:::ถนนสายปรารถนา::: ฟ้าคงมองฉันอยู่ ... เลยหยุดฝนได้ทันก่อนหน้าฉันจะจอดรถเปิดประตูรั้วเหล็ก.. หยดฝนยังพราวอยู่ยอดหญ้า แดดวิ่งตามรถฉันมาหรืออย่างไรเล่า หยดฝนเปลี่ยนเป็นหยาดเพชรวิบวับทองอุไรเหลืองอร่ามเกลื่อนพื้น ฤดูดอกไม้ร่วงมาถึงแล้วมัง นะ..ดอกไม้บานแล้วก็โรย..ฉันเห็นสักผลิตดอกขาวเต็มไปหมด อีกไม่นานก็จะกรูกราวลงมาให้กวาดเก็บ มีดอกไม้ชนิดไหนที่บานแล้วไม่โรย ? ..(บานไม่รู้โรย).. เสียงกรุ๋งกริ๋งจากกระพรวนคอเจ้าแดงอยู่ที่ไหนสักแห่ง นกเอี้ยงฝูงใหญ่โฉบผ่านมาส่งเสียงจ้อกแจ้ก มาส่งข่าวดีใช่ไหม.. ใครรอข่าวอะไร? การรอคอยคือสิ่งบั่นทอนจิตใจ ใครเก็บไว้กับตัวก็คงเหมือนนั่งบนกองถ่านปะทุเชื้อ ฉันรอข่าวอะไร? ..ฉันไม่รอ.. ไม่คอย.. ใช่มั้ย? เจ้าแดงตะครุบนกเอี้ยงลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ในช่วงกระพริบตาเดียว สัตว์โลกหนอทำไมต้องเบียดเบียนกันด้วยเล่า? ตั้งใจว่าช่วงปิดเทอมจะใช้เวลาปั้นมัคคุเทศก์น้อย เพื่อรองรับการประเมินโรงเรียนในฝัน ได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ให้ไปอบรมอีกแล้วต่อเนื่องยาวเหยียดเลย ซ้ำซ้อนอีกต่างหาก ไม่เป็นไรฉันจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิต (ก็ต้องอย่างนั้น ชีวิตเป็นของเรา) โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมไม่อย่างนั้นคงต้องเดือดร้อนตะลอนหา co-teacher กันขวักไขว่ เปิดคอร์สอบรมครูเฉพาะกิจเลยดีไหมเนี่ยเรา เคยมีคนถามว่า ไอเดียบรรเจิดเกิดวันอะไร ?ความคิดเรื่อยเปื่อยมาเยือนอีกระลอกใหญ่ ก็..ถนัดนัก..ในยุคสมัยนี้ที่ใช้ชื่อหรูหรา..โลกยุคโลกาภิวัตน์.. เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลังขับเคลื่อนของเทคโนโลยีสารสนเทศ อินเทอร์เน็ต.. เจ้าสื่อเร็วสูงตัวนี้มีอิทธิพลต่อการติดต่อสื่อสารของมนุษย์และสัตว์บางชนิด ดูเอาเถอะ..เพิ่งฌาปนกิจไปหนึ่งตัว แว่บกลับบ้านวันเดียวแอบมาซุกตัวฝันอยู่ในเมนบอร์ดอีกแล้ว ถ้ากลิ่นเหมือนกุ้งเผาก็จะดี สื่อความเร็วสูงขนาดนี้ทำฟาร์มจิ้งจกให้รวยไปเลย เอาดีเอ็นเอไว้ทำยาแก้เฉื่อย ก็เห็นบางองค์กรยังต้วมเตี้ยมตามยุคสมัยไม่ทัน และทำท่าจะทิ้งห่างไปหลายช่วงยุค เท่าที่เห็นการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาโดยการฝึกอบรมยังเป็นรูปแบบเดิมๆ ให้คุณครูเข้ามาฝึกอบรมหรือร่วมสัมมนาประชุมปฏิบัติการ หลักสูตรตั้งแต่ 3-5 วัน ถึง 1 เดือน ได้รับวิธีการใหม่ ๆ ทางการศึกษาได้พบเพื่อนครู และเปลี่ยนบรรยากาศจำเจจากงานประจำได้บ้าง แต่ในหลายๆมุมเรากลับพบปัญหามากมาย ครูจะต้องทิ้งการสอนในชั้นเรียน เป็นไปได้ไหม ทางเลือกใหม่ รูปแบบการพัฒนาครูประจำการที่สามารถพัฒนาครู พร้อม ๆ กับครูได้ปฏิบัติหน้าที่ครูคือการสอนนักเรียนของตนไปด้วย คุ้นเคยกับหน่วยงานราชการที่มักจะกำหนดงบประมาณเพื่อการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร มีการวางแผนกำหนดหัวข้อเรื่องในการฝึกอบรมกำหนดงบประมาณในลักษณะของงบเหลือจ่าย ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการกำหนดงบประมาณเอาไว้เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับตัดทิ้ง ปัญหาของการฝึกอบรมจึงมีตั้งแต่ยังไม่เริ่มการฝึกอบรม เสียงสะท้อนมาหลังการอบรมอบรมไปแล้วก็ไม่เกิดมรรคผล การฝึกอบรมส่วนหนึ่งผูกติดอยู่กับกระบวนการที่ต้องกระทำอย่างเป็นขั้นตอนเป็นระบบ จนดูเป็นงานประจำมากกว่างานพัฒนาที่ควรต้องกระทำตามปัญหาที่เกิดขึ้น การฝึกอบรมกระทำได้ไม่ทั่วถึง การพัฒนาบุคลากรไม่ตรงเป้าหมาย ภาพลักษณ์กลายเป็นการอบรมเชิงสังสรรค์มากกว่าการอบรมเชิงสร้างสรรค์ ฯลฯ พูดมากจัง..ก็ฟังมาเยอะ.. มีใครทันสังเกตการฝึกอบรมระยะสั้น ผู้เข้าอบรมเมื่อไม่เข้าใจก็ไม่สามารถทบทวนใหม่ หรือไม่มีโอกาสได้ฝึกอย่างเพียงพอในการฝึกอบรม การฝึกอบรมขาดการติดตามผล เมื่ออบรมเสร็จสิ้นก็จบอยู่แค่วันที่ฝึกอบรม ไม่มีการติดตามผู้เข้ารับการอบรม เข้าใจสิ่งที่อบรมไปแค่ไหน นำผลที่จากการอบรมไปใช้หรือเปล่า? และการอบรมที่ผ่านไปนั้นเกิดประโยชน์จริงมั้ย ? คำถามที่รอ รอ และรอ ..คำตอบ ในวันที่คลุกตัวเองอยู่ในโลกไซเบอร์ฉันมองเห็นทางเลือกใหม่ การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการฝึกอบรมน่าจะเป็นเทคโนโลยีทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อการฝึกอบรมฉันมองเห็นความเป็นไปได้ เว็บฝึกอบรมสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลให้ทันสมัยรวดเร็ว หมายความถึงการใช้เว็บเพื่อการฝึกอบรม ไม่ใช่ฝึกอบรมการใช้เว็บ มันต่างกันเยอะอยู่นา..ฉันอยากให้มีการฝึกอบรมโดยการใช้เว็บเป็นสื่อในการนำเสนอข้อมูล การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย เสนอความคิดเห็น โดยใช้เครื่องมือผ่าน https://www.การส่งผ่าน https://www.ที่ได้รับการออกแบบและจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน มีกระบวนการเหมือนกับการฝึกอบรมโดยในห้องอบรม แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างผู้เข้าอบรมกับผู้จัดการอบรมโดยระบบอินเทอร์เน็ต การใช้ทักษะหรือความรู้ต่าง ๆ ถ่ายโยงไปสู่ที่ใดที่หนึ่งโดยการใช้ https://www. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - กระดานข่าวสาร - ห้องสนทนา- โปรแกรมดาวน์โหลด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่อยู่ภายในระบบอินเทอร์เน็ตที่สามารถนำมาใช้ในการฝึกอบรมได้ เป็นไปได้ไหมหนอ? ฉันจะทันได้เห็นไหม? จะทำอย่างไรให้มีการฝึกอบรมโดยเว็บมีคุณภาพและประสิทธิภาพ หากทำได้อย่างจริงจัง ฉันคิดว่าน่าจะดีกว่าการฝึกอบรมอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่ทรงพลัง ที่จะเข้ามาพัฒนาใช้ในการฝึกอบรมได้ ซึ่งกระทำได้ทั้งภายในและภายนอกสถานที่ ทุกแห่งหนทุกสถานที่ เพราะสามารถเข้าถึงได้ในทุกที่ของหน่วยงานที่มีระบบนี้ติดตั้งอยู่ ดีมั้ยหากเราจะอบรมได้ด้วยตนเองทั้งที่ทำงานและที่บ้าน ? ได้เรียนรู้เป็นไปตามความก้าวหน้าของผู้เข้ารับการฝึกอบรมเอง ทบทวนบทเรียนและเนื้อหาได้ตลอดเวลา ซักถามหรือเสนอแนะได้ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างผู้เข้ารับการอบรมได้ ด้วยเครื่องมือบนเว็บ ที่สำคัญไม่มีพิธีการ คงไม่ปฎิเสธว่าพิธีการเป็นส่วนหนึ่งที่ทิ้งเวลาไปโดยไม่จำเป็น.. การพัฒนาเพื่อให้มีความรู้เพิ่มเติมขึ้นได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องฝึกอบรมในห้องประชุมหรู ไม่ต้องจ่ายค่าอาหาร ค่าพาหนะ ค่าเอกสาร เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้ มันจะดีเลิศขนาดไหน? ถ้าคุณครูสามารถปรึกษาหารือเกี่ยวกับประสบการณ์การสอนกับเพื่อนครูจากทั่วโลก ได้เข้ากลุ่มสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาในอินเทอร์เน็ต กับกลุ่มที่มีความสนใจเช่นเดียวกัน การฝึกอบรมโดยใช้เว็บอบรมแม้จะไม่ใช่สิ่งใหม่ในต่างประเทศ และยังมีให้เห็นน้อยในบ้านเมืองเรา แต่น่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นได้ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตในหน่วยงานแล้วแต่หากขาดนักการศึกษา หรือผู้บริหารที่มีความเข้าใจมีวิสัยทัศน์ในการมองการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หากขาดการสนับสนุนขององค์กรในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เว็บฝึกอบรมหรือเว็บแลกเปลี่ยนความรู้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย "คงไม่มีใครตำหนิถ้าไม่ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตในหน่วยงาน แต่มีการพัฒนาบุคลากรด้วยวิธีการฝึกอบรมแบบอื่น ๆ แต่จะน่าเสียดายถ้าหน่วยงานใดติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ต แต่ไม่มีเว็บฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน เพราะนั่นคือการสูญเสียโอกาสในการเป็นผู้นำในยุคข้อมูลข่าวสาร ที่คุณภาพและประสิทธิภาพของคนคือหัวใจของหน่วยงาน " - ปรัชญนันท์ นิลสุข ; 2541
|
บทความทั้งหมด
|







ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [