แม่ปวดหัว...ใครเป็นหมอช่วยด้วย 25 มิถุนายน 2550 ตอนเย็นแม่โทรมาบอกว่าน้ำตาลขึ้น...สองร้อยกว่า..กว่า.. แม่ปวดหัว...ตากระตุก...ขาอ่อนแรง... ซักต่อไป... ...แม่บอกว่า หยุดยา Avandia (ยาลดน้ำตาล) ไปแล้วสองอาทิตย์...เพระได้ยินข่าวจาก TV ว่ามันมีอันตรายถึงชีวิต หยุด Rivotil ไป สี่ซ้าห้าวัน...เพราะนอนหลับ ทานข้าวสวยเยอะขึ้น (ทานกับข้าวไม่มีประโยชน์เท่าไหร่)... เราน่ะ...ไม่แน่ใจ...ว่าแม่บอกครบหรือเปล่า... แม่ทานข้าวตรงเวลาหรือเปล่า... แม่ลืมทานยาอะไรบ้างหรือเปล่า... แม่ทานขนมที่เป็นของหวานมากเกินไปหรือเปล่า... เพราะแม่ขี้ลืม... หูแม่ก็ไม่ค่อยดี...ฟังจาก TV ผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้... เราบอกให้แม่ทำกับข้าวเอง...จะได้เลือกของที่มีประโยชน์ทานได้...อย่าทานกับข้าวถุง... แม่บอกไม่รู้เป็นไร...แม่ขี้เกียจ... ไม่อยากออกไปไหน... ไม่อยากเจอใคร...ถึงขั้นว่า ถ้าใครมาหา ให้บอกว่าไปกรุงเทพ... อยากอยู่ในห้องแอร์เย็นๆตลอดเวลา... ถ้าร้อนและปวดหัวมากๆจะอาเจียน... เราถามเป็นครั้งที่พันว่า...แม่จะให้เราออกจากงานไปดูแลไหม... เพราะเราคิดว่าถ้าปล่อยให้แม่กะป๋าอยู่บ้านต่อไปเนี่ย... อาการทางร่างกายก็จะเป็นมากขึ้น...เพราะไม่มีใครคอยเอาใจใส่ แม่บอก ถ้าเราออกจากงานแล้วแม่จะเอาอะไรกินล่ะ... ก็แม่อ่ะ...ถ้าไม่ดูแลตัวเอง เราก็ทำงานไม่มีความสุขหรอก แม่จะมาอยู่ที่กรุงเทพไหมอ่ะ...เราจะได้ดูแลได้สะดวก... ไม่ดีกว่า...แม่ให้เหตุผลว่า... คนแก่น่ะ อยากอยู่ที่เดิมๆ...ถ้าย้ายที่มันก็ไม่สบายใจ...ไม่สบายกาย... ป๋าเสริมว่า...เดี๋ยวก็ตาย...คนแถวนี้ พอไปอยู่กรุงเทพ...แป๊ปเดียวก็ตายแล้ว... เหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบที่เราเล่ามา...คือบทสนทนาที่เราคุยกะแม่ "ทุกครั้ง" ที่แม่มีอาการ ย้ำว่า "ทุกครั้ง" ... มันเป็นบทสนทนาเดิมๆ ... เดิมมากๆ ... ไม่เปลี่ยนเลยสักนิด... แล้วมันจะจบที่ว่า...พอวางโทรศัพท์...เราต้องร้องให้เกือบทุกครั้ง...และเครียดมาก...ว่าเราไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้วรึ... พรุ่งนี้จะลางานพาแม่กะป๋าไปหาหมอสมศักดิ์...โชคดีที่หมอมาวันอังคารด้วย... |
บทความทั้งหมด
|






ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [
ไอ้เรื่องพ่อแม่ป่วยเนี่ย
พี่ไม่ชอบได้ยินเรื่องเป็นๆตายๆ
สามวันนี่พ่อพูดทุกวัน
บางทีพี่อยากจะกรีดร้อง
แต่ก็ต้องเก้บไว้
เดินออกไปร้องไห้แทน