เล่าเรื่องการสมัครบัตรเครดิตในประเทศญี่ปุ่น
ฉันเคยเล่าคร่าวๆไว้ในบล็อคก่อนหน้านี้ว่า ตั้งแต่แต่งงานมา ใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ฉันไม่เคยมีบัตรเครดิตที่เป็นบัตรหลักในชื่อของตัวเองเลย

เกือบๆจะ30ปีแล้วที่ฉันใช้แต่บัตรเสริมของสามีและรายจ่ายจากการรูดบัตรจะถูกตัดผ่านบัญชีเงินฝากของสามีมาโดยตลอด
(ทุกๆครั้งที่มีการใช้จ่าย ฉันจะคืนสลิปพร้อมกับเงินสดจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าที่รูดบัตรไป คืนให้สามีทุกครั้ง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เคยคดโกง จนสามีไว้เนื้อเชื่อใจ สมัครบัตรเครดิตบัตรเสริมให้ฉันใช้ทั้งหมด5ใบ ซึ่งถ้าไม่จำเป็นจริงๆฉันจะไม่ใช้บัตรเครดิตเลยค่ะ)

จนกระทั่งเมื่อเกิดมีไวรัสโควิด-19ระบาดไปทั่วโลก(ตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 หรือค.ศ.2019 เป็นต้นมา..) อีกทั้งในช่วง4ปีให้หลังมานี้ที่ญี่ปุ่นเขาเริ่มรณรงค์ให้คนใช้เงินสดกันน้อยลง ตัวฉันเองก็เลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของตัวเองใหม่ จากที่เป็นคนชอบใช้จ่ายซื้อของด้วยเงินสดมาตลอด(เพราะกลัวการเป็นหนี้ ไม่ค่อยกล้าใช้บัตรเครดิต) ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง หันมาใช้จ่ายชำระค่าสินค้า-ค่าอาหาร โดยการเลือกใช้บัตรประเภทเติมเงินอย่าง
บัตรPASMO(เติมเงินใส่บัตรได้มากสุด20,000เยน)
บัตรsuica(เติมเงินใส่บัตรได้มากสุด20,000เยน)
บัตรnanaco(เติมเงินใส่บัตรได้มากสุด50,000เยน)
ฉันเลือกใช้บัตรประเภทเติมเงินทั้ง3ใบนี้ในชีวิตประจำวัน และเมื่อยามจำเป็นเท่านั้นจริงๆฉันจึงจะเลือกใช้บัตรเครดิต

ช่วงหลังๆมานี่ฉันใช้เงินสดน้อยลงมาก (เพราะฉันเอาเงินสดไปเติมเงินใส่บัตรประเภทเติมเงินทั้ง3ใบตามที่กล่าวไว้ข้างต้น) ทีนี้ก็เลยเริ่มจะขาดแคลนเหรียญ เวลารูดบัตรเครดิตทุกครั้งฉันจะต้องจ่ายเงินสดคืนให้สามี จำเป็นจะต้องหาเหรียญหาเศษสตางค์มาคืนให้สามีให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่ตัวเองรูดบัตรไป บางทีเหรียญมีไม่พอ ฉันก็จะจ่ายเป็นธนบัตรคืนเงินให้สามีเกินกว่าจำนวนเงินที่ตัวเองรูดไปก็มีอยู่บ่อยครั้ง

ฉันจึงคิดว่าจะลองสมัครบัตรเครดิตที่เป็นบัตรหลักของตัวเองจะดีกว่าไหม? ให้ธนาคารหักเงินออกจากบัญชีเงินฝากของฉันโดยตรงเลย จะได้หมดปัญหา ไม่ต้องมีภาระหาเงินสดไม่ต้องหาเหรียญมาคืนให้สามีเหมือนทุกๆครั้ง

พอดีว่าแถวบ้านฉันมีซุเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ที่ฉันมักจะไปหาซื้อของกินของใช้เป็นประจำอยู่แล้ว เขามีใบสมัครบัตรเครดิตวางไว้ ฉันก็เลยหยิบกลับมากรอกส่งใบสมัครบัตรเครดิตไป
เอกสารที่ฉันแนบไปด้วยในการสมัครบัตรเครดิตมีดังนี้..
1.ใบสมัครบัตรเครดิต (กรอกข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน)
2.สำเนาถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวคนต่างชาติ
3.สำเนาถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนของญี่ปุ่น หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าMy Number Card คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นระยะยาว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนสัญชาติ ยังคงถือสัญชาติไทยอยู่ ก็จะต้องทำบัตรMy Number Cardด้วยเหมือนกันค่ะ
4.สำเนาถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ที่มีชื่อเจ้าของบัญชี(ชื่อ-นามสกุลของฉันเอง) และหมายเลขบัญชีธนาคาร

(ฉันส่งเอกสารไปเพียงแค่นี้ ฉันไม่มีหนังสือรับรองจากที่ทำงาน ฉันไม่มีสลิปเงินเดือน เพราะตอนนี้ฉันเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงานประจำแล้ว)

รอประมาณ2สัปดาห์ ทางบริษัทที่ออกบัตรเครดิต เขาจะส่งหมายเลข(หมายเลขการรับเรื่องขอสมัครบัตรเครดิต)สำหรับผู้สมัครบัตรเครดิตมาให้ทางเมลล์

เราสามารถใช้หมายเลขนี้เช็คทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตนเองว่า ทางบริษัทผู้อนุมัติการออกบัตรเครดิตเขาพิจารณาถึงขั้นตอนไหนแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังพิจารณาอยู่นี้จะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาที่เบอร์บ้านและเบอร์มือถือ เราต้องคอยรับสายจากเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ เขาจะโทรมาสอบถาม วัน/เดือน/ปีเกิด สะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เขาจะถามเบอร์โทรบ้านและที่อยู่ของเรา เพื่อยืนยันตัวตนของเราอีกครั้งค่ะ

หลังจากที่ได้โทรคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว ใช้เวลารอต่อไปอีกประมาณ1สัปดาห์ เขาจะพิจารณาเช็คประวัติทางการเงินของเรา (ซึ่งทางบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตเขามีสิทธิเช็คดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติทางการเงินของลูกค้าได้ว่ามีการผ่อนชำระอะไรไหม? มีหนี้หรือเปล่า? ประวัติการใช้จ่ายบัตรเครดิตของเราเป็นอย่างไร? ฯลฯ
เจ้าหน้าที่เขาทราบด้วยล่ะว่าฉันใช้บัตรเสริมของสามีค่ะ เพราะได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่เขาเป็นคนบอกกับฉันเองเลยว่าบัตรเสริมที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้ก็ยังสามารถใช้ต่อไปได้นะคะ แต่จะมีค่าธรรมเนียมการใช้บัตร จ่ายค่าธรรมเนียมปีละ500เยนค่ะ นั่นเขารู้ละเอียดขนาดนั้นเลย เพื่อนำไปใช้พิจารณาว่าสมควรออกบัตรเครดิตให้หรือไม่ และถ้าอนุมัติออกบัตรเครดิตให้ เขาจะให้วงเงินบัตรเครดิตเราเท่าไหร่?)

บัตรเครดิตที่ฉันสมัครไป เขาแจ้งไว้ในรายละเอียดว่าจะพิจารณาวงเงินให้ตั้งแต่1แสนเยนไปจนถึง1ล้านเยนค่ะ

สามีบอกกับฉันว่าแม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเองก็มีหลายๆคนนะที่สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน หรือถ้าสมัครผ่านธนาคารมักจะให้วงเงินน้อย เพราะว่าเป็นการสมัครทำบัตรเครดิตครั้งแรกและเป็นบัตรหลักใบแรกของฉัน แล้วอีกอย่างฉันก็เป็นคนต่างชาติด้วย ถ้าสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน ทางบริษัทเขาไม่อนุมัติให้ก็ไม่ต้องเสียใจนะ ใช้บัตรเสริมของผมต่อไปเหมือนเดิมก็ได้ สามีบอกกับฉันอย่างนี้

ฉันรอผลประมาณ1เดือนค่ะ ในที่สุดฉันก็ได้รับจดหมายลงทะเบียนทางไปรษณีย์ จดหมายถูกส่งมาจากบริษัทผู้ออกบัตรเครดิต

ฉันได้รับการอนุมัติ ได้บัตรเครดิตที่เป็นบัตรหลักใบแรกในชีวิตในขณะที่ตอนนี้ฉันอายุเกือบๆจะ50ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมีบัตรเครดิตที่เป็นบัตรหลักของตัวเองใบแรก

ธนาคารให้วงเงินมา8แสนเยนค่ะ

ขนาดสามียังตกใจ เพราะฉันเพิ่งจะสมัครบัตรเครดิตครั้งแรกและเป็นบัตรหลักใบแรกของฉันด้วย แถมเป็นคนต่างชาติอีกต่างหากแต่ทำไมทางบริษัทเขาอนุมัติวงเงินให้สูงจัง.. ((น่ากลัว..ฉันจะไปขอลดวงเงินลงอีกได้ไหมนะ?))

(ฉันเชื่อว่าทางบริษัทผู้อนุมัติการออกบัตรเครดิต เขาคงเช็คประวัติทางการเงินของฉันมาอย่างละเอียดยิบแล้วอย่างแน่นอน ฉันไม่มีประวัติการกู้ยืมเงิน ไม่มีการผ่อนชำระ รูดบัตรจ่ายครั้งเดียวมาตลอด ไม่เคยมีการผ่อนชำระเป็นงวดๆ ไม่เคยค้างชำระค่าบัตรเครดิตเลย และมีเงินออมอยู่ในบัญชีธนาคารอยู่จำนวนหนึ่ง มีประวัติการซื้อกองทุนรวมกับทางธนาคารอยู่ด้วย ฉันก็เลยดูน่าเชื่อถือ ทางบริษัทเขาจึงได้อนุมัติบัตรเครดิตมาให้)

นับจากนี้เป็นต้นไป ฉันต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น ระมัดระวังการใช้จ่ายบัตรเครดิตมากขึ้น
เพราะทุกๆครั้งที่รูดบัตร เงินจะถูกหักออกจากบัญชีเงินฝากของฉันโดยตรงแล้ว ฉันจะต้องไม่เสียประวัติทางการเงินอย่างเด็ดขาด

ฉันมีลิมิตให้ตัวเองว่ารูดบัตรเครดิตได้ไม่เกิน50,000เยน/เดือน ช่วงต้นเดือนของทุกเดือนฉันจะเอาเงินฝากเข้าบัญชีรอไว้ก่อนเลย สำหรับให้ธนาคารตัดบัตรเครดิต50,000เยน (ความจริงแล้วฉันใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตต่อเดือนน้อยกว่านั้น แต่ก็ฝากเงินไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด)
เอาเงินใส่บัญชีเงินฝากไว้สำหรับซื้อกองทุนรวม(ธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชีอัตโนมัติเดือนละ30,000เยน ยกเว้นเดือนมกราคมกับเดือนกรกฎาคมที่ธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชี50,000เยน ฉันซื้อกองทุนรวมที่ญี่ปุ่น ปีละ400,000เยน)

ฉันจะเอาเงินฝากเข้าบัญชีรอไว้เลย เดือนละ100,000เยนค่ะ ถึงเวลาจะได้มีเงินให้ธนาคารหักจากบัญชีได้ทันที ประวัติทางการเงินของฉันไม่เสียด้วย

ฉันแยกเงินออมไว้อีกบัญชีต่างหาก (ตั้งใจเก็บเงินส่วนนี้เอาไว้ซื้อบ้านที่เมืองไทยค่ะ ถ้ามีอะไรจำเป็น ฉุกเฉินก็สามารถถอนเงินก้อนนี้ออกมาใช้จ่ายก่อนได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆจะไม่ถอนเงินส่วนนี้ออกมาใช้จ่ายอย่างเด็ดขาด)



Create Date : 14 พฤษภาคม 2565
Last Update : 15 พฤษภาคม 2565 6:46:00 น.
Counter : 281 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

Okanemochi.BlogGang.com

OKANEMOCHI
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 222 คน [?]

บทความทั้งหมด