3.เทียนเล่มน้อย
ค่ายรับน้องของคณะเราจัดขึ้น 4 วัน 3 คืน สถานที่จัดก็คือหอพักนิสิตแพทย์ นั่นเอง
ก็ทำกิจกรรมกันใต้หอ และ บริเวณโรงพยาบาล ที่นอนก็นอนบนหอพอดี
ถือเป็นการประหยัดได้อย่างมากๆ
หอพักแพทย์ที่นี่เรียกกันว่าหอใหม่ ทั้งที่ตึกก็ไม่ได้ดูใหม่เท่าไร แอบงงอยู่เหมือนกัน
เราแอบเสียดายนิดนึง เพราะรู้สึกว่ารับน้องมหาลัยให้อารมณ์ไปเที่ยวต่างจังหวัดมากกว่า

กิจกรรมวันแรกส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแนะนำให้น้องใหม่รู้จักกัน ก็สนุกดี
ได้เจอเพื่อนหลากหลายแบบ หลายสไตล์มากๆ
เสียแต่ที่นี่เต้นสันท์ไม่ค่อยมันเท่าไร สู้โรงเรียนเราไม่ได้ เด็กต่างจังหวัดเฮ้วๆ กว่านะ เราว่า
สิ่งที่ได้ประโยชน์อีกอย่างของค่ายเฟรชชี่นอกจากรู้จักรุ่นพี่และเห็นหน้าค่าตาเพื่อนๆแล้ว ก็คือการได้ขึ้นไปนอนบนหอพักแพทย์และเที่ยวชมบรรยากาศโดยรวมๆดูก่อน เผื่อเปลี่ยนใจอยากจะเผ่นไปเรียนคณะอื่นจะได้ไหวตัวทัน
มีหลายคนเหมือนกันที่มาเข้าค่ายเสร็จแล้วก็ย้ายไปเรียนคณะอื่นเฉยเลย

ห้องนอนที่นี่นอนห้องละสี่คนอ่ะ ไม่มีแอร์ แต่ห้องอาบน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่น เราก็งงๆอยู่อ่ะ
เราว่าเมืองไทยร้อนแล้วนะ อยากได้แอร์มากกว่าเครื่องทำน้ำอุ่น
ไม่ไกลจากหอพักนักก็มีตึกโรงอาหารที่พวกเราใช้ทำกิจกรรมกัน ชื่อว่าตึกไผ่สิงโต
ตึกเก่าแก่ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ พศ.2526
โดยตั้งชื่อโรงอาหารตามชื่อโรงอาหารเก่าที่อยู่ข้างคลองไผ่สิงโต( เก่า ) เข้ามาในคณะ
ปัจจุบันคลองนี้โดนถมทำเป็นถนนไปเรียบร้อยแล้ว

ชั้นล่างของตึกไผ่เป็นโรงอาหาร ชั้นสองและสามเป็นห้องของฝ่ายต่างๆ ซึ่งในห้องติดแอร์เย็นๆ เข้าไปแล้วเย็นใจขึ้นมาหน่อย แต่บริเวณตามทางเดินนี่มีกลิ่นอาหาร เข้าไปทีไรก็ได้กลิ่นเป็นของแถมติดหัวออกมาด้วยเสมอ
เราว่าแบบนี้น่าเสียดายอ่ะ เพราะถ้าไม่มีกลิ่น ตึกนี้ก็คงกลายเป็นสวรรค์ของนักทำกิจกรรมอย่างแท้จริง

สิ่งที่เราประทับใจที่สุดของค่ายนี้เห็นจะไม่พ้นการบายศรี ( จริงๆ ก็เป็นไฮไลท์ของทุกค่ายอยู่แล้วมั้ง )
ปกติเราก็ซึ่งกับการบายศรีของแทบจะทุกค่ายอยู่แล้ว
สมัยเด็กๆเข้าค่ายแล้วจะไม่ยอมถอดสายสิญจน์ผูกข้อมือ จนกว่ามันจะดำจริงๆ
แต่บายศรีครั้งนี้ คงจะเป็นครั้งที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต
อาจจะเป็นด้วยบรรยากาศแห่งความยินดีที่จะได้เข้ามาเรียนในสถาบันแห่งใหม่ กำลังจะได้เป็นคุณหมอ
สถานที่ที่เราจะร่ำเรียนเพื่อจบไปเป็นหมอ เป็นคนที่สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บของคนอื่นได้จริงด้วยสองมือของเรา
การที่บอกว่าจะช่วยกันสร้างสังคมให้ดีขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ดูเลื่อนลอยเหมือนในอดีต
เราหวังว่า เราจะสามารถเป็นเทียนเล่มน้อยๆ เล่มหนึ่ง ที่จะช่วยให้ความมืดในสังคมลดลงไปได้บ้าง





























"จากวันนั้นเพื่อนขวัญเคยร่วมกัน ขับขาน ร่วมจิตใจ
สู่วันนี้พี่น้องต้องจากไกล ฝากใจ ถึงทุกคน
ด้วยความรักเปี่ยมล้นบนเส้นทาง สว่างไสว ในศรัทธา
ร่วมกันสร้างพรุ่งนี้ของประชา ที่สดใส ให้เป็นจริง


*ชีวิตเธอนั้นมีค่า ปวงประชาเฝ้ารออยู่ รอเธอเป็นผู้ก้าวไป
ดังมวลไม้ที่งอกงาม ยามถึงคราวชูช่อใบ ไปเถิดจงไปทั่วแดน
อยากให้เธอเป็นเทียนเล่มน้อย ที่ส่องแสง สู่หนทางมืดมน
เทียนสว่างไสวอยู่ในใจผู้คน ตราบจน นิรันดร**"



((รูปข้างบนจาก poltanapol.multiply ค่า))




Create Date : 02 สิงหาคม 2552
Last Update : 3 สิงหาคม 2552 22:36:51 น.
Counter : 891 Pageviews.

0 comments
ชวนเที่ยว เมืองมรดกเส้นทางสายไหม เมืองตุนหวง ตอนที่ 5 จบทริป อาจารย์สุวิมล
(8 ก.พ. 2569 14:17:01 น.)
งาน Reunion พยาบาล ศิริราช - รามา รุ่น 62-63 newyorknurse
(8 ก.พ. 2569 02:11:27 น.)
โจทย์ตะพาบ ... เลือกตั้ง ... tanjira
(6 ก.พ. 2569 08:41:21 น.)
เส้นทางในปีนี้.. nonnoiGiwGiw
(5 ก.พ. 2569 16:08:12 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nok-mdcu62.BlogGang.com

MsBrenda
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]