เทศกาลหนังสั้น 11 : เหมือนได้ยินแค่เสียงหายใจแผ่วเบา เทศกาลหนังสั้นไทยที่จัดโดยมูลนิธิหนังไทย ที่ผ่านมามักจะประสบปัญหาอย่างหนึ่งคือ มีคนดูน้อย แต่มีคนส่งหนังประกวดและอยากได้รางวัลกันมาก ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น? ถ้าหากให้ตอบง่ายๆ เท่าที่สติปัญญาของผมพึ่งมี ก็คือ คนทำหนังส่วนหนึ่ง (ไม่กล้าพูดว่าส่วนใหญ่) ล้วนแต่สนใจแค่ความสำเร็จของตนเอง รวมไปถึงความชื่นชมที่ผู้คนมีต่อหนังของตัวเองมากกว่าจะอยากลองเปิดโลกของตัวเองด้วยการดูหนังของผู้อื่นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นของคนชาติเดียวกัน หรือคนร่วมชาติ ![]() เมื่อมีคำถามว่าทำไมเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ย่อมต้องมีคนอยากรู้คำตอบ หนทางการแก้ปัญหา แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ต่างประเทศ เทศกาลหนังสั้นได้รับการตอบรับที่ดีของคนในชาติเขา(เท่าที่ผมเคยไปร่วมของที่ฝรั่งเศสเมื่อสองปีก่อน) คนพร้อมจะซื้อตั๋วและต่อคิวรอเข้าโรงอย่างล้นหลาม ผิดกับบ้านเรากระทั่งดูฟรียังไม่อยากจะดูกัน วัฒนธรรมการเสพหนังสั้นบ้านเราคงจะต้องส่งเสริมกันให้จริงจังมากกว่านี้ หรือบางทีอาจจะอยู่ที่หนังซึ่งเอามาฉายด้วยว่า ควรจะทำให้ดีกันกว่านี้ เพราะ(ส่วนใหญ่) ก็อาจจะเห็นว่าทำง่ายเลยคิดจะทำอะไรขึ้นมาก็ได้โดยไม่ค่อยคิดถึงคนดูเท่าไหร่ คนอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่คนทำหนังหรือคนที่รู้จักหนังสั้น เดินเข้าโรงมาดูหนังสั้นครั้งแรก แล้วเจอหนังแปลกๆ เข้าไปก็อาจจะเข็ดไปเลย แต่เรื่องนี้จะว่าไปจริงๆ แล้วมันก็ห้ามกันไม่ได้หรอกครับ ใครอยากทำหนังแบบไหนก็ต้องปล่อยเขาไป ก็ได้แค่หวังว่ามันจะมีงานที่ดีในแง่คุณภาพการผลิตและสามารถสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่คนดูหมู่มากได้ ![]() คนทำหนังสั้นต้องช่วยกันทำงานดีๆ ตั้งใจๆ และออกไปดูหนังกันนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นคนจัดเขาจะจัดเทศกาลหนังสั้นไปเพื่ออะไรหากมันไม่มีคนจะมาดูกัน มันน่าเหนื่อยนะครับการจัดเทศกาล ไม่ใช่เล่นขายของถึงคิดจะทำอย่างไรและเมื่อไหร่ก็ได้ ต้องจัดโปรแกรม ติดต่อขอโรงฉาย ทำประชาสัมพันธ์ ต่อไปถ้าทำเทศกาลแล้วไม่มีคนมาดูหนัง โรงที่ไหนเขาจะให้เอาหนังมาฉาย? ![]() มาเข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้ (22 สิงหา) ผมได้ไปดูโปรแกรมหนังอนิเมชั่นไทย (ประกวดสายปยุต เงากระจ่าง)มา ส่วนตัวเห็นว่าผลงานโดยรวมดีมาก น่าชื่นชมความสามารถคนทำการ์ตูนไทย ที่ผมชอบสุดมีสองเรื่องคือ เดอะ โมเมนท์ ของคุณอภิชญ์ บุศยศิริ กับ ปลามีขน ของคุณสิทธิศักดิ์ เจียมพจมาน สองคนนี้นอกจากจะมีการวาดภาพที่ดี เทคนิคที่ปราณีตแล้ว ยังมีเรื่องราวที่ถึงจะเป็นเรื่องราวเล็กๆ เรียบง่าย แต่ก็สามารถสร้างความซาบซึ้งกินใจให้เกิดแก่คนที่ดูได้ อาจจะว่าเวอร์ไปก็ได้หากผมจะเห็นว่าสองคนนี้เป็นความหวังที่ดีของวงการอนิเมชั่นไทย ซึ่ง ณ ตอนนี้กำลังพยายามที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นๆ จะไม่มีความหมายนะครับ คนทำอนิเมชั่นยังไงก็น่าชื่นชมกว่าคนทำหนังปรกติ เพราะความยากลำบากมีมากกว่า กว่าจะได้แต่ล่ะเฟรม แถมยังต้องใช้เวลาและความอดทนมากกว่า ยังไงซะผมก็ขอยกย่องทุกๆ คนทำหนังอนิเมชั่นนะครับ ![]() ภาพนี้ถ่ายจากรอบอนิเมชั่น เหมือนคนน้อยไปหน่อยแต่จริงๆ มีตามมามากกว่านี้ครับ ไม่ได้ไปดูเลยค่ะ
เห็นด้วยทุกข้อความที่ จขบ.เอ่ยมา เห็นแค่เบื้องหลังก็ว่าคุ้นๆนะ พี่กระเป๋าสีส้มอ่ะ ![]() โดย: renton_renton
วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:8:42:57 น.เห็นด้วยทุกประการ ผมไม่ได้ทำหนัง แต่ถ้ามีโอกาสจะพยายามไปดูนะครับ แม้แต่ละปีของเทศกาลจะไปดูอยู่วันเดียว หรือสองวันก็ตาม แต่ก็เพราะติดธุระต่างๆ ล่ะครับ อยากสนับสนุน
โดย: yuttipung
วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:12:50:54 น.ผมคิดว่าต้องโปรโมทมากกว่านี้ ต้องปลูกฝังค่านิยมการรักหนังให้มากกว่านี้ครับ ขนาดตัวผมเอง ยังไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ต้องไปดูเลยครับ นี่ถ้าไม่มีผลงานของพี่แท๊กซี่เข้าประกวดด้วย ผมก็คงไม่ได้ไปชมหรอก เพิ่งมีโอกาสไปดูงานหนังสั้นมาก็คราวนี้เอง ดูไปสองรอบ รอบหนังสารคดีสั้น กับ หนังสั้นสายประกวด ก็เพลินดีครับ หลายเรื่องอยู่ในมาตรฐานขั้นดีเลยครับ เสียดายที่คนวงกว้างไม่ให้ความสนใจ ถ้าเอาไปฉายลิโด้ แล้วให้เค้าวางโปรแกรม ขึ้นบอร์ดเชียร์ก่อนสักเดือนสองเดือน อาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะครับ นี่ผมเห็นมีแต่คนทำดูกันเอง ดูแล้วน่าเศร้าใจแทนครับ
โดย: joblovenuk
วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:12:57:55 น. |
บทความทั้งหมด
|












ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [
เราหายใจอยู่ในโรงเดียวกันนะครับ อิอิ
ผมเองก็อยากดูให้ครบทุกโปรแกรมน่ะครับ
ติดแค่การเงินปลายเดือนมันไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
เลยต้องเลือกเฉพาะโปรแกรมที่น่าสนใจ(สำหรับผม)ไว้ก่อน