
มีนกตัวหนึ่งผลุบโผล่มาจากต้นไม้ข้างทางนั่นคือนกปลีกล้วยลาย (Streaked Spiderhunter)
คนอื่นน่าจะเคยเห็นกันมาก่อน
แต่เราที่มาถ่ายนกในป่าครั้งแรก ถือว่าเป็นนกใหม่
คล้ายกับนกกินปลี (sunbird) ที่เรารู้จัก แต่ว่าตัวใหญ่กว่า
และไม่มีขนเหลือบหลากหลายสี ที่ดูสวยงามเท่ากับนกกินปลี
ขนาดลำตัวราว 17-20 ซม. มีปากโค้งยาวสีดำ ที่ดูโดดเด่นมาก
หัวและหลังสีเหลืองแกมเขียว ลำตัวด้านล่างสีขาวแกมเทา
มีลายขีดสีดำกระจายไปทั่ว และมีเท้าสีส้มที่ดูสะดุดตา
เป็นนกภูเขากระจายตัวตามแนวเทือกเขาหิมาลัย
มาจรดตอนใต้ของแนวเทือกเขาที่ อช. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี
และกระจายต่อไปถึงภูเขาในภาคกลางอย่างพิษณุโลก
ตอนใต้ของจีน แนวเทือกเขาระหว่างลาวและเวียดนาม
ที่ทอดยาวไปจนถึงรอยต่อกับกัมพูชา

ที่น่าสนใจคือยังพบได้ทางตอนใต้ของไทยแนวเทือกเขาบรรทัด
และกระจายลงไปตามเทือกเขาแกนกลางของคาบสมุทรมาลายา
การกระจายตัวแบบนี้ยังพบได้ใน นกพญาไฟคอเทามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Arachnothera magna โดย Brian Houghton Hodgson นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ
ที่เข้ามารับราชการอยู่ในเนปาลในปี พ.ศ 2379
เขาได้สะสมตัวอย่างนกจากเนปาล สิกขิม และเบงกอลไว้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งต่อมาบริจาคให้กับ British museum
นกในสกุล Arachnothera มีทั้งสิ้น 13 ชนิด ซึ่งทั้งหมดอาศัย
อยู่ในเขต Indomalayan realm หรือพื้นที่ภูมิศาสตร์เฉพาะ
ที่ทอดตัวมาตามแนวแนวเทือกเขาหิมาลัย
จากปากีสถานเรื่อยยาวไปยังจีนตอนใต้ เทือกเขาในอินโดไชนา
เทือกเขาตะนาวศรี ตอนกลางของคาบสมุทรมาลายา
สุมาตรา ชวา บอร์เนียว และหมู่เกาะฟิลิบปินส์
ในประเทศไทย พบนกปลีกล้วยได้ 7 ชนิด
ทั้งหมดอาศัยอยู่ในป่าต่ำ ที่ค่อนข้างโปร่ง รวมถึงสวนผลไม้
มีเพียงนกกินปลีกล้วยลาย ที่ชอบอาศัยอยู่ในป่าสูงเขตภูเขา
มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า นกนักล่าแมงมุม
ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่นักธรรมชาติสังเกตเห็น
แต่ว่าในเมืองไทยมีต้นไม้ที่ออกออกสลับกันไปได้ตลอดปี
พวกมันจึงกินน้ำหวานเป็นหลัก โดยเฉพาะต้นกล้วยป่าที่หาได้ง่าย
คนไทยจึงตั้งชื่อนกชนิดนี้ว่า นกปลีกล้วย
หลังจากนี้ เราก็พบเห็นมันอีกหลายหน
แม้กระทั่งหลังบ้านพัก ที่ต้นกล้วยกำลังออกปลีพอดี
ในรูปนี้เราจะเห็นขนาดของปากที่ใช้กินน้ำหวานได้อย่างชัดเจน