~ ~★ ~ ~★ ~ ~★ ฟ้าลิขิต + ชีวิตกำหนดเอง ~ ~★ ~ ~★ ~ ~★



อ่า..วันนี้ชวนคุยเรื่องเครียด (หรือเปล่า?)



เคยถามตัวเองมั้ยคะว่า

เราเกิดมาทำไม เพื่อ “อะไร” หรือ เพื่อ “ใคร”




ชีวิตคนเรา มีหนทางที่ต้องเป็นไปอยู่แล้วแน่ๆ – ที่เรียกว่าฟ้าลิขิต พรหมลิขิต

หรือว่า..ที่แท้..มันก็อยู่ในมือของมนุษย์ - -ขึ้นอยู่กับการกระทำของคนๆ นั้นเอง...กันแน่?




สำหรับเรา เราเชื่อว่า ทุกคนมีวิถีที่ถูกกำหนดไว้

แต่..สำหรับคนหนึ่งคนแล้ว ไม่ได้เป็นแค่เพียงวิถีเดียว หนทางเดียว ชีวิตแบบเดียว

คนหนึ่งคนมีหนทาง - - ที่เปรียบเสมือนเส้นประ แยกออกไปได้หลายสิบ หลายร้อยทาง



และเมื่อใครคนหนึ่ง “กระทำ” (กรรม) ใดๆ ก็จะเป็นการ “เลือก” ของคนๆ นั้นที่จะเดินไปที่เส้นประเส้นไหน



แต่ขณะเดียวกันเส้นประเหล่านี้ก็มีเส้นประเชื่อมโยงกันได้ทุกจุด




ดังนั้น หากขณะที่คนๆ หนึ่งกำลังเดินไปที่เส้นประนี้ แต่ถ้าเกิดเขากระทำอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากหนทางของเส้นทางนั้นๆ ก็จะเป็นการเชื่อมโยงไปยังเส้นอื่นแทน (ซึ่งแน่นอน..ย่อมนำไปสู่จุดหมายปลายทางที่แตกต่างไปด้วย)




สำหรับเรา “ชีวิต” ของมนุษย์หนึ่งคน

จึงมีทั้ง “ชะตาฟ้าลิขิต” และ “มนุษย์กำหนดเอง” ประกอบอยู่





หากแต่..หลายครั้งหลายหน

เราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า





“เราถูกสร้างมาเพื่ออะไรกัน” (เป็นหนักตอนช่วงที่ดูหนังเรื่อง Contact และ Sign)


“เราเกิดมาบนโลกนี้ ที่ประเทศนี้ ที่จังหวัดนี้ เพื่ออะไร หรือเพื่อใครกันหนอ?”






เคยดูโฆษณาเรื่องหนึ่งหรือเปล่า? ที่เขาบอกประมาณว่า อย่าถามตัวเองว่าเกิดมาทำไม แต่ให้ถามว่าเกิดมาเพื่อใคร



แต่ทุกวันนี้...เราก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เ ร า เ กิ ด ม า เ พื่ อ ใ ค ร กั น ห รื อ ?





กลับมาคุยเรื่องชะตาฟ้าลิขิตกับคนกำหนดเองดีกว่า (อืมม์..วันนี้เพ้อเพี้ยน คนอ่านทำใจด้วย...)




สมัยประถมตอนต้นๆ เราเรียนกลางๆ

แต่พอปอหกเมื่อเราตั้งใจจะให้ได้ที่ ๑ เราก็ทำได้

แล้วพอมอต้น เราตั้งใจว่าจะเรียนเลขให้เก่ง เราก็ทำได้ (ได้คนชี้ทาง อย่างบังเอิญที่สุด แค่เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เราเข้าใจวิถีแห่งเลขได้เลย - - แปลกดี)

บางที...พี่คนนั้น อาจเกิดมาเพื่อทำให้เราเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ก็ได้นะ





เราเป็นคนเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองบ่อยมากกกก


จากตอนมอปลายเรียนวิทย์-คณิต (ซึ่งก็เรียนได้ดีด้วย) แต่กลับเรียนมหาวิทยาลัยในสายศิลป์ (สื่อสารมวลชน) ทว่า..กลับทำงานในด้านการท่องเที่ยว



เคยสังเกตเส้นลายมือตัวเองกันบ้างมั้ย?





เส้นลายมือ- - ตัวเส้นชีวิตเราเปลี่ยนไปนับตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนเรื่องการเรียนเข้ามหาวิทยาลัย
เส้นลายมือ - - ตัวเส้นสมอง เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่เราเริ่มเรียนเลขเข้าใจมากขึ้น (จากที่ไปตกเนินภาษา มากลายเป็นเส้นตรงสำหรับการคำนวณแทน – แปลกดี)


คุณจิก – ประภาส บอกว่า เส้นลายมือเป็น “แผนที่ของพระเจ้า” ...เราเชื่อสุดใจเลยนะ เพราะจากการสังเกตของเรามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ


ชีวิตเปลี่ยน- เส้นลายมือก็เปลี่ยน



และ “จิต” สำคัญอย่างมาก

อยากให้เกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นคนจิตกล้าแข็ง....มันกำหนดได้จริงๆ นะ (หรือเป็นที่เราคนเดียวก็ไม่รู้)






อืมม์...

ตกลง..ทำอย่างไรเราถึงจะรู้นะ

ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร หรืออย่างน้อย - - เพื่อใคร





หรือการ “ไม่รู้” เป็นสิ่งหนึ่งของการใช้ชีวิต เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่มีกรรมกันหนอ...





หากให้มนุษย์รู้คำตอบทุกอย่าง...มันอาจจะทำให้มนุษย์ใช้ชีวิต “ง่าย” เกินไปกระมัง






อืมม์...


แล้วอะไรที่ทำให้ฉันมานั่งถามตัวเองอย่างวันนี้กันนะ




นั่นสิ


๖๒๒๒๐






Create Date : 19 มกราคม 2550
Last Update : 19 มกราคม 2550 17:09:10 น.
Counter : 867 Pageviews.

24 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
วัดประจำชาวไทลื้อ SertPhoto
(12 ม.ค. 2564 16:24:39 น.)
กาเฟเวียด @หนองคาย ร้านอาหารเวียดนามริมโขง อาหารอร่อย วิวสวย sawkitty
(11 ม.ค. 2564 14:14:22 น.)
ถ่อมตนให้คนชม ภาวิดา คนบ้านป่า
(7 ม.ค. 2564 10:59:35 น.)
  
เลยต้องคิดตามไปด้วยอีกคน

อะไรทำให้เราเข้ามาอ่านน้า....
โดย: Love U forever. วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:12:22:48 น.
  
เราก็ว่าเส้นลายมือเราเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะนะ แปลกดี
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:12:36:53 น.
  
เรามีชีวิตอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้มั้งคะ...
เพื่อจะได้เจอกับสิ่งที่เรายังไม่รู้นั่นเอง...
โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:12:50:15 น.
  

เลิกถาม แล้วล่ะ ปกติก็ไม่ได้ถาม เท่าไหร่

ถามแล้วมันไม่ได้คำตอบน่ะ
ก้เลยเลิกถาม

เค้าไม่ได้กวนเน้อ ตอบอย่างที่คิด
โดย: grosse_erwartungen วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:13:16:16 น.
  
สำหรับเราคนลิขิตชีวิตตนครับ
โดย: somnumberone วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:13:25:38 น.
  
ไม่ค่อยได้ถามแล้วอ่ะจ้า
แต่มักไปช่วยตอบคนอื่น
โดย: grappa วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:13:25:43 น.
  
เรื่องเส้นลายมือนี่น่าสนใจครับ ไม่เคยได้ลองสักเกตดูสักที แต่หากเส้นลายมือมันเปลี่ยนทุกครั้งที่เส้นทางชีวิตเปลี่ยนนี่ถือเป็นเรื่อง มหัศจรรย์ทีเดียวครับ

ต้องลองสักเกตมั่ง แต่ชีวิตนี้จะมีอะไรเปลี่ยนรึป่าวน้อ
โดย: poser (poser ) วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:13:52:12 น.
  
นั่นสิคะ.... เคยนั่งถามตัวเองอยู่เหมือนกันค่ะ.....

ว่า... "ตูเกิดมาทำไม และเพื่ออะไรกัน"... เหอ ๆ

แต่เดี๋ยวนี้ไม่สนใจแล้วค่ะ.... จะเกิดมาจากไหน เป็นใคร เพื่ออะไรก็ช่างค่ะ...

ขอแค่วันนี้เราทำมันให้ดีที่สุด มีความสุขกะชีวิต และทำเพื่อคนที่เรารัก และรักเราก็พอแล้วค่ะ
โดย: largeface วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:14:53:42 น.
  
มาช่วยยืนยันครับ
ไม่มีลิขิตใดดีเท่าลิขิตเรา

กรรมปัจจุบันส่งผลไปในอนาคตเสมอ
โดย: P Q BOY วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:14:55:41 น.
  
ไม่ได้ดูหนังนะคะ แต่ก็มีความคิดเกี่ยวกับชะตาและเส้นทางเดินของคนเรา เคยอ่านหนังสือเจอแล้วชอบมาก จำได้เลาๆ ว่าเค้าว่า

อนาคต คือสิ่งที่อยู่ข้างหลัง ส่วนอดีตอยู่ข้างหน้า เพราะฉะนั้น เราเลยมองเห็นอดีต แต่ไม่เห็นอนาคต และเพราะอย่างนี้ เราจึงมีความกลัวต่อสิ่งที่มองไม่เห็น ซึ่งก็คืออนาคตนั่นเอง

แต่คนเราก็ต้องเลือกเดินไปตามทางที่มุ่งไปสู่อนาคต แม้จะไม่รู้ว่าเส้นทางนั้นจะมุ่งไปสู่ทางไหน เส้นทางอาจจะมีให้เลือกเดินเป็นร้อย เป็นพัน แต่ก็ตัวเราอีกนั่นแหล่ะ ที่จะเป็นผู้เลือกว่าจะเดินไปตามเส้นทางไหน....

คร่าวๆ ก็ เราเป็นผู้กำหนดอนาคตของเราเองนั่นแหล่ะ...

พล่ามซะยาวเลยตุ้ง...
โดย: กวางตุ้งหวาน วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:15:02:26 น.
  
สวัสดีจ้า
นั่นนะสิ
เกิดมาทำไม
ตอนนี้ขี้เกียจคิดไว้ค่อยมาตอบใหม่
โดย: nakwan6 วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:15:39:21 น.
  
ฝนไม่เคยสังเกตุลายมือตัวเองแบบจริงๆ จังๆ นะคะ แต่ฝนเคยไปดูหมอดูเกี่ยวกับลายมือบ่อยๆ ค่ะ หมายถึงตอนอยู่ไทยนะคะ นี่คือความเชื่อของฝนค่ะ ลายมือเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยนจริงๆ หมอดูบอกว่าชีวิตจะอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะดูตามเส้นลายมือที่เปลี่ยนไป ฝนก็ไม่เชื่อนะ แต่ก็มาเจอกับตัวเองถึงได้ถึงบางอ้อค่ะ หมอดูเป็นแม่ชีค่ะ (แม่ชีศาสนาพุทธ) แต่ก็ไม่ถึงกับตรงเป๊ะๆ ทุกอย่างหรอกค่ะ สมมติว่าทายซักสิบอย่างอาจจะตรงซักสามสี่อย่างไรงี้ค่ะ

เดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูไม่สังเกตุเลยว่าลายมือยังเปลี่ยนไปไม๊ แต่ที่รู้ๆ ชีวิตเปลี่ยนไปจริงๆ แต่ว่าอนาคตจากนี้ไปจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ
โดย: Malee30 วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:16:12:55 น.
  
ผมตาม คห.ที่1 มาครับ

งุ๊ดๆ ๆ ๆ ๆ
โดย: jazz..a.a.minor วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:16:17:04 น.
  
ตอนเด็กๆมีคุณยายท่านนึง จับมือไปดู
บอกว่าลายมือประหลาดมาก เส้นลึก เข้ม แต่มันสับสน ยุ่งเหยิง ดูไม่ออกว่าจะเป็นยังไงต่อไป
ชีวิตตอนนี้ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดมาเพื่อใคร เกิดมาเพื่ออะไร
โดย: wanwitcha วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:17:10:04 น.
  
เส้นลายมือเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ จริง ๆ ครับ

แต่เลิกถามตัวเองมานานแล้วว่าเกิดมาทำไม ได้แต่บอกกับตัวเองว่า อยู่กับปัจจุบันให้มีความสุข โดยไม่เบียดเบียนใครอ่ะครับ
โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:17:36:14 น.
  
เมื่อก่อนถามเล่นๆ คิดเล่นๆ ว่าเกิดมาเพื่อใคร ซึ่งตอนนั้นก็
ตอบไม่ได้เหมือนกันนะค่ะเพราะมันยากและคำตอบมันไม่ได้
มีตายตัวหรือว่าเห็นเป็นสูตรแล้วแก้สมการได้เลย

ตอนนี้เลิกคิดแบบจริงจังไปแล้วค่ะ เพราะว่าชีวิตตัวเองมีอะไรทำ
อีกเยอะแยะมากมาย ทั้งที่วางแผนและปล่อยให้มันเป็นไปตาม
กลไกและสถานการณ์ แต่ว่าพอถามขึ้นมาแบบนี้เหมือนจุดประกาย
ให้ตัวเองอีกแล้วว่าแล้วเราเกิดมาเพื่อใครล่ะ คำตอบมันก็ปิ๊งขึ้นมา
ในหัวตัวเองตอนนี้เลยว่า

"เราเกิดมาเพื่อครอบครัว คือ พ่อแม่ของเราค่ะ " ...

อย่างน้อยๆ ถึงจะบอกไม่ได้ว่าทำไม แต่ว่ามันสัมผัสได้ว่าเราเกิด
มาเพื่อเค้า เพราะเค้าตั้งใจมีเรา และเมื่อมีเราเค้าก็มีความสุข ...

ได้แต่หวังแค่ว่าเราคงไม่ได้คิดผิดนะคะเนี่ย เพราะไม่งั้นหน้าแตกแย่เลย
เดี๋ยวต้องหาทางไปถามแม่ดูก่อนวา เค้าดีใจไม๊ตอนมีเรา เพราะถ้า
บอกว่าไม่ จะได้แวะมาแก้เม้นท์ที่นี่เป็นที่แรกล่ะค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:22:37 น.
  
ชีวิตของเรามันไม่มีเป้าหมายในตัวเองหรอกครับ บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดของตัวเราเอง บางทีอาจจะไม่ใช่ชะตาฟ้าลิขิตก็ได้ มีทั้งกรรมเก่า (ถ้าเชื่อเรื่องชาติที่แล้ว) กรรมใหม่ หรือกรรมที่คนทำร่วมกันทั้งสังคมและมันก็ได้ส่งผลสะท้อนให้ทุกอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:25:25 น.
  
เชื่อว่า เราลิขิตชีวิตตัวเอง ด้วยการกระทำของตัวเองค่ะ

อ่านแล้วอดยกมือขึ้นดูลายไม่ได้ มันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนไหมนะ
โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:59:10 น.
  
เราเกิดมาเพื่อใครเหรอ..

ก็คงเกิดมาเพื่อพ่อแม่

เป็นอย่างแรกแหละ

ส่วนจะมีใครที่รอเราอยู่หรือเปล่า

คงต้องรอบั้นปลายชีวิตมั้งคะ

กว่าจะรู้

คำตอบซีเรียสไปไหมเนี่ย

อิอิ

โดย: โสดในซอย วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:20:02:04 น.
  
ชีวิตเราก็ต้องเจอทั้งฟ้าลิขิต และลิขิตเองน่ะคับ แต่ปลายเทียนให้นํ้าหนักอย่างหลังมากกว่า
โดย: ปลายเทียน วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:0:10:36 น.
  
ดังใหญ่แล้วนะเรา

ว่างๆแวะไปบลอคผมบ้างนะ....แม่คนดัง
โดย: ไซโคแมน วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:15:38:10 น.
  
ความจริงแล้วปัญหาว่า เราเกิดมาทำไม เราอยู่เพื่อะไร เป็นปัญหาคลาสสิคที่อยู่คู่โลกเสมอมา ผมคิดว่าเราควรหยิบขึ้นมาคิดถึง เพราะปัญหาเหล่านี้ทำให้เราตระหนักถึงชีวิตในแง่มุมที่ลึกซึ้ง ไม่ดำเนินชีวิตไปอย่างฉาบฉวย...
โดย: BlueWhiteRed IP: 202.12.118.36 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:13:37:02 น.
  
โฮ่ๆ
โดย: rebel วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:15:07:10 น.
  
...

โดนนางงามมิตรภาพขู่กระโดดเตะถึงบล็อกเลยอ่า


ขออู้งานมาคุยด้วยคนนะครับ


เรื่องที่ว่าชีวิตคนเราเป็นเพราะฟ้าลิขิต หรือตัวเองลิขิตชีวิตตัวเองนี่
ผมว่าจะอัพบล็อกธรรมะเรื่องนี้เหมือนกันครับ หลังจากลากยาวมาแต่ก่อนสิ้นปี
ไว้ตามไปอ่านละกานนนน...

เรื่องเส้นลายมือนี่
เคยอ่านเจอว่ามันจะเปลี่ยนทุกๆ 7 ปีครับ
คนเขียนหรือคนบอกเล่าเขาว่า...ถ้าไม่เชื่อให้ลองปั๊มลายมือตัวเองไว้ลองเทียบดูก็ได้ ซึ่งผมก็ไม่เคยท้าพิสูจน์เสียที


ส่วนที่พี่ว่า...เราเกิดมาเพื่อใคร? และจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเกิดมาเพื่ออะไรหรือเพื่อใครบ้าง?
มันทำให้ผมนึกไปถึงข้อเขียนของคุณดังตฤณใน เนชั่นสุดฯ เมื่อเร็วๆนี้ครับ

เป็นเรื่องของผู้หญิงถามผู้ชายว่า...ทำไมเธอถึงรักฉัน อยากรู้จังทำไมเธอรักฉัน-ฉันรักเธอ...อะไรประมาณนี้
ผู้ชายตอบว่า...ถ้าเธอรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว เธอก็จะไม่รักฉันเลย และถ้าฉันรู้ความจริงทุกอย่างฉันก็จะไม่รักเธอ (ในรูปแบบความรักแบบมนุษย์) เช่นกัน...

เราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อใครเลย นอกจากตัวเอง
แต่ระหว่าง่ทางที่เราทำเพื่อให้ตัวเองได้เข้าถึง "ความจริง" (ที่ดูแล้วเราๆท่านๆก็เหมือนไม่อยากเข้าถึงกันเท่าไร) เราไปสร้างสายใยพันผูกกับคนอื่นๆเอาไว้
เมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ผูกสิ่งดีๆไว้ก็ต้องมาแก้มันกลับคืน (ในรูปของกรรมดีที่สนองให้ได้รับสิ่งดีๆ)
ผูกสิ่งไม่ดีเอาไว้ก็ต้องแก้มันอย่างระทมทุกข์ (กรรมชั่วสนองผู้กระทำชั่ว)


และคำถามสุดท้ายที่พี่จั่วไว้ก็น่าจะตอบได้ว่าเป็นเพราะ...ความไม่รู้...นั่นเอง
ถ้ารู้แล้วก็ไม่ต้องถาม (เหมือนจะตอบกวนๆแต่เปล่ากวนนะคร้าบ...ต้องออกตัวไว้ก่อนที่จะโดนเตะเข้าจริงๆ )

"ความไม่รู้" ไม่ใช่คุณสมบัติของมนุษย์
แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ยังคงเป็นมนุษย์ต่างหาก
เพราะหากเรา "รู้" ใน "ความจริง" เสียแล้ว เราก็จะไม่ใช่มนุษย์ครับ


ส่วนตัวผมเอง
ก็พยายามมั่วนิ่มหลอกตัวเองว่าเกิดมาเพื่อใครคนนั้นอยู่เหมือนกัน
แต่ดูไม่เป็นผลเท่าไร
ลองนึกดูเล่นๆว่า...ระหว่างการทำให้ตัวเองเข้าถึง "ความจริง" กับ ความพยายามทำให้ "ใครคนนั้น" เชื่อในสิ่งที่ผมมั่วนิ่มหลอกตัวเองขึ้นมาอย่างสนิทใจ อะไรมันจะง่ายกว่ากัน
รู้สึกมันจะสุดยอดแห่งความยากในระดับเดียวกับการให้ "จูล่ง" ไปฝ่าทัพรับ "อาเต๊า" แบบไป-กลับ 3 รอบ ด้วยคำสั่ง "จับตายจูล่ง" ของ "โจโฉ" ทั้งสองประการเลยอ่าครับ


โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:16:33:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pakwan.BlogGang.com

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]

บทความทั้งหมด