รักแห่งสยาม ความขาด...ที่ลงตัว (Spoiled)
เป็นคนนึงที่หลงรักความละมุนละไม ลุ่มลึกใน “รักแห่งสยาม” ของ “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หลงรักเพราะหนังเรื่องนี้ขาดบางสิ่งบางอย่างที่หนังและละครไทยแทบทุกเรื่องมี ขาดเสียงกรีดร้องคร่ำครวญ ขาดบทโต้เถียงเยิ่นเย้อ ขาดคำพูดอ่อนหวานปลอบประโลม ขาดการสัมผัส แต่กลับทำให้ผู้ชมเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

ฉากที่สุนีย์ (สินจัย เปล่งพานิช) ออกตามหาโต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) ทั้งคืน จนรุ่งเช้าได้รับข้อความที่มิว (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) ส่งให้โต้งและกลับบ้านมาพบโต้งนอนหลับอยู่บนเตียง ไม่มีการปลุกเพื่อดุว่า ไม่มีการโผกอด ไม่มีแม้แต่การเอื้อมมือไปลูบหัวหรือห่มผ้าให้เหมือนที่หนังหรือละครทั่วไปทำกัน สุนีย์เพียงแต่วางโทรศัพท์มือถือของโต้งคืนไว้ที่โต๊ะหัวเตียงแล้วจากไป น่าแปลกที่เรากลับรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่แม่มีให้ลูก

คนดูรับรู้ว่าตลอด 6 ปีที่แตงหายไป แม้สุนีย์จะพยายามทำตัวปกติมากเพียงใด แต่โต้งคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากห้วงความทุกข์ของพ่อและแม่โดยตรง พ่อที่เมาไม่ได้สติคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นนิจ แม่ที่เข้มงวดและยึดโต้งเป็นสิ่งสมบูรณ์สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ น่าแปลกที่โต้งไม่เคยต่อว่า ไม่เคยตัดพ้อ ไม่เคยทวงถามหรือใช้เรื่องนี้เป็นข้อต่อรองกับแม่เหมือนเด็กอื่น คืนนั้นที่ต้นคริสต์มาสโต้งบอกเหตุผลที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดเป็นเด็กดีได้ด้วยคำถามเดียวว่า “เหนื่อยไหมแม่” และโต้งก็สื่อสารให้แม่รู้ว่าบางครั้งแม้จะพยายามอย่างมากแต่อารมณ์ของแม่ที่พัดมาลงที่เขา บางครั้งอาจเกินที่เด็กอย่างเขาจะเข้าใจ “ถ้าโต้งแขวนไป แม่ไม่ชอบ แม่จะว่าโต้งอีก” ไม่ต้องตัดพ้อกันตรงๆ ไม่ต้องระเบิดอารมณ์ใส่กัน แต่คนสองคนส่งข้อความให้กันเป็นร้อยคำ

ฉากหนึ่งที่เรียกน้ำตาคนดูได้มากที่สุดคือการปรับความเข้าใจของสุนีย์และกร (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) หลังจากสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก กรไม่สามารถทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นคนขี้เมาไม่มีสติ ไม่แยแสคนรอบข้าง ไม่รับรู้ว่ามีคนข้างกายเขาอีกสองคนที่ห่วงใยดูแล จนวันหนึ่งการมีสติแจ่มใสเพียงชั่วครู่ของกร ทำให้เขาสังเกตเห็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สุนีย์ทำให้ทุกวันและตระหนักถึงความรักที่ภรรยามีให้ตลอดมา กรพูดเพียง “ผมรู้แล้ว” ไม่มีการขอโทษ ไม่ต้องมีคำอธิบาย แต่สะเทือนใจผู้ร่วมชมเหตุการณ์เกินบรรยาย

บางครั้งการเปิดโอกาสให้คนดูเติมเต็มประโยคและความรู้สึกด้วยตัวเอง กลับน่าประทับใจมากกว่าที่ผู้สร้างภาพยนตร์จะอธิบายทุกๆประเด็นอย่างชัดเจนด้วยคำพูด “รักแห่งสยาม” เป็นตัวอย่างที่ดี

//www.theloveofsiam.com/main.html

Free Image Hosting



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 21 ธันวาคม 2550 16:50:22 น.
Counter : 359 Pageviews.

6 comments
It's okay to Not Be okay: เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน krurung141
(23 ก.ค. 2563 06:55:24 น.)
Sad Song - We The Kings ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(19 ก.ค. 2563 12:44:33 น.)
Oops! The King is in Love 2020 ฝ่าบาทดุจเดือน ข้าดุจดาว / หากข้าเป็นดาวท่านเป็นเดือน pp-review-series-by-pae
(15 ก.ค. 2563 00:15:52 น.)
Blog 110/2563 ปิดตำนาน 50 ปี โรงหนังสกาล่า เริงฤดีนะ
(10 ก.ค. 2563 13:48:25 น.)
  
เป็นหนังไทยที่ได้ใจมากๆ เรื่องหนึ่งเลยค่ะ ชอบเหมือนกัน
โดย: What A Girl Wants... (picnic244 ) วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:22:15:22 น.
  
รัก... รักแห่งสยามครับ

ดูหนังจบ อารมณ์ไม่จบครับ

อย่างน้อยก็สะท้อนมุมมองที่สังคมมีต่อ ชายรักชาย
ผ่านทางปฏิกิริยาของผู้ชมได้เป็นอย่างดีครับ

แวะไปอ่านบล๊อคผมมั่งนะคัรบ
โดย: winter love song วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:11:44:55 น.
  
ชอบมากครับเรื่องนี้ที่สุดแห่งปีแล้วในความคิดผม
(แวะไปเยี่ยมเยียนกันบ้างนะครับ)
โดย: คนสวน (land_scape_man ) วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:20:41:08 น.
  
อ่านบทความที่เขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มาหลายชิ้นแล้ว
ขอสารภาพว่าอันนี้เป็นฉบับที่ตรงใจที่สุดเลยครับ
ผมชอบเหมือนกันตรงที่หนังไม่มีดรามาติกโมเมนท์ ไม่ได้พยายามเค้นอารมณ์คนดู
ทุกอย่างเป็นเรียลลิสติกแบบที่สะกิดความรู้สึกได้เข้าเป้ามากๆ
แล้วผมก็ชอบประโยคที่ว่า "ผมรู้แล้ว" ด้วยครับ

ขอบคุณแม่นุชที่เข้าไปอวยพรวันเกิดนะครับ
ดีใจจริงๆ แหะๆๆ ขอให้มีความสุขมากๆ เช่นกันครับผม

โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:14:17:36 น.
  
โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:20:17:11 น.
  
เชยอย่างไม่น่าให้อภัยที่พลาดหนังเรื่องนี้
เด๋วต้องหาดีวีดีดู
โดย: ทากลูกหมู วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:22:36:32 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nushy.BlogGang.com

Nusantara
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]