10 ( ต่อ ) กับพิธีเปิดที่เรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่ และ ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
ตอนหัวค่ำของวันนี้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของงานกีฬา 13 เข็มสัมพันธ์
เค้าจัดงานได้สวยมากๆๆ อ่ะ
เรายังคงจำภาพบรรยากาศงานอันเงียบสงบบริเวณสนามรักบี้มช ที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาได้เป็นอย่างดี
แถมนักเรียนที่นี่เค้าพร้อมใจกันใส่ชุดแบบพื้นเมือง ถือเทียนคอยพาพวกเราข้ามสะพานไม้เล็กๆเพื่อข้ามเข้าไปในบริเวณสนาม
เวลามองไปรอบๆ จะเห็นแสงเทียนที่จุดไว้ตามที่ต่างๆ แกว่งไกวตัดกับความมืดสนิทที่เป็นฉากหลัง
เป็นบรรยากาศงาน ที่เรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่ และตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้
ไม่เสียทีที่หอบสังขารขึ้นมาถึงเชียงใหม่

หลังจากนั่งกินบรรยากาศกันเสียจนอิ่ม
เรากับพี่ก็หนีออกมากินบุฟเฟต์อาหารเวียดนาม ที่หน้ามอชอ ด้วยสาเหตุว่าพี่ขนุนแกเป็นคนเชียงราย เพื่อนเก่าเลยแวะมาหากันใหญ่ อู้คำเมืองคิงๆฮาๆกันสนุกสนานน

เราก้อออ นั่งไปเรื่อยๆ ก้อเราฟังพี่เค้าคุยกันไม่รู้เรื่องนี่หว่า หลังจากกินเสร็จก็กลับมาดูดนตรี ซึ่งก้อไม่รู้เหมือนกานน ว่ามันส์ขนาดไหน เนื่องจากพี่ขนุนง่วงนอนน สองคนก้อเลยเสี่ยงนั่งสองแถวกลับคอนโด คือมานมืดๆอ่ะ และไม่เคยไปคอนโดเองเรยทั้งคู่ แต่ก้อหาซอยเจอค่ะ กลับมาปุ๊บบ พี่ขนุนก้อออ หลับเรยยย หุๆ

ตอนเช้าของวันสุดท้าย @ มช
พวกเราตื่นมาเข้าร่วมพิธิปิด
ซึ่งเค้าจะมีประกาศรางวัลคะแนนรวมด้วย ว่ามหาวิทยาลัยไหนได้เหรียญรางวัลรวมเยอะสุด

ปรากฏว่าจุฬาได้เหรียญรวมเป็นอันดับสามด้วย รองจากเชียงใหม่ และ ขอนแก่น
แปลกดี เพราะเห็นกีฬาแพ้ซะเยอะ ไม่ว่าจะเป็น บาส บอล วอลเล่ย์ และ อื่นๆ ประมาณว่าถ้าจะเชียร์กีฬาต้องรีบมาเชียร์ตั้งแต่วันแรกๆ เพราะหลังจากนั้นจะไม่ค่อยเหลือนักกีฬาให้เชียร์แล้ว
สรุปว่าคณะเราได้เหรียญจากว่ายน้ำ เพราะมีเพื่อนรุ่นเราเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติอยู่คนหนึ่ง แล้วก็เทนนิส เป็นหลักๆ แต่ก็เป็นกีฬาที่เหรียญเยอะ กวาดทีเป็นกอบเป็นกำ ตลกดี


หลังเสร็จพิธีปิดก็ได้เวลาเดินทางกลับ
เราออกจาก มช กัน สิบเอ็ดโมงกว่าๆ มาแวะกินเสต็กบุฟเฟต์ที่ริมแม่น้ำปิง
คนละเจ็ดสิบเก้าเอง แต่มีอาหารให้กินเหลือเฟือ แถมผักก็สดมากๆ กินกันเกินจะอิ่ม เสร็จแล้วก็ขึ้นมาหลับต่อในรถ
คราวนี้เราหลับแบบมึนๆมากๆ เพราะว่ารถต้องวิ่งอ้อมเนื่องจากน้ำท่วม
เลยแกว่งไปแกว่งมา
ที่ตลกคือไม่มียาแก้เมารถกันเลยสักเม็ด เพราะต่างคนต่างก็รู้สึกว่าเพื่อนจะเอามา


เราเลยนั่งเวียนหัวมาเรื่อยๆ ถึงรพ จุฬาตอนไหนก็ไม่รู้ เหลือบไปดูนาฬิกาได้ความว่าเกือบๆตีสองแล้ว
เดินทางนานเหมือนกันนะพวกเรา
เราติดรถรุ่นพี่กลับชลบุรีต่อเลยในคืนนั้น ถึงบ้านเกือบๆตีสี่
ใกล้ได้เวลาที่บ้านตื่นพอดีเรยย เป็นทริปที่ทรหดหน่อยแต่ก็สนุกดีมากๆ



Create Date : 10 สิงหาคม 2552
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 23:20:28 น.
Counter : 731 Pageviews.

1 comments
เลือกตั้งแล้วไปคาเฟ่ กับดาริญและมารวิน tanjira
(9 ก.พ. 2569 06:36:23 น.)
11 กพ 69 พุทธคยา 1-8 กพ mcayenne94
(11 ก.พ. 2569 12:40:06 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม. ที่ 394  "เลือกตั้ง" จันทราน็อคเทิร์น
(5 ก.พ. 2569 18:08:31 น.)
ตอนที่ 19 : ร้านในความทรงจำ แม่ค้า ข้าวเพิ่มหน่อยครับ
(3 ก.พ. 2569 08:49:07 น.)
  
ตอนพี่ไปประเมินแพทย์ใช้ทุน น้องหมอเล่าให้ฟังว่า เจอเคส คลอดติดไหล่ ทำงัยก็คลอดไม่ได้ เลยหักกระดูกไหปลาร้าเด็ก (ตอนนั้นมีสูติแพทย์ทำด้วย) แต่ก่อนทำต้อง คุยกะญาติก่อนว่า จะทำยังงี้ๆ เพราะไม่งั้นอาจจะเด๊ด ทั้งแม่และลูก ญาติเข้าใจยอมให้ทำ ปรากฎว่าเด็กรอด ส่วนเรื่องไหปลาร้าที่หักก็รักษาไปตามอาการ

จริงๆ มีอินเทอร์นที่จุฬามา ประจำที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ด้วย ชื่อ หมอพาทิตา (หมอเบิ้ล) กะหมอ นพพล กะหมอกานต์ รู้จักมั้ย น้องหมอเบิ้ลน่ารักดี

วอร์ดสูติก็มีเรื่อง ทำคลอด ขูดมดลูก ทำ pap smear เย็บแผล คลินิกวัยทอง วางแผนครอบครัว อะไรพวกนี้ จริงๆ ถ้าเป็นมหิดล จะยังไม่ได้ขึ้นวอร์ด สูติ ศัลย์ med เด็กหรอก เพราะต้องเรียน คิลานศาสตร์ กว่าจะได้ขึ้นวอร์ดก็ตอนเป็น extern

พี่เล็กไปเรียนต่อญี่ปุ่น ระยะสั้นรู้ป่ะ ได้ข่าวว่าจะไปสอนหนังสือที่ รามา ล่ะแต่พี่อยากให้พี่เล็กกลับไปชลบุรีมากกว่านะ

โดย: กวินทรากร วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:2:15:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nok-mdcu62.BlogGang.com

MsBrenda
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]