:::รำแม่บท:::



รำแม่บท ถือได้ว่าเป็นแม่แบบของกระบวนท่าในรูปแบบการแสดงของนาฏศิลป์ไทยที่มีหลักฐานว่ามีการสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ แต่ในกระบวนการสืบทอดทางการปฏิบัตินั้นไม่ปรากฏผู้สืบทอดกระบวนท่ารำที่ชัดเจนในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ เมื่อกรมศิลปากรเรียนเชิญท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี มาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทในการประดิษฐ์กระบวนท่ารำสำหรับการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรำแม่บทนั้น ท่านได้เรียบเรียง และประดิษฐ์กระบวนท่ารำประกอบบทขับร้องได้อย่างสอดคล้องเหมาะสม แต่ยังคงท่ารำตามรูปแบบมาตรฐานที่สวยงามไว้

รูปแบบ และลักษณะการแสดง
รำแม่บท เป็นการรวบรวมท่ารำในเพลงช้า เพลงเร็ว ซึ่งเป็นแม่แบบของการฝึกหัดมาเรียงร้อยให้เป็นกระบวน โดยการตั้งชื่อท่ารำ และผูกเป็นบทกลอน นับเป็นขั้นตอนที่ต่อจากการเรียนเพลงช้า เพลงเร็ว เพื่อให้ผู้เขียนมีความคล่องแคล่วชำนิชำนาญ นอกจากใช้เป็นแบบฝึกหัดแล้ว เขามักจัดให้ละครตัวเอก เช่น ตัวนายโรง และตัวนาง คือ พระหนึ่ง นางหนึ่ง ของคณะละครโรงนั้น ๆ ออกมารำอวดให้ดูเป็นแบบฉบับ เพื่อดูว่าศิลปินคนใดในคณะใดจะแสดงท่ารำนั้น ๆ ได้ถูกต้องสวยงาม และถูกต้องตามแบบแผน ตลอดจนความสามารถเชื่อมท่าจากท่าหนึ่งไปสู่ทาหนึ่งได้อย่างละเมียดละไมกลมกล่อม ตัวละครผู้ใดรำแม่บทนี้ได้ดี ก็ยกย่องกันว่าเป็นศิลปินผู้มีฝีมือเอก ท่ารำแม่บทนี้มีบทร้องอยู่ ๒ อย่าง บทร้องที่ใช้รำดูกันโดยทั่วไปอย่างย่อนั้นมีอยู่ ๑๘ ท่าด้วยกัน ดังนี้

๑. เทพนม
๒. ปฐม
๓. พรหม ๔ หน้า
๔. สอดสร้อยมาลา
๕. กวางเดินดง
๖. หงส์บิน
๗. กินรินเลียบถ้ำ
๘. ช้านางนอน
๙. ภมรเคล้า
๑๐. แขกเต้า
๑๑. ผาลาเพียงไหล่
๑๒. เมขลาล่อแก้ว
๑๓. มยุเรศฟ้อน
๑๔. ลมพัดยอดตอง
๑๕. พรหมนิมิต
๑๖. พิสมัยเรียงหมอน
๑๗. มัจฉาชมสาคร
๑๘. พระสี่กรขว้างจักร

ในการรำแม่บทนี้ เมื่อผู้แสดงรำตามบทร้องจนจบแล้ว ดนตรีจะบรรเลงเพลง หน้าพาทย์อื่น ๆ ต่อไปโดยไม่จำกัด เช่น ต่อท้ายบทร้อง เพลงรัว เพลงเร็ว สีนวล เชิดฉิ่งหรือเชิดจีน เป็นต้น

“แม่บทนางนารายณ์ เมื่อพิจารณาในวรรคต้นของกลอน ที่ว่า “เทพนม ปฐม พรหมสี่หน้า “ ซึ่งอาจตีความได้ว่า เทพน้อมไหว้คารวะเป็นเบื้องต้นแด่พระพรหม ซึ่งอาจเป็นแนวทางการวิเคราะห์ที่มาของท่ารำแม่ท่ารำ นาฏศิลป์ไทยได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมการฟ้อนรำจากอินเดีย โดยพวกพราหมณ์ที่นับถือพระพรหมเป็นใหญ่ เป็นผู้สร้างโลก และสร้างนาฏยเวท และมีบัญชาให้พระภรตมุนีจดจำบันทึกท่ารำสร้างตำรานาฏยศาสตร์ มาสอนศิษย์ และมวลมนุษย์

ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง
ใช้วงปี่พาทย์ไม้แข็ง เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ เพลงรัว เพลงชมตลาด และเพลงเร็ว – ลา
เครื่องแต่งกาย
ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนยาว ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภรณ์รัดเกล้ายอด หรือสวมมงกุฎกษัตรีย์

บทร้องรำแม่บท

- ปี่พาทย์ทำเพลงรัว –
- ร้องเพลงชมตลาด –
เทพนมปฐมพรหมสี่หน้า ทั้งกวางเดินดงหงส์บิน
สอดสร้อยมาลาเฉิดฉิน กินรินเลียบถ้ำอำไพ
- ปี่พาทย์รับ –
อีกช้านางนอนภมรเคล้า เมขลาโยนแก้วแววไว
แขกเต้าผาลาเพียงไหล่ มยุเรศฟ้อนในอำพร
- ปี่พาย์รับ -
ยอดตองต้องลมพรหมนิมิต ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร
อีกทั้งพิสมัยเรียงหมอน พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์

-ปี่พาทย์รับเพลงชมตลาด-
-ปี่พาทย์ทำเพลงเร็ว-ลา-




Create Date : 13 กันยายน 2554
Last Update : 13 กันยายน 2555 1:08:33 น.
Counter : 2333 Pageviews.

0 comments
พู่กันเดียว : จบที่จิต จบที่ใจ กะว่าก๋า
(2 ส.ค. 2563 06:44:49 น.)
พู่กันเดียว : ความไม่เที่ยงแห่งชีวิต กะว่าก๋า
(30 ก.ค. 2563 06:57:41 น.)
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ONE PEN : ระวัง กะว่าก๋า
(25 ก.ค. 2563 06:53:10 น.)

Peakroong.BlogGang.com

Peakroong
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด