"The Mist" ... ความกลัวที่จองจำ กับการกระทำที่จองเวร ก็ขอเชิญชวนคนรักหนังทุกๆท่าน มาร่วมคุยร่วมแจม ณ ที่บล็อกแห่งนี้กันครับ ...และ Toyota Yaris เจ้าของบล็อก ฝากบอกมาว่า ถ้าเราไปร่วมรวมตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อนใหญ่ๆแล้ว เขาจะจัดกิจกรรมดีๆ ให้เราได้มาสนุกกันจริงๆจังๆอีกด้วยนะ
ชอบฉากที่ร้ายา
กับลงโทษนายทหารค่ะ ฉากนายทหารนี่รู้สึกหดหู่รองลงจากตอนจบเร้ย ดูตอนจบแล้วอึ้งมาก สงสารพระเอกค่ะ หนังดีค่ะ แต่ตอนต้นเรื่องน่าง่วงไปหน่อย ^^ โดย: Angle IP: 124.120.30.233 วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:19:19:48 น.
เพิ่งได้ดูเรื่องนี้เมื่อคืนเองค่ะ เล่นเอาคนทั้งแลปถึงกับ ฮือ เลยทีเดียว รู้สึกนิด ๆ ว่าหนังทำร้ายจิตใจคนดูจัง เพราะคาดไม่ถึงกับตอนจบ แต่หมอกที่บุกเข้ามาในเมืองไม่ดำมืดเท่าหมอกในจิตใจคนนี่สิคะ ฮื้อ อีกทีค่ะ
โดย: aurora oui IP: 202.28.6.18 วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:13:47:03 น.
+ อืม ... พี่เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมหนังถึงเลือกจบ 'แบบนั้น' มากขึ้น ตอนมาอ่านบล็อกนัทนี่แหละครับ เพราะเดิมก็แค่รู้สึกสงสัยเป็นเพราะพระเอกมี 'ศรัทธา' ที่สั่นคลอนรึเปล่า ถึงเจอชะตากรรมที่โหดร้ายเยี่ยงนั้น ... แต่พี่ก็เพิ่งสังเกตว่าตัวเองก็ถูกหนังหลอกเช่นกัน คือผลักให้อยู่ข้างฝ่ายพระเอก เอาใจช่วยฝ่ายนี้เต็มที่ และมองฝั่งมิสซิสคาร์โมดี้เป็นสีดำแบบเต็มเหนี่ยว (น่าจะรวมถึงคนดูส่วนใหญ่ด้วย เพราะฉาก '2 โป้ง' นั่น ก็คงน่าจะทำให้คนแทบทั้งโรงลุกขึ้นตบมือกระทืบเท้ากันเลยทีเดียว ก็ป้าเจือกคลั่งดีนักนี่
) ... ทั้งๆ ที่ความจริง พระเอกเองก็มีจุดอ่อนในจิตใจอย่างที่นัทได้ชำแหละไว้ แต่ถ้าพี่เป็นพระเอก พี่ก็คงทำเช่นเดียวกับในหนัง ยกเว้นตอนจบ ที่ถึงแม้จะเหลือลูกปืน 4 ลูก ก็จะขอชวนกันออกมาเดินทั้ง 5 คน (ซึ่งก็จะรอดทั้งหมด) หรือไม่ก็นั่งรอในรถ (ก็รอดเช่นกัน) โดยเก็บลูกปืน 4 นัดนั้นไว้โซ้ยกับไอ้ตัวที่จะบุกเข้ามาอ่ะครับ เพราะในเมื่อ 'พยายาม' แล้ว ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด และยอมรับผลลัพธ์ (อันอาจเจ็บปวด) ที่จะตามมา (ซึ่งในที่นี้ กลับกลายเป็นผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามแทน) ... ไม่ได้มองว่าจะเอาชนะโชคชะตาของตัวละครในหนัง แต่มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่เดวิดได้เลือกทำลงไปอ่ะครับ ![]() + สตีเฟน คิง ฉลาดทีเดียวในการเลือกเอา 'เด็ก' (ลูกพระเอก) มาเป็นตัวทำให้เกิดความสะเทือนใจและหดหู่ในตอบจบได้อย่างถึงที่สุด (ทำนองเดียวกับ Pan's Labyrinth) ![]() + คิดๆ ไปการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย, การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อฉกฉวยฝูงชนมาเป็น 'พวก' ตน, การ 'คลั่ง' อย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่คิดถึงเหตุผล ฯลฯ สถานการณ์เหล่านี้ช่างคล้ายกับสถานการณ์ของบ้านเมืองเราในตอนนี้ยิ่งนัก ... ก็ได้แต่หวังว่าตอนจบของเหตุการณ์วุ่นๆ ตัวละครทั้งหลายคงไม่ต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกับมิสซิสคาร์โมดี้ หรือเดวิดหรอกนะ หุๆ ![]() โดย: บลูยอชท์
วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:20:16:06 น. สวัสดียามบ่ายค่ะ โดย: โสดในซอย
ผมชอบเรื่องนี้ครับ
โดย: 12 IP: 124.121.9.45 วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:1:44:04 น.
ผมก็ชอบเรื่องนี้เช่นกันครับ
โดย: GunError IP: 58.10.87.155 วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:21:32:07 น.
เรื่องนี้ จบแบบเศร้ามากแต่สอนชีวิต
แต่ก้ออยู่ที่คนมอง ถ้า.......คุนเป็นคนในเรื่อง คุน จะสู้ต่อ หรือ ฆ่าตัวตาย ส่วนตัวผม ผมจะสู้ โดย: T_T IP: 58.8.164.217 วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:06:31 น.
ตอบยากครับว่า หากเราอยู่ในเรื่องและจะสู้ต่อหรือฆ่าตัวตาย
เพราะเราไม่ได้ไปอยู่ในสถานะนั้น เจออะไรที่ไม่เคยเจอ เจอสถานการณ์บีบคั้น ยังไงก็คงต้องตาย สัตว์ประหลาดยั่วเยี่ย ออกจากรถคงตายไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไม่ขาขาด หัวหาย ลำตัวแยก ก็คงเนื้อเหวอ แล้วจะทำยังไงล่ะครับ ผมว่าไอ้ตัวประหลาดสูงกว่า 20 ชั้นนั้น นั้นแหละ เป็นเหตุที่บอกว่า ไปดีกว่า โลกมนุษย์หมดสิ้นแล้ว ตอบยากครับ จะอยู่หรือฆ่าตัวตาย โดย: buffy IP: 58.8.59.231 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:13:38 น.
|
บทความทั้งหมด
|














}




) ... ทั้งๆ ที่ความจริง พระเอกเองก็มีจุดอ่อนในจิตใจอย่างที่นัทได้ชำแหละไว้ แต่ถ้าพี่เป็นพระเอก พี่ก็คงทำเช่นเดียวกับในหนัง ยกเว้นตอนจบ ที่ถึงแม้จะเหลือลูกปืน 4 ลูก ก็จะขอชวนกันออกมาเดินทั้ง 5 คน (ซึ่งก็จะรอดทั้งหมด) หรือไม่ก็นั่งรอในรถ (ก็รอดเช่นกัน) โดยเก็บลูกปืน 4 นัดนั้นไว้โซ้ยกับไอ้ตัวที่จะบุกเข้ามาอ่ะครับ เพราะในเมื่อ 'พยายาม' แล้ว ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด และยอมรับผลลัพธ์ (อันอาจเจ็บปวด) ที่จะตามมา (ซึ่งในที่นี้ กลับกลายเป็นผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามแทน) ... ไม่ได้มองว่าจะเอาชนะโชคชะตาของตัวละครในหนัง แต่มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่เดวิดได้เลือกทำลงไปอ่ะครับ 





ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [
ในขณะที่ตัวละครที่น่าจะ "สอบตก" มากที่สุด ไม่น่าจะเป็นเดวิด เดรย์ตัน หากแต่เป็น คุณนายคาร์โมดี้และสมุน
เพราะคนพวกนั้นไม่เพียงแต่จะลงมือ "พยายาม"
หากแต่นั่งเฉยๆเพื่อรอการลงทัณฑ์ของพระเจ้าในมโนสำนึกที่อุปโลกน์ขึ้นมา