"Seasons Change" ... เพราะ'ชีวิต'เปลี่ยนแปลงบ่อย ![]() ผมเชื่อว่า ชีวิตของคุณๆทุกคน ล้วนแล้วแต่ต้องมีสักเสี้ยวเวลาหนึ่งที่เคยผ่านทางแยกมาแล้วทั้งนั้น ทางแยกในที่นี้ ไม่ใช่ทางแยกตามท้องถนน แต่เป็นทางแยกของชีวิต... ทางแยกของชีวิต ... มันคือทางแยกที่คุณยังไม่ได้คิดถึงในเวลาที่คุณกำลังขับเคลื่อนชีวิตให้เดินหน้าไปตามทางสายตรง ทางโค้ง คุณก็หมุนพวงมาลัยไปตามมันโดยไม่ต้องคิดถึงอะไร ใช้ชีวิตไปตามทางที่มันกำหนดเอาไว้ แต่เมื่อคุณมาถึงทางแยกนั้นแล้ว คุณก็ไม่ทันได้รู้ตัวว่าในที่สุดนี่เป็นเวลาที่คุณต้องเลือกที่จะกำหนดทางที่คุณจะไปแล้ว คุณต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง ที่มันดีที่สุด เหมาะที่สุด และเป็นตัวคุณที่ใช่ที่สุด เพราะถ้าคุณได้เลือกไปแล้ว คุณไม่มีทางสามารถที่จะรีเทิร์นกลับมาในตอนที่เรารู้ตัวว่ามาผิดทาง เหมือนเช่นตอนที่เราขับรถ ในตอนนี้คนหลายคนอาจจะรู้ตัวแล้วว่า ทางที่เลือกมานั้นใช่ทางที่เขาต้องการจริงหรือเปล่า ถ้าใช่ในสิ่งที่เป็นเขาก็ถือเป็นความโชคดี แต่ถ้าไม่ใช่ก็กลายเป็นเวรเป็นกรรมไปซะแล้ว... แต่ก็มีคนอีกหลายคนที่เขายังไม่รู้ตัวว่า ทางที่เขาเลือกมานั้นใช่ทางที่เขาต้องการจริงหรือเปล่า ...บางคนก็คิดว่ามันใช่แล้ว ดีแล้ว เหมาะแล้วที่มาทางนี้ ทั้งๆที่ยังไม่เห็นว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคใดขวางกั้น มีหลุมมีบ่อ มีหล่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนหลายคนล้วนเคยผิดพลาดจากความคิดที่ว่านี้มานักต่อนักแล้ว ถ้าไม่เจอกันกับทางตัน บางคนก็ถึงกับชีวิตพลิกคว่ำไปเลยก็ยังมี ![]() เด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นอันหัวเลี้ยวหัวต่ออย่าง "ป้อม" ต้องประสบปัญหากับการเลือกทางแยกที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด... ทางแยกของชีวิตเด็กม.4 ทางแยกที่จะกำหนดอนาคตในหน้าที่การงานของเขา พ่อแม่ของป้อม ปรารถนาให้ป้อมได้เลือกเรียนในเส้นทางของอาชีพที่มั่นคง อาชีพที่สามารถทำเงินให้กับครอบครัวได้ดี อย่างเช่น การเป็นหมอ ...ความต้องการของพ่อแม่ของป้อม ก็ไม่ได้แตกต่างไปกับพ่อแม่คนอื่นๆหรอก (รวมไปทั้งพ่อแม่ของผมด้วย) เขาอยากให้เราเป็นในสิ่งที่ดีที่ควรในสายตาของเขา เขาต้องการควบคุมรถคันนี้ (ซึ่งหมายถึงเรา) ให้ขับเคลื่อนไปในเส้นทางที่ปูด้วยยางมะตอย อันไม่ขรุขระและราบเรียบ (ก็คงไม่มีใครเลือกทางให้ลูกไปบนถนนสายทุรกันดาร ที่มีแต่กรวดหินดินทรายหรอก) ![]() ถึงแม้ป้อมจะรู้ถึงความปรารถนาที่พ่อแม่มีให้กับเขาก็ตามที ตัวป้อมเองกลับเลือกที่จะไปอีกทางหนึ่งซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาตามใจพ่อแม่ แต่เป็นสิ่งที่เขาชอบ เขารัก เขาหลง ...เพราะทางๆนั้นเป็นทางที่ ยอดดวงใจ ของเขาเลือกจะเดินไป ป้อมต้องการที่จะให้ผู้หญิงที่เขาแอบรัก เป็นคนขับเคลื่อนชีวิตของเขามากกว่า คนที่รักเขามานานตลอดชีวิต ![]() ป้อม เข้าข่ายของกลุ่มคนที่คิดไปเองว่า ทางที่เขาเลือกนั้นใช่ที่เขาต้องการแล้ว... อาจใช่ตรงที่ป้อมเลือกจะไปด้วยความตั้งใจจริง (เขาสามารถฝึกฝนตัวเองให้กลายเป็นมือกลองฝีมือเยี่ยมยุทธได้ในเวลาอันสั้น) แต่เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ เขารัก เขาหลง มาตั้งแต่ต้น เขาเลือกจะมาเพราะตัวแปรอื่นหน่วงนำให้เขามามากกว่าที่เขาคิดจะมาด้วยตัวเอง ป้อม ก็เหมือนกับคนหลายๆคน ที่ต่างก็มีปัจจัยแวดล้อมช่วยดึงดูดให้เราเห็นดีเห็นงาม ในทางที่เราเลือกจะไป ...โดยยังไม่ทันได้คิดไปถึงเส้นทางอื่นๆ ซึ่งมันไม่มีอะไรให้รู้สึกทะยานอยากได้มากเท่าทางเส้นนี้แล้ว คนเราต่างก็คิดกันไปเองว่า ถ้าเราเกิดหันเหความคิดเปลี่ยนไปในเส้นทางที่โดนจงใจให้ต้องไปนั้น มันก็คงจะกลายเป็นความทุกข์มหันต์ซะมากกว่า ![]() ความรู้สึกที่เราอยากทำ มักเอาชนะ ความรู้สึกที่เราจำใจทำเสมอ ...แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันว่า ในทางที่เราไปเพราะจงใจต้องทำนั้น อาจจะมีดีที่ปลายทาง อาจจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด (ดังจะเห็นได้จากเศรษฐีผู้ร่ำรวยบนกองเงินกองทอง หลายต่อหลายคนโดนบังคับให้ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำมาก่อนแทบทั้งนั้น) ในขณะที่ถ้าเราเลือกจะไปในทางที่เราอยากทำ จนเมื่อได้ลองขับเคลื่อนไปไกลแล้ว ความรู้สึกที่ไม่ชอบธรรม อาจจะผุดขึ้นมาในหัวเพียงเพื่อบอกเราว่า "คุณมาผิดทาง" ในตอนที่สายไปเสียแล้ว เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้อีกแล้ว เพียงถ้าเราได้ผ่านทางแยกของชีวิตนั้นไป มันก็จะไม่มีจุดรีเทิร์นปรากฏให้เราเห็นอีก กับสิ่งที่เราจะพบได้ในอนาคตนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีทางแยกใหม่ๆมาเสนอให้เราต้องเลือกอีกก็เป็นไปได้ ...ในเมื่อชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลงไป เป็นเราที่กำหนดความบ่อยของมันไม่ได้ ![]() Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ... หนังไทยโรแมนติกคอมเมดี้น่ารักละไม อีกหนึ่งหนังจีทีเฮชที่ผมประกาศกร้าวแต่แรกพบข่าวว่า ต้องดูให้ได้ กับสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนี้ คงเป็นเพราะอารมณ์ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง จากความประทับใจที่มีต่อ "แฟนฉัน" และ "เพื่อนสนิท" ทำให้ผมกล้าที่จะคาดหวังในงานเดี่ยวชิ้นต่อมาของหนึ่งในหก ผู้กำกับแฟนฉันคนนี้ ว่าเขาคงทำออกมาได้ไม่ใช่ก็ต้องใกล้เคียงสองเรื่องนั้น(ที่ผมรัก)อยู่แล้ว ![]() เรื่องราวของ SC เหมือนจงใจจะพยายามทำให้เป็นส่วนเชื่อมของเรื่องราวใน แฟนฉัน และ เพื่อนสนิท ด้วยการสร้างพลอตเรื่องที่มีส่วนประกอบของหนังสองเรื่องนั้นมาลงในเรื่องเดียวกัน... "รักครั้งแรก" และ "รักเพื่อนสนิท" คือจุดสองจุดที่นำเอามาโยงผูกไว้ด้วยกันในหนังเรื่องนี้ "รักครั้งแรก" ระหว่าง ป้อม กับ ดาว ...หนึ่งคนที่ได้เป็นแค่ปลื้มอยู่ห่างๆ ส่วนอีกคนก็เป็นนางฟ้าที่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ๆ และ "เพื่อนสนิท" ระหว่าง ป้อม กับ อ้อม ...หนึ่งคนที่คิดแค่คำว่า "เพื่อน" ส่วนอีกคนคิดมากกว่าคำว่า "เพื่อน" ![]() ไม่ใช่แค่พลอตที่จงใจเดินตามหนังเรื่องก่อนๆของเพื่อนๆกลุ่ม 365 เท่านั้น ...Seasons Change ต้องเรียกว่าตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อหวังจะเป็นการรำลึกนึกถึงชีวิตวัยเด็ก เหมือนที่เหล่าผู้กำกับกลุ่มนี้พร้อมนัดกันทำกับหนังที่พวกเขาทำด้วยตัวเองทุกเรื่อง ![]() ผู้กำกับ ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร ...ยังคงเรียกนำบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลไปด้วยความหลังมาฝากฝังเอาไว้กับหนังเรื่องนี้ให้คละคลุ้งกันไปทั้งเรื่อง ไม่ว่าคุณจะยังไม่ถึงมัธยม กำลังอยู่มัธยม เพิ่งผ่านพ้นมัธยม หรือจำไม่ได้ว่าเคยเป็นมัธยมกี่ปีมาแล้ว SC ก็ไม่ต่างจาก แฟนฉัน เพื่อนสนิท หรือ เด็กหอ ที่ภาพเหล่านี้จะสามารถกัดกร่อนใจคนรักความหลังได้ดีชะนักแล เอาเพียงแค่ฉากแรกเริ่มของหนัง ...ก็ทำให้ผมแอบเคลิ้มไปนึกถึงวันเก่าๆ (ซึ่งยังไม่นานมานี้) ในวันที่ผมยังยืนแอบมองรุ่นพี่ผู้หญิง(ซึ่งเขาว่ากันว่าเป็นดาวโรงเรียน) อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ จนเป็นอันไม่ต้องทำอะไร ![]() แต่นั่นไม่ใช่เป้าประสงค์ที่ผมจะมาดู Seasons Change เพื่ออยากรำเลิกรำลึกถึงความหลังแต่อย่างใด ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ เพราะ อยากดูเรื่องราวของ "ความรัก" ซะมากกว่า ...ก็เพราะพลอตเรื่องที่ผสมโรง แฟนฉัน เข้ากันกับ เพื่อนสนิท นี่แหละ ที่ทำให้ผมอยากจะรู้นักว่า SC จะสามารถคลุกเคล้าเอาสองส่วนความประทับใจนี้เข้ากันได้ดีหรือเปล่า ? จะโดนใจผมหรือเปล่า ? และผมจะรักหนังเรื่องนี้อย่างที่ผมเคยรักสองเรื่องนั้นได้หรือเปล่า ? ![]() ในองก์แรก หน้าร้อน (จากสามองค์ที่ถูกแบ่งตัดตอนออกให้เป็นเรื่องราวในฤดูกาลทั้งสาม ...ร้อน ,ฝน ,หนาว) หนังเริ่มด้วยการปูพรมเรื่องราวของตัวละครหลักทั้งสาม ...โดยเกริ่นนำถึงความ(แอบ)รักที่ป้อมมีให้ต่อดาว เพื่อนสาวรั้วบดินทร์ที่ไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิด และไม่คิดตีสนิท ก็อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ เพราะความ(แอบ)ชอบทำให้ป้อมตัดสินใจที่จะเดินตามไปในเส้นทางเดียวกันกับดาว มันจึงเป็นที่มาของการเข้ามาสู่ในรั้ววิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ป้อมต้องพาลพบกับ "อ้อม" เพื่อนสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆที่พ่อของป้อมก็ดันเป็นซี้ย่ำปึ้กกับพ่อของอ้อมซะด้วยนี่ ![]() ในองก์สอง หน้าฝน หนังสร้างเงื่อนไขให้ตัวละครทั้งสามเกิดความผูกพันกับคนดู ด้วยการกำหนดสถานการณ์ให้ตัวละครได้มีปฏิสัมพันธ์กันเอง ในฉากน่ารักๆหลายๆฉาก ![]() ในองก์สุดท้าย หน้าหนาว หนังพาคนดูมาสู่บทสรุปของเรื่องราวที่ไม่ลงตัวระหว่าง "ความรัก" กับ "ความต้องการ" ช่วงเวลาทั้งสามองค์ ภายในเวลาสองชั่วโมงหนัง ...ดำเนินไปด้วยความราบเรียบ ไม่มีการกระตุ้นอารมณ์คนดูให้มากล้น พยายามสร้างความซึมซับซึมลึกให้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ปล่อยไปตามที่ใจคนดูนึกคิดและรู้สึก ...เพราะการที่หนังไม่พยายามเร่งเร้าตัวเอง ก็เลยเป็นผลดี ที่ทำให้คนดูเกิดอารมณ์อยากติดตามหนังได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมที่หนังใส่เข้ามาเพื่อหวังกระทบกับความรู้สึกคนดูอย่างตรงๆ เหมือนเป็นคลื่นน้ำเบาๆกระเทาะก้อนหิน ที่จะไม่รู้สึกอย่างปุบปับ แต่มันจะกัดเซาะให้กร่อนไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ![]() ในขณะที่ส่วนของเนื้อหนังเองก็ยังเล่าเรื่องของมันไปด้วยความเรื่อยๆเปื่อยๆ ...แต่ผกก.ต้น ก็เลือกที่จะสร้างความแตกต่างในอารมณ์กับเวลา 2 ชั่วโมงนี้ ด้วยการทำตัวหนังให้มีโทนของความเป็นคอมเมดี้ ซึ่งมันก็ไม่แตกต่างแปลกใหม่อะไรหรอก กับหนังของทีมผู้กำกับ 365 ฟิล์มสที่ทุกเรื่องย่อมต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ![]() ความเป็นคอมเมดี้ที่ไม่แตกต่างของหนัง 365 ฟิล์มส ทุกเรื่อง หลักใหญ่ใจความสำคัญนั้นมันย่อมต้องเกิดขึ้นมาจากความเป็นธรรมชาติของนักแสดง ที่ไม่โอเวอร์แอ๊คจนล้น ไม่แสร้งทำจนไม่เนียน ทุกอย่างเกิดมาจากความอินที่คนเล่นซึมซับกับความขำของมันเอง ...และส่วนของความเป็นคอมเมดี้ที่แตกต่าง ใน SC มันก็อยู่ตรงที่ มุขทุกมุขที่หนังเอามาขายก็รู้สึกได้ว่า นี่เป็นเรื่องตลกธรรมดาสามัญที่เด็กมัธยมทุกคนต้องพบเจอ คงมีประสบการณ์กับมันมาบ้างแล้ว (ยกตัวอย่าง มุขหารค่าห้อง เด็กหอก็คงเคยมีโอกาสเจอกับเพื่อนงกเช่นนี้อยู่หรอก ,มุขเรียกชื่อพ่อ อันนี้เป็นต้องเคยโดนมาแทบทุกคน ,มุขเสี่ยวๆแซวสาว อันนี้เป็นเรื่องปกติสุขที่บุรุษหนุ่มเขาทำกัน) ผกก.ต้น ทำหนังเรื่องนี้ออกมาอย่างรู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตวัยซ่าส์มัธยม เพราะแทบทุกอย่างที่หนังแอบมีใส่เล็กๆน้อยๆมานี้ ล้วนเคยผ่านเป็นกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลานั้น ...แล้วถ้าตอนนี้คุณยังเป็นเด็กมัธยมด้วยแล้ว แน่นอนที่ต้องรู้สึกอินกับมันเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นคงไม่ผิดอะไร ที่ผมจะประทับใจและโดนกับความเป็นคอมเมดี้ของ Seasons Change อย่างรุนแรง เพราะมันมีความอินในวันนี้ที่ผมยังเป็นเด็กมัธยมคอยซับพอร์ตอยู่ ![]() ขณะที่ส่วนของความขำขันก็ตั้งตัวทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของคนดูไป พร้อมกันนั้นในส่วนของความหวานซ่านโรแมนติกกุ๊กกิ๊กที่เป็นเป้าหมายหลักของหนังก็ยังดำเนินไป โดยตัดสลับกับ เรื่องราวรองที่วางตัวเองให้เป็นหนังแนวครอบครัวไปด้วย ...SC สอดประสานแนวทางการเล่าทั้งสามได้อย่างกลมกลืนและลงตัว จังหวะทุกอย่างมันได้พอดีเป๊ะ การตัดต่อเชื่อมหนังดูต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน แม้หนังจะเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเองเลยอย่างฉับพลัน แต่คนดูก็ยักไม่มีความรู้สึกที่สะดุดกึก ![]() องก์แรก และองก์สองในความคิดของผมนั้น ถือว่าทำออกมาได้นุ่ม ลึก ละมุนใจ... ทุกอย่างที่เห็นในช่วงเวลานี้ กำลังได้ที่ ดูลงตัวไปซะหมด ทั้งจังหวะความสนุก และทำนองการเล่าเรื่อง แล้วกับทุกสิ่งที่อยู่ในเวลาชั่วโมงกว่าๆนี้นั้น ทำให้ผมยอมรับโดยดุษฎีเลยว่า Seasons Change ได้กำหัวใจผมไปเสียแล้ว ... ![]() ผมคงได้พูดคำว่า "รัก" กับหนังเรื่องนี้แน่ๆ ถ้าองก์สุดท้ายนั้นจะไม่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจ ...เพียงเพราะ ในเวลาอีกประมาณครี่งชั่วโมงที่เหลืออยู่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยดูดี ในองก์นี้กลับดาวน์ลงอย่างรู้สึกได้ชัดเจน จากอารมณ์ที่เคยอยู่ในระดับอิ่ม ก็ถูกทอนลงไปให้กลายเป็นแค่เกือบอิ่ม ![]() องก์สามในความคิดของผมยังคงละมุนใจได้อยู่ แต่มันก็กลายเป็นความละมุนที่แข็ง และตื้นไปเสียหน่อย... เพราะหนังดูจะกระด้างกระเดื่องทางอารมณ์ที่พาคนดูไปได้ไม่สุดสักทาง ...กับฉากที่จะซึ้งมันก็ซึ้งดีอยู่หรอก แต่หนังกลับเลือกที่จะไม่พยายามพาตัวเองไปสู่จุดแตกของน้ำตา ทั้งๆที่มันก็มีทางไปให้ถึงได้อยู่แล้ว ...กับฉากที่จะแสดงความขัดแย้งของตัวละคร หนังเลือกที่จะไม่กดดันอารมณ์คนดูให้ต้องรู้สึกคล้อยตามอารมณ์ตัวละคร ...กับความกระด้างกระเดื่องที่เป็นอยู่นี้ จึงมีผลโดยตรงต่อความอินของผมต้องลดลงไปด้วย ![]() ถึงแม้องก์ที่สามจะสามารถสรุปเรื่องราวที่ต้องการสื่อระหว่าง "ความรัก" กับ "ความต้องการ" ได้ดีอย่างที่ผมปรารถนาก็ตามที แต่เพราะความอินที่มันไปไม่ถึงจุดสูงสุดนั่นเอง ก็พาลให้ตอนจบดีๆของ SC ต้องเสียกระบวนรูปไปด้วย ... ![]() {ตัวเอียงต่อไปนี้ มี SPOILER ยังไม่ได้ดูห้ามอ่านครับ} ความอินถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตอนจบ(ในความคิด)ของผม "แป้ก" แต่ก็โทษไปอย่างเดียวไม่ได้เหมือนกัน เพราะจะว่าไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน วิธีการจบของมันก็ไม่ค่อยโดนใจผมซะเท่าไหร่ ... สาเหตุที่หนึ่งคือ มันดูง่ายไปหน่อยสำหรับการคายปมในความสัมพันธ์ของป้อม-ดาว ที่ไม่มีการพูดจา ไม่มีการร่ำลา แม้จะได้คำพูด "ไม่ชอบกินผัก ทำไมไม่บอก" เป็นการจบกันที่ดูดี แต่หนังก็ไม่ยอมสานเรื่องต่อ เพียงเพื่อขอให้ป้อมและดาวได้อยู่ในสถานการณ์ พูดคุยก่อนจะจากลาอีกสักครั้ง ก็ในเมื่อหนังเลือกจะให้เป็นอย่างนั้น คนดูอย่างผมก็เลยไม่เข้าใจว่าสุดท้ายแล้ว หนังต้องการจะให้ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองนี้ไปจบลงที่ตรงไหนกันแน่ ... สาเหตุที่สองเป็น ความเรื่องมากของผมเอง ที่รู้สึกว่า การสรุปเรื่องประกอบเพลง ฤดูที่แตกต่าง นั้น ดูธรรมดา และมักง่ายไปหน่อย ...ถ้าเป็นผม ผมจะให้มีการพูดบรรยายเรื่องราวของแต่ละคน โดยใช้เสียงของป้อม คลอไปพร้อมทำนองเพลงด้วย พอสรุปจบหมดแล้ว ก็เป็นเวลาที่เสียงพี่นภ จะได้ทีฮัมขึ้นมา เป็นการปิดไตเติลท้ายที่สวยงาม(ในจินตนาการของผม) ![]() แม้ผมจะไม่ค่อยชอบองค์สุดท้ายและตอนจบก็ตามทีเถอะ แต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่า ตัวหนังทั้งเรื่องไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน ได้ความดีงามจากงานเขียนบทของผู้กำกับ และคนร่วมเขียนบท(เจ้าประจำของหนังจีทีเฮช) "อมราพร แผ่นดินทอง" ไปเต็มๆ ...ตัวหนังเปิดทางเปิดประเด็นอะไรไว้กี่อย่าง บทหนังก็สามารถตามไปปิดมันได้ทุกอย่างโดยครบถ้วน ไม่หลงเหลือความค้างคาใจอะไรไว้อีก (ขอยกเว้นที่ SPOIL ไปเรื่องนั้นเรื่องเดียวเลย) ![]() อีกหนึ่งความดีงาม ที่สร้างเสน่ห์ความดึงดูดใจคนดูได้ตลอดเรื่อง เลยก็คือ การถ่ายภาพ ...กับโลเคชั่นที่เลือกมาเข้าฉากแต่ละที่ในม.มหิดลฯ นั้น ล้วนแต่ดูดี และดูสวย แทบทั้งนั้น เป็นผลพวงมาจากการที่ ผู้กำกับภาพเข้าใจเลือกใช้มุมกล้องถ่ายตัวละครกับฉากหลังได้เหมาะเหม็งกับการนำเสนอทางอารมณ์ของตัวหนังในฉากนั้นๆ ตอนไหนจะขอให้แฮปปี้หรือเศร้า คนดูก็รู้ได้เลยจากการดูภาพก็เพียงพอ ![]() ว่ากันถึงส่วนสำคัญที่เป็นตัวส่งเสริมการขายของหนังเรื่องนี้ หมายความถึง เพลงประกอบ ...กับการนำเอาดนตรีคลาสสิคมาใช้เป็นเมนร่วมนั้น ช่วยยกระดับความงดงามให้ SC หนักแน่นขึ้นไปอีก ในแง่ของอารมณ์ทางภาคดนตรีทั้ง 4 ที่มีให้สอดประสานกันกับส่วนของตัวเรื่องที่แบ่งออกเป็นฤดู บทเพลง Four Seasons ที่เลื่องชื่อ ฟังแล้วเพราะทุกครั้งที่ได้ยิน จากนอกจอที่เคยว่าเพริศพริ้งในอารมณ์แล้ว พอไปใช้ในหนังเรื่องนี้ยิ่งโดนใจ เข้ากันไปได้อย่างเคลิ้ม และที่ขาดไปไม่ได้เลย เพราะนี่ถือเป็นความกลมกล่อมที่ทำให้ Seasons Change ได้ใจคนดูแทบทุกคน ก็คือ การแสดงของทีมหนุ่มสาวหน้าใหม่ ... ![]() บอล - วิทวัส สิงห์ลำพอง เป็น "ป้อม" เด็กผู้ชายปอนๆ บ้านๆ ที่หมายมั่นจะเด็ดดอกฟ้ามาเชยชม ... เขาทำได้ดีในบทของหมาวัด โดยให้สีหน้าที่ซ่อนแอบความรู้สึกลึกๆได้เนียน ,เขาเล่นตลกได้เจ๋ง ชอบฉากที่ป้อม พยายามจัดข้าวจัดของในห้องดนตรี เพื่อรอตีกลอง โดยไม่ต้องแสดงออกอะไรมาก เดินไปเดินมา แต่ก็ฮาได้ใจซะงั้น ,เขาเล่นดรามาใช้ได้ สื่ออารมณ์ของลูกที่รู้สึกผิด จนไม่กล้าคุยกับพ่อ โดยใช้ความนิ่งทางสายตามองพ่อได้ดูน่าเห็นใจ ![]() ต่าย - ชุติมา ทีปะนาถ เป็น "อ้อม" สาวแก่นกะโหลกกะลา ที่ไม่แก่นพอจะออกปากบอกรักใคร ... เริ่มต้นงานหนังเรื่องแรก ก็ได้บทที่มีมิติให้เล่นเยอะเลยทีเดียว และเธอก็สามารถเอาความเป็นต่อที่ได้รับมาทำให้ อ้อม กลายเป็นตัวละครที่ผมเลือกจะเทหัวใจไปให้เต็มกระบุง (เสียงไวโอลินที่เธอสีในฉากนั้น มันบาดหัวใจผมจนน้ำตาซึม กับการสื่อสารทางอารมณ์ผ่านเสียงเพลงของต่ายในฉากนี้ เยี่ยมเด็ดดวงมากครับ) ![]() นาถ - ยุวนาถ อาระยานิมิตสกุล เป็น "ดาว" สาวหวานเย็นชา ที่ไม่สนใจเรื่องอื่นใดนอกจากดนตรี ... โชคดีที่มีความสวย น่ารัก อ่อนโยน เป็นอาวุธพิชิตใจชายได้ชนะขาด แต่ก็โชคร้ายที่บทหนังไม่ค่อยส่งให้เธอได้มีบทบาทต่อตัวหนังเท่าที่ควร เสียดายโอกาสการขึ้นจอที่ดูจะพอๆกับคนอื่น แต่สุดท้ายก็ได้ใช้ศักยภาพน้อย เหมือนโดนสั่งให้มาหว่านเสน่ห์ความเคลิบเคลิ้มโดยเงียบๆ บนจอหนังเพียงเท่านั้น ![]() ตัวละครประกอบคนอื่นๆ ก็ต่างพากันทำหน้าที่ได้ดีทุกคนเช่นกัน แต่ถ้าถามว่าผมชอบบทบาทของใครเป็นพิเศษ คนๆนั้นก็ต้องเป็นอาจารย์ของป้อมซัง ที่เคยเป็น เคนจัง จาก แก๊งชะนีฯ การแสดงของคุณยาโน คาซูกิ ยังได้ใจผมเหมือนเดิม ทุกฉากที่แกออกเป็นต้องแย่งซีนจนนักแสดงร่วมฉากแทบตกขอบจอไปเลย (พี่แตนคนสวยแห่ง "เพื่อนสนิท" ที่ว่าแน่ยังพ่ายแพ้พลังชาบูชาบูดูสิดู) เอาแค่ฉากเปิดตัวท่าใบ้ทายเพลงของเขาก็ได้ใจยิ่งไปกว่าไก่ย่างส้มตำในเรื่องที่แล้วซะอีก ...(เออ พี่แตน อย่าน้อยใจไปนะ ที่เรื่องนี้พี่ไม่ร้อนฉ่าทุกองศาได้ใจผมไป) ![]() Seasons Change ... คุ้มค่าสมอยากที่สองชั่วโมงในโรงหนัง ได้แลกกันกับความสุขอันน่าจดจำอีกครั้งหนึ่ง ที่แม้มันจะไม่เยี่ยมเท่า "เพื่อนสนิท" ไม่อิ่มเท่า "แฟนฉัน" แต่มันก็ยังได้ชื่อว่าเป็นหนังไทยดีมีคุณภาพเท่าเทียมกัน...ขอร่วมแสดงอากัปกิริยายันว่า นี่คือหนังไทยในรอบปีนี้ที่ไม่ควรพลาด ก็เพราะว่า...อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ขอแนะนำ ... ครับ ดู{ดี} วิธ มายเซลฟ์ : 1. นิธิวัฒน์ ธราธร ...ทำดีเยี่ยมไม่เสียเครดิต "หนึ่งในผู้กำกับ แฟนฉัน" 2. บทหนังละมุนอารมณ์ละไม ได้ใจในทุกฤดู 3. การแสดงของ 3 นักเรียนหน้าใหม่ + 1 คุณครูจอมขโมยซีน 4. ภาพที่เห็นใน Seasons Change สวย สด เป็นธรรมชาติ 5. ดนตรีคลาสสิคเพราะพริ้งเกาะกินหัวใจทุกครั้งที่ได้ยิน ดู{ด้อย} วิธ มายเซลฟ์ : 1. องก์ที่สามก็ดี เสียแต่อารมณ์ยังไม่โดน 2. ฉากจบที่มาถูกทาง แต่ทำผิดวิธี เกรด A- ![]() ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน... 1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ ![]() ผมไปดูแล้วรู้สึกดีนะครับ ตัวนำของเรื่องทุกคนทำได้ดีมากเลยทีเดียวสมกับตัวละครในเรื่อง ดูแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ แต่โดยรวมผมว่าการดำเนอนเรื่องอืดๆ และจุดพีคก็ไม่พีคเท่าที่ควร และที่สำคัญดูแล้วหนังไม่สามารถสื่อคำว่า"Season change"ได้เท่าที่ควรจะเป็นนะครับ แต่เป็นกำลังใจให้คนทำหนังนะคับ
โดย: กบน้อย IP: 202.142.193.16 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:3:40:08 น.
..นางฟ้าออนไลน์..
เรื่อง Click จะไปดูแน่ๆ ครับ แต่ตอนนี้อยากดู The Host กับ ด้วยเกล้า ด้วย เลยคิดว่าคงจะไป คลิกเอาสัปดาห์หน้านู่นเลย โดย: OncE UPoN'-'a MaN
วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:5:37:33 น.พยายามอ่านแบบให้รู้เรื่องหนังน้อยที่สุดค่ะ
เพราะอยากดูหนังเรื่องนี้เช่นกัน กะว่าเสาร์นี้คงจะดูเรื่องนี้กับยูมีแอนด์เอฟรี่วันฯ ค่ะ หวังว่าจะได้ดูทั้งสองเรื่อง ![]() โดย: สาวไกด์ใจซื่อ
วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:9:22:36 น.เขียนดีจังเลยค่ะ ^__^
โดย: dEaRiz IP: 124.120.174.123 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:22:45:10 น.
ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วจ้า ตอนแรกก้อไม่หวังไรมาก
แต่พอดูจบ กลับรู้สึกว่า ไม่อยากให้มันจบ เนื้อหา ก้อไม่ค่อยมีไรโดดเด่นซักเท่าไหร่(ในความคิด) แต่เพราะอะไรไม่รู้ มีความรู้สึกว่ารัก หนังเรื่องนี้เข้าไปแล้ว โดนเฉพาะตัวละครที่สื่อออกมาได้ ตามบทที่วางไว้โดยเฉดาะต่าย ซึ่งเปนนักแสดงหน้าใหม่ ที่ต้องถ่ายทอดความสดใน ทะเล้น กะลอน เซ่อ จนทำให้ทุกคนหลงรักเธอ และด้วยนิสัยของตัวละคร จึงกำหัวใจของคนดูหลาย ๆ คนเข้าไปไว้แล้วละคะ คิดว่า ถ้าออกเปน vcd จะเก็บเอาไว้เปนคอเล็กชั่นหนังที่ชอบดู (ปล.ถ้าเปนไปได้ไม่อยากให้นำส่วนที่ตัดไปไว้ด้วย) ถ้าดูเตม ๆ คง เอิบอิ่มกว่านี้เน๊อะ สรุปว่า รักหนังเรื่องนี้มากกว่า ![]() โดย: เอฟจัง IP: 221.128.96.215 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:22:50:11 น.
ชอบมากครับ ชอบกว่าแฟนฉัน ชอบกว่าเพื่อนสนิท
ชอบกว่า ปีหนึ่งเพื่อนกันและวันอัสจรรย์ของผม รู้สึกเป็นหนังวัยรุ่นที่ดีที่สุด เกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง โดย: tong IP: 124.121.94.28 วันที่: 10 กันยายน 2549 เวลา:17:39:25 น.
ชอบครับ แอบเห็นด้วยกับเจ้าของ blog นะครับ
ตอนจบ มันยังไม่อิ่ม แบบ ที่สุดอ่ะครับ แต่แค่นี้ ก็ถือว่าได้ใจผมไปหมดแล้วนะครับ หนังน่ารักมาก ไม่ค่อยมีหนังที่ดูแล้วอินได้มากๆ อย่างนี้มานานแล้วครับ เขียนได้ดีนะครับ ขอบคุณครับ โดย: Dr.Slum IP: 58.8.6.27 วันที่: 10 กันยายน 2549 เวลา:20:40:51 น.
หนังเรื่องนี้ดูเเล้วเหมือนการ์ตูนของอาดาจิ มีช่องว่างให้คนดูต่อเติม คิดเอง บางทีช่องว่างมากเกินไป คนดูก็มึน
ช่องว่างน้อยเกินไปก็ยัดเยียด โดย: บิกวอร์ IP: 203.188.23.42 วันที่: 10 กันยายน 2549 เวลา:21:26:28 น.
ชอบครับ แต่รู้สึกบางช่วงการถ่ายมีกระตุกกระตุกเหมือนใช้มือถือกล้องถ่ายอย่างไรไม่รู้...หรือเป็นที่การฉาย ทำเอามึนๆ
โดย: jryn IP: 210.246.64.15 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:3:02:08 น.
เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายที่มหิดลอย่างเดียวนะ
หอที่ป้อมนอนอะ มันมหาลัยผม ม.เกษตร อะ อิอิ โดย: HeartNet IP: 158.108.210.178 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:5:46:38 น.
ป้อมไม่ได้ฝึกภายในระยะเวลาอันสั้นนะคะ
พ่อป้อมยังเคยพูดกับเพื่อนเลยว่า ป้อมเล่นกลองตั้งแต่มอต้นแล้ว (ตอนที่พ่ออ้อมพามาคุยด้วยไงคะ) ชอบหนังเรื่องนี้ค่ะ ชอบความน้อยแต่มาก นิ่งเรียบแต่กินลึกของมันค่ะ ![]() โดย: สาวไกด์ใจซื่อ
วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:17:15:25 น.ชอบค่ะ ดูแล้วอินไปกับความรู้สึกของอ้อม เพราะมันจี๊ดที่ว่าเวลาเราแอบชอบใครแล้ว
เขาไปชอบคนอื่น โดยคิดว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดเราแอบคิดไปเองคนเดียว ..... โดนค่ะ อยากบอกว่าชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลย>< โดย: dark_sho IP: 124.120.238.65 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:22:11:54 น.
ผมว่า น้องดาว เขาไม่ได้เย็นชานะครับ
เขาก้อแสดงออกนะว่าชอบป้อม แค่เพียงเธอไม่ได้เป็นคนเปิดเผยแบบอ้อมเท่านั้นเอง ม๊าววววววววววว โดย: แมวกักขฬะ IP: 58.8.170.159 วันที่: 12 กันยายน 2549 เวลา:1:45:21 น.
เขียนได้ดีครับ ตัวหนัง น่ารักมากๆๆ โดยส่วนตัวผมให้เทียบเท่าแฟนฉันนะเพราะผมค่อยรูสึกอะไรกับเพื่อนสนิทเท่าไหร่
แต่ยังไงผมก็เลือกอ้อม โดย: กระต่าย IP: 58.8.120.156 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:12:15:29 น.
ดูมา 2 รอบแล้วชอบมากๆ
โดย: ปลาโลมา_:p IP: 61.47.120.184 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:19:45:50 น.
เพิ่งดูมาเมื่อไม่กี่ชัวโมงนี้เอง ตอนแรกคิดว่า เรื่องนี้ก้อน่าดูนะ แต่ไม่ได้มีอารมณ์ว่า ต้องดูให้ได้ เห็นตามพันทิพ มีคนโพสมาก ตัดใจไม่เปิดกลัวโดนสปอยล์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ได้ถูกต้องที่สุด เราคิดไว้ไม่ผิดเลย พอมาอ่านหลังจากดูหนังก้อคิดว่า ดีแล้วที่ไม่เปิดอ่าน มานั่งซึมซับกับบรรยากาศของหนังเองก่อนดีกว่า เอาเป็นว่า ไม่ขอติชม เพราะที่ได้อ่านรีวิวมาก้อเห็นด้วยแล้วค่ะ แต่ถ้าเอาจากความรู้สึกก็คือ ซึ้งค่ะ ถึงบทความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ลูก แม้ว่าจะไม่ใช่จุดเด่นที่นำมาโปรโมตซะทีเดียว แต่ก้อนับเป็นประเด็นที่ต้องนำมาพูดถึงในเรื่องยอมรับในการเลือกทางเดินของลูก เห็นภาพตัวเองและพ่อแม่ ซ้อนทับกับฉากที่พ่อกับแม่ไม่คุยกับลูก เหมือนตัวเราเองมาก ตอนที่ท่านโกรธ เวลาเราทำอะไรผิด แล้วใช้วิธีเมินเฉย จนเราต้องกลับไปคิด ยอมรับค่ะ ว่า โดนใจอย่างจังค่ะ น้ำตาไหล ไม่เคยคิดว่า จะต้องมาน้ำตาไหลกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในบ้าน มากกว่าเรื่องเพื่อนหรือคนรักกับหนังเรื่องนี้มาก่อน โดยเฉพาะการมาดูหนังด้วยเหตุที่ว่า ก้แค่หนังที่เพื่อนอยากดูมากกว่าที่เราอยากดูซะเอง แหะ แหะ พล่ามไปเยอะ แอบบรรยาย อย่างกับ blog ของตัวเองซะงั้น อิอิ -------ถึงอากาศจะเปลี่ยนแปลง หัวใจคนหลายคนจะเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำของใครบางคน กลับติดตรึงอยู่ทุกฤดูกาล-----
![]() โดย: sa79@hotmail.com IP: 124.120.133.43 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:1:47:29 น.
เพิ่งดูเสร็จมาสดๆร้อนๆเหมือนคนข้างบนครับ
ผมดูแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกครับ เห็นด้วยกะจขบ.ในหลายๆประเด็นครับ แต่ที่ จขบ.ลือมพูดไป น่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจทำอะไรตามฝันของตัวเอง รึมีพูดถึงหว่า ชักจะงงเอง ![]() ไม่รู้สิครับผมดูแล้ว ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง อย่างจริงๆจังๆสักที ยกให้เป็นหนังในดวงใจผมไปเลยครับ ภาพสวยๆเพลงเพราะๆ เดินออกจากโรงอย่างมีความสุข ชอบอ่ะ มีอะไรมากไปกว่านี้อีกเหรอครับ ![]() โดย: wls (winter love song
) วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:1:23:28 น.แวะมาอ่านแล้วชื่นชมคุณคะ ที่ชอบไม่เพียงแค่ในใจ ยังแบ่งปันความประทับใจผ่านเรื่องราวที่เขียนมาจากความรู้สึกอิ่มใจของการชมหนังเรื่องนี้ ขอบคุณคะ
![]() โดย: ตุ๊ก IP: 58.9.140.195 วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:13:43:27 น.
หนังสื่ออารมณ์ได้ดีเยี่ยม รู้สึกเหมือนเป็นตัวเองเลย ในบางที...เหอๆ การแสดงของนักเรียนทั้ง3คน ดีมาก พระเอกเล่นกลองเนียนมาก หุหุ น่านับถือ การนำเพลงคลาสสิค เข้ามาบรรยายถึงบรรยากาศในฤดูต่างๆ ทำได้ลงตัวสัมผัสได้ถึงความร้อน หนาว และ เปียกได้เลย ผู้กำกับฝีมือ เยี่ยมมมมมม จริงๆ
![]() โดย: chs49 IP: 124.157.154.117 วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:21:09:47 น.
ชอบที่วิจารณ์ครับ ผมก็ชอบหนังเรื่องนี้มาก
ดูมาหลายสัปดาห์แล้วยังคิดถึงเลย ติดใจที่บอกว่า ดาว เย็นชา คงไม่หรอกครับ ดาวเป็นเด็กดีครับ ดูตอนที่เค้าให้กำลังใจเพื่อนก่อนขึ้นคอนเสิร์ตสิครับ และ ดาวก็ชอบป้อมด้วย เวลา เพื่อนๆแซวว่าไอ้ป้อมมันต้องอยู่ใกล้ อ้อม แต่ทำไมถ่ายรูปโปสเตอร์ กลายเป็นอยู่คู่ ดาว จะสังเกตได้ว่า ทั้ง ป้อมและดาวตอนนั้นเขินมากกันทั้งคู่ ดาวแอบมองไปที่ป้อมแล้วยิ้มทั้งเขินทั้งอาย แต่ไม่ปฏิเสธใดๆ แสดงว่ายอมรับว่าป้อมเป็นแฟนของเค้าแล้วในตอนนั้น ![]() โดย: ขอคุยบ้าง IP: 58.181.137.10 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:12:25:21 น.
ชอบมาก ๆ เลย
นักแสดงสวยจริง ๆ คลังจริง ๆ ![]() โดย: นุ IP: 61.7.140.237 วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:18:09:35 น.
1391
โดย: พิงกี้ IP: 192.168.1.107, 119.42.96.182 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:12:26:32 น.
1391รักบอล
โดย: พิงกี้ IP: 192.168.1.107, 119.42.96.182 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:12:26:59 น.
รักน้องทรายนะครับ..................B.K
โดย: บอบอก IP: 192.168.212.110, 114.128.16.189 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:14:36:10 น.
รักทรายมากนะ
โดย: แบทดี้ B.K บ้านแข้ IP: 192.168.212.110, 114.128.16.189 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:14:41:07 น.
บ้านแข้ยิ่งใหญ่กว่าที่ไหนๆคร๊าบโผม เหี้ยน!
โดย: แบ้ทดี้ บ้านแข้ IP: 192.168.212.110, 114.128.16.189 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:14:44:24 น.
สงสารอ้อมมากๆแต่เกลียดดาว
โดย: ดาว IP: 118.172.18.162 วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:21:39:14 น.
|
บทความทั้งหมด
|















































ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [
เขียนบรรยายได้เข้าใจเรื่องดีมากเลยค่ะ
........
คราวหน้าขอเป็นเรื่อง "Click" นะคะ
แล้วจะมาเที่ยวบ้านนี้ใหม่