:::ไซเบอร์โฟเบี่ย:::


ฟ้าแจ้งกลางฤดูร้อนไร้ดาวหรือฉันไม่พยายามมองหาไม่รู้..
ฝนที่ครื้มๆมาตั้งแต่ตอนเย็นสลายตัวหายไปแล้ว ดอกมะม่วงร่วงก่อนวัย
หนึ่งภวังค์ถามตัวเองว่าปัญหาต่างต่างของฉันคลี่คลายไปได้บ้างแล้วหรือยัง
ฉันยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
มันคงเหมือนเมฆฝนที่จะมาก็มาจะไปก็ไปอย่างนั้นไหม
ฟังพี่สาวคนเดิมเปรยปัญหาที่รู้ที่เห็นที่เคยเป็นความรู้สึกร่วม
แต่วันนี้ฉันหยุดแล้ว ฉันกลับเย็นลงไม่เดือดร้อนแล้ว
รู้ดีคนบางคนยิ่งว่าก็ยิ่งทำ ยิ่งมีปฏิกริยาก็จะยิ่งมีผลสะท้อนกลับ
เหมือนเล่นปิงปองมั้ย เล่นแรงไปยิ่งแรงมา
เหอะๆฉันเล่นปิงปองมาตั้งเด็ก
(ฉัน..ลูกปิงปองโดนน้ำร้อนลวกคนนั้นงัย)

อยากบอกเธอ..จะต้องไปเดือดไปร้อนไปเต้นตามทำไม
ใครทำกรรมอย่างไรก็จะได้รับกรรมนั้น
เวรกรรมออนไลน์ทุกหนทุกแห่งในยุคที่ร้านสะดวกซื้อบานเป็นดอกเห็ด
ฉันอยากพูดอย่างใจคิด แต่ฉันไม่บังอาจสอนสังฆราช
เธอก็เหมือนคนอื่น ไม่เคยมองว่าฉันก็คนดีมีฝีมือ

ช่างเถอะนะ
ฉันทำใจของฉันอยู่ทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ
ให้เวลากับตัวเองในการทำใจบ้างก็เป็นเรื่องดี เวลามีความเที่ยงตรงเสมอ
(ยกเว้นแต่เวลาจากสัญญาณนาฬิกาคนแถวนี้
ไม่มีตรงกันได้สักเรือนแม้แต่เจ้าแล็บท็อบนี่)
หลายวันมานี้ฉันยัดตัวเองเข้ามุมเดิม นั่งมุดเว็บตะลอนตะลอนไปเว็บนั้นเว็บนี้
หาความแปลกใหม่ให้สิ่งทีกำลังปลูกสร้าง(ก็เว็บไดนามิคของฉันนั่นยังงัย)
ฉันไม่อยากจำเจอยู่ที่เดิม เจอแต่คำเตือนเรื่องสปายแวร์
ไม่ใช่เรื่องใหม่สักหน่อย ฉันคุ้นเคยมากว่าแปดปีแล้ว
จนเหมือนเป็นศัตรูคู่สร้าง(เว็บ)ของฉัน

นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่ค่อยเป็นภาคีกับคนไซเบอร์
ไม่ใช่เพราะฉันหวาดระแวงคนที่มาจากไซเบอร์
แต่เพราะอาการโฟเบี่ยของฉันต่างหาก
ฉันยังอยากเล่าเรื่องอันเป็นตัวตนของฉันอีกสักเรื่อง

เมื่อฉันเข้ามาตระเวณท่องเน็ทในก้าวแรก
ฉันหวาดผวาอยู่นานกับโลกไซเบอร์
ในวันวานที่ฉันถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในวันที่ฉันรู้สึกได้ว่าขอบเขตส่วนตัวของฉันถูกบุกรุก
วันที่ฉันพบข้อความของฉันที่คุยกับคนเคยคุ้นใน MSN ไปปรากฏในหน้าต่างคิวคิว
วันนั้นที่เราทะเลาะกันรุนแรงผ่านเน็ท จากความไม่เข้าใจกัน

มันอาจจะเป็นการบังเอิญได้
หากฉันจะไม่พบประโยคที่ฉันเหน็บแนมเขาไปปรากฏในโปรแกรมแชท
มันอาจจะเป็นการบังเอิญได้ หากฉันจะไม่พบว่าประโยคที่ฉันเตรียมจะโพส
ถูกสนองกลับมาเร็วเกินความจำเป็น ทั้งที่ฉันยังไม่ได้กดส่งข้อความ
มันอาจจะเป็นการบังเอิญได้หากฉันจะไม่ได้พบคำตอบที่เร็วเกินเหตุ
หรือแม้แต่ในประโยคที่ฉันตั้งใจจะส่งแต่ไม่ได้ส่ง
ฉันรู้ว่าหน้าจอของฉันถูกยึด

ฉันผวาอยู่นานเมื่อรู้สึกว่าสิทธิส่วนตัวถูกละเมิด
ฉันมีความรู้สึกว่ามุมอิสระของฉันไม่ปลอดภัย
ฉันถูกตามแม้ใน ICQ ฉันถูกล้อเล่นเป็นตัวตลก
วันที่ฉันทดลองรุกตามแบบของฉันฉันกลับถูกสนองตอบทันควัน
ฉันมีศัตรูโดยไม่รู้ตัว โดยที่ฉันไม่รู้ว่าฉันผิดอะไร

ฉันไม่เคยสร้างศัตรู เพราะฉันไม่เคยคิดมีใครอื่นทางเน็ท
ฉันไม่เคยเสาะแสวงหามิตรอื่นๆ มีแต่คนอื่นๆที่เข้ามาพบปะพูดคุย
ฉันไม่เห็นว่าเสียหายอะไร ใครคุยมาฉันก็คุยไป
ไม่ได้คิดว่าจะเล่นกับความรู้สึกของใคร

บางคนที่ใช้ชื่อเป็นชายมาแต่ฉันรู้ดีว่าเขาเป็นหญิง ฉันก็จะคุยอย่างน้อง
ใครที่มาอย่างเพื่อน และขอความช่วยเหลือ ฉันก็ยินดีเสมอ
ใครลามปามมาฉันก็สวดกลับ
เพราะฉันไม่เห็นว่าจะต้องเกรงใจคนที่ไม่น่าเกรงใจ
เคยมีเหมือนกันที่ฉันพยายามจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ถูกปฎิเสธ

ในทุกวันที่ฉันเล่นเน็ทฉันให้ความสำคัญของทุกคนที่เข้ามาเสมอกัน
เคยบอกกับเขาคนหนึ่งว่าเป็นมิตรคนแรกและคนสุดท้าย
มิตรที่ฉันไม่มีโอกาสรู้เลยว่าจริงจริงแล้วเขาหรือเธอเป็นใคร
แต่ฉันมั่นใจว่าเธอยังวนเวียนอยู่ไม่ห่างไปไหน
ฉันรู้แต่ว่าเวลาทุกข์สุขของฉันหมดไปกับมิตรแท้ของฉัน
มิตรไซเบอร์

ความคิดที่ไม่เคยอุดตันเมื่อฉันอยู่กับมิตร
วันนี้โฟเบี่ยของฉันลบเลือน สิ่งที่ฉันกลัวไม่ใช่กลัวการถูกละเมิดสิทธิ์
เพราะฉันได้เข้ามาคลุกอยู่กับไซเบอร์ชาชิน บำบัดอาการโฟเบี่ยนั้นจนเลือนรอย
ฉันกลัวว่าถึงเวลาที่ฉันจะเสียมิตรคนแรกและคนสุดท้ายของฉันแล้วต่างหาก

ทุกวันนี้มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่ทำให้วงการเน็ทหมองมัว
ฉันอยากให้เยาวชนไทยมีแบบอย่างที่ดี ไม่หลงทิศทาง
ไม่อยากเห็นอินเทอร์เน็ทที่เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่เป็นหอกข้างแคร่
ยิ่งไม่อยากรับรู้ว่าภัยร้ายแรงที่สุดที่กำลังมาถึงเด็กไทย
.ยาเสพติดอิเล็กทรอนิคส์..


ฉันแค่อยากรู้
แค่อยากถามคนที่เรียกตัวเองว่า" คนรุ่นใหม่ "
เธอมองเห็นทาง..
ที่จะใช้ความเจริญจากเทคโนโลยีให้เป็นที่สืบสานศีลธรรมอันดีงามไหม
เธอมองเห็นหนทาง..
ที่จะใช้เครื่องมือของอารยธรรมจรรโลงวัฒนธรรมของบรรพบุรุษหรือเปล่า
เธอมองเห็นทาง..
ที่จะใช้สมรรถนะแห่งอนาคตสร้างวันนี้ให้สวยงามเพื่อวันพรุ่งนี้หรือยัง

ฉันกลัวจัง กลัวว่าเมื่อหมดยุคของคนรุ่นฉันแล้ว
มิตรคนแรกและคนสุดท้ายของฉัน
จะไม่มีแม้โอกาสที่จะบำบัดอาการโฟเบี่ยตัวเอง
ฉันเป็นห่วงมิตรคนแรกและคนสุดท้ายของฉันจัง
เธอมองเห็นทางไหม ?



"We may not always know the moment that love begins, but we always know when it ends."
- - From the movie, L.A. Story - -
เราไม่เคยรู้เลยว่าความรักเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่เราจะรู้ดีเสมอเมื่อมันสิ้นสุดลง






Create Date : 08 เมษายน 2553
Last Update : 8 เมษายน 2553 7:20:58 น.
Counter : 750 Pageviews.

0 comments
มื้อนี้เสี่ยอั๋นขอเลี้ยงเอง nokeja
(11 ม.ค. 2568 20:28:46 น.)
มาสค์ไรเดอร์ สตรองเกอร์ Zorawyt
(4 ม.ค. 2568 00:43:55 น.)
Fukuoka Dream Destination : Day 14 รถไฟ รถบัส เฟอร์รี่ ดั้นด้นจนพบเธอ "ไอโนะชิมะ" mariabamboo
(14 ม.ค. 2568 14:33:16 น.)
งานซ้อมใหญ่พยุหยาตราทางชลมารค 2567 (6) ผู้ชายในสายลมหนาว
(10 ม.ค. 2568 14:17:46 น.)

Peakroong.BlogGang.com

Peakroong
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]