุงซิ” เขายกตัวเด็กชายนัยน์ตาประหลาดขึ้นมาถาม แต่ไม่มีการตอบรับจากร่างเล็กนอกจากมองไปยังเด็กทารก

“โถ...ดูสิคะ น่าตาน่ารักน่าชัง เหมือนเด็กฝรั่งเลย ส่วนคนพี่ก็ท่าทางรักและหวงน้องเชียว มองไม่วางตาเลย” พิณทิพย์เอ่ยอย่างเอ็นดูแกมสงสาร

“แปลกนะครับ ก่อนที่นายคมจะมาเด็กคนนี้พูดกับน้องเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ จะว่าฝรั่งเอามาทิ้งแต่แถวหมู่บ้านเราก็ไม่มีใครมีผัวฝรั่งเลย หรือถ้าจะทิ้งก็ทำไมไม่ทิ้งอยู่ฝั่งโน้น” คนพูดชี้ไปยังริมลำธารฝั่งตรงข้ามที่อยู่ไกลออกไป

“หรือว่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว” คนหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังก่อนจะหัวเราะออกมา “ดูสิ...ตาก็เป็นสีฟ้า ผิวก็ขาวราวกับหยวก ที่สำคัญพูดภาษาแปลกๆ”

“เหลวไหล!” คมเดชเอ็ดให้คนงานที่มักจะมีความคะนองปาก “มนุษย์ต่างดาวที่ไหนจะขนลูกข้ามกาแล็กซี่มาทิ้งที่โลก กว่าจะมาถึงก็กลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้ว”

“แล้วเราจะเอายังไงดีคะ” พิณทิพย์ไม่สนใจประเด็นอื่นนอกจากความห่วงใยในตัวเด็ก

“พี่ว่าเราแจ้งตำรวจก่อนดีกว่า”

จบประโยคของคมเดชเด็กทารกในอ้อมแขนของพิณทิพย์ก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา ส่วนเด็กชายก็ดิ้นรนราวกับจะให้พ้นจากการโอบอุ้มของคมเดช

“เอ๊า! อย่าดิ้นสิหนู ใจเย็นๆ น้องไม่เป็นอะไรหรอก”

“สงสัยสองพี่น้องนี่จะไม่ชอบตำรวจแฮะ” พงษ์พูดกลั้วหัวเราะ

เสียงร้องไห้จนดูเหมือนจะขาดใจทำให้พิณทิพย์หน้าเสีย พลันก็นึกถึงชะตากรรมของเด็กน้อยทั้งสอง หลังจากตำรวจรับตัวไปเด็กก็ต้องถูกส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์ ถ้าโชคดีก็อาจมีคนมีฐานะและมีเมตตารับไปเลี้ยงดู แต่ถ้าไม่มีก็คงต้องอยู่ในสถานสงเคราะห์ไปตลอด พิณทิพย์เงยหน้ามองสามีแล้วบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังและสายตาแน่วแน่

“คุณคะ พิณว่า พิณจะรับเด็กทั้งสองคนนี้เป็นลูกบุญธรรมของเราค่ะ”


************************




Create Date : 08 สิงหาคม 2559
Last Update : 8 สิงหาคม 2559 14:53:11 น.
Counter : 984 Pageviews.

1 comments
Otchevo? (Why?) , Op. 6, No. 5 by Pyotr Ilyich Tchaikovsky ปรศุราม
(22 พ.ย. 2563 12:16:36 น.)
สัปดาห์ท่ายาก!!! จันทราน็อคเทิร์น
(20 พ.ย. 2563 15:43:48 น.)
: หยุด...เพื่อไปต่อ : กะว่าก๋า
(18 พ.ย. 2563 05:27:57 น.)
สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 11 หน้า 2 unitan
(18 พ.ย. 2563 06:55:18 น.)
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:29:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pinus.BlogGang.com

รัณณา
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]