เข็มนาฬิกาหยุดเดินที่.....เกาหลีเหนือ!!! ตอน 2

"เมื่อเดินบนท้องถนนเกาหลีเหนือ ฉันมีความรู้สึกว่า ทุกฝีก้าวของตัวเอง ถูกจับจ้องด้วยสายตาหลายสิบคู่จากกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่ง บางทีอาจจะมองมาจากยอดตึก หรือเสาต้นไหนที่ฉันมองไม่เห็นก็ได้ ...นี่ฉันคงบ้าไปชั่วขณะแล้ว"


หวัดดีค่า เดินทางเข้าสู่ดินแดนเกาหลีเหนือตอนต่อไปกับเรานะคะ

.......ฉันจำชื่อโรงแรมที่พักในเกาหลีเหนือไม่ได้ เป็นโรงแรมใจกลางกรุงเปียงยางค่ะ และไม่ไกลจากโรงแรมมากนักคือสถานีรถไฟเปียงยาง

รอบๆ โรงแรมมีอาคารที่พักของชาวเกาหลีเหนือสร้างเป็นกลุ่มอยู่ในละแวกใกล้เคียงพอจะได้เห็นวิถีชีวิตและผู้คนเกาหลีเหนือเช้าจรดค่ำได้ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมมีแผงขายอาหารในลักษณะเป็นตู้ยาวๆ เรียงกันประมาณ 5-6 แผง ขายอาหารประเภทปิ้งย่าง เหมือนลูกชิ้น ไส้กรอก อะไรทำนองนี้

ติดๆ กันเป็นตู้ขายน้ำสีสันสดใส เดาว่าน่าจะเป็นน้ำผลไม้ต่างๆ ฉันเพิ่งเคยเห็นการซื้อ-ขายผ่านระบบคูปองเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เกาหลีเหนือค่ะ ทราบมาว่าคนที่นี่ซื้ออาหารพวกนี้ด้วยคูปองปันส่วน เงินดอลล่าร์ ยูโร และเงินหยวน

ใครที่ชอบทานอาหารแปลกๆ ต่างถิ่น คงอยากลองชิมอาหารริมทางที่เกาหลีเหนือ รวมทั้งฉันด้วย แต่...ดูจะไม่มีหวังเท่าไหร่ จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ไทยเตือนมาว่า คนที่เกาหลีเหนือมักจะไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับคนต่างชาติ ถ้าไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ฉันลองเดินไปแถบๆซุ้มขายอาหารตรงข้ามโรงแรมเหมือนกัน เมียงๆ มอง และส่งยิ้มให้แม่ค้า แรกๆ พวกเธอก็ยิ้มเขินอยู่หรอก แต่พอฉันหยิบกล้องเตรียมจะยกมาถ่ายรูปเท่านั้นแหละ...วงแตกกระเจิงค่ะ หน้าเครียดกันเป็นแถว เป็นอันว่าฉันหมดสิทธิ์ทั้งถ่ายภาพธรรมชาติๆ และซื้อของแปลกๆ พวกนี้กิน...เฮ้ออดไป

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมีร้านขายของในโรงแรมค่ะ เงินหยวน ยูโร และดอลล่าร์ใช้ได้คล่องที่นี่ค่ะ ฉันก็ใช้มันทั้งสามสกุลมั่วไปหมดค่ะ เพราะก่อนจะมาไม่ชัดเจนว่าที่นี่เขาใช้เงินสกุลอะไร เพื่อความชัวร์เลยแลกมา 3 สกุล ให้มันรู้ไปสิว่าจะใช้ไม่ได้เลยสักสกุล

ร้านขายของที่ระลึกในโรงแรมมีทั้งเสื้อผ้า ของพื้นเมือง เหล้า โซ จู ราคาไม่แพง ที่ดึงดูดสายตามากคือเหล้าดองงู ใส่ขวดวางขายซะน่าขยะแขยงเลย...มีให้เลือกกันสารพัดงู ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งแพง

เล่าถึงโรงแรมที่พักค่ะ ... ได้ยินมาว่ามีนักลงทุนจากจีนร่วมทุนสร้าง แต่ระบบการลงทุนทั้งหมดอยู่ภายใต้รัฐบาลเช่นเดียวกับธุรกิจต่างๆ ในประเทศนี้ พนักงานทุกที่ ทุกแห่ง ล้วนเป็นคนของรัฐ รวมทั้งพนักงานโรงแรมที่นี่ด้วย

สภาพโรงแรมออกจะทึมๆ แต่ก็สะอาดดี ห้องพักกว้างขวางนอนสบายสำหรับสองคน สำหรับรายการทีวี.ที่นี่ลองเปิดดูส่วนใหญ่ส่งผ่านดาวเทียม อย่างซีเอ็นเอ็น.บีบีซี. ส่วนทีวี.ท้องถิ่นลองเปิดแช่ดูก็มีแต่ภารกิจท่านผู้นำเกาหลีเหนือไปโน่นมานี่ทั้งคืน

ฉันก็เปิดดูเพลินๆ ไป ฟังภาษาเกาหลีบรรยายไปเรื่อยๆ แต่นานเข้าพี่ที่นอนห้องเดียวกันขอปิด เพราะเบื่อชนิดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว... สำหรับโรงแรมที่นี่โทรศัพท์ใช้งานได้ แต่อินเตอร์เน็ตมีปัญหาเข้าขั้นวิกฤติ

ความที่เป็นคนชอบศึกษาชีวิตผู้คนทำให้ฉันอยากไปลองเดินปะปนกับคนเกาหลีเหนือดู ซึ่งจริงๆเกาหลีเหนือไม่ใช่ประเทศที่น่าจะเดินสบายใจเฉิบได้เลย แต่เพราะฉันเห็นว่าท้องถนนมีทั้งเด็กและผู้หญิงเดินๆ กันก็ไม่น่าจะมีอันตราย

เลยลองตื่นเช้าๆ เดินสำรวจแถวๆ โรงแรม ฉันเดินมุดอุโมงค์ข้ามถนนใต้ดิน แบบอุโมงค์ที่จุฬา สามย่าน บ้านเรา บริเวณสี่แยกมีสุภาพสตรีจราจรน่ารักมาก ที่ทำหน้าที่จัดระเบียบ ให้สัญญาณจราจร พวกเธอสวมเครื่องแบบกระโปรงสั้นแค่เข่า เสื้อขาว ยืนโบกรถเหมือนหุ่นยนต์

ท่าทางขึงขัง แต่แทบทุกคนน่าตาดีค่ะ ฉันพยายามจะเข้าไปพูดคุย ขอถ่ายรูป แต่เธอไม่สนใจ โบกมือโน....ท่าเดียว (เหมือนกันทั้งบ้านทั้งเมือง)

.... ฉันกลายเป็นตัวประหลาดอยู่ในเมืองที่แสนจะสงบนิ่ง ประหลาดทั้งหน้าตา ผิวพรรณ และการแต่งตัว แต่คนเกาหลีเหนือที่เดินสวนไปมาไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่มีใครสนใจฉันเลย เหมือนฉันไม่มีตัวตน

นึกแปลกใจตัวเองว่าเดินอยู่ในฉากหนังหรือเปล่า เด็กนักเรียนเกาหลีแต่งตัวกันแบบโบราณ เสื้อผ้าดูไม่ใหม่นัก ผูกผ้าพันคอสีแดงน่ารักเชียว ที่สำคัญคือเข็มกลัดท่านคิมอิลซุงมีทุกคน ส่วนผู้ใหญ่ก็แต่งตัวเหมือน ๆ กันหมด

ผู้ชายซาฟารีสีกรมท่าซีดๆ ผู้หญิงชุดประจำชาติ ฮันบก สีน้ำเงิน ขาว จะมีเป็นสีๆ บ้างก็น้อย มีคนบอกว่า เสื้อผ้าพวกนี้เป็นแบบปันส่วน ที่ทางรัฐบาลจัดมา ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือก็ไม่ต้องการให้คนของเขาฟุ่มเฟือย จึงแต่งกายกันเรียบๆ แบบนี้ทั้งบ้านทั้งเมือง

ฉันเดินไปเรื่อยเปื่อยไม่มีใครสนใจอยู่นั่นเอง จนได้ใจเดินเข้าไปที่แฟลตแห่งหนึ่งตรงข้ามโรงแรม แถมไม่เดินแวะเปล่าดัดจริตตะโกนทักเขาหน้าประตูเป็นภาษาเกาหลีที่ฟังมาจากละครเกาหลีว่า "อันยอง ฮา เซโย" ได้ผล ที่ได้ผลคือไม่รู้ว่าเขาฟังเกาหลีแบบที่ฉันพูดออก หรือว่า ตกใจอีบ้าที่ไหนมาตะโกนภาษาแปลกๆ

คุณป้าท่านหนึ่งเดินออกมาจากตึก พอเห็นหน้าฉันแกก็ทำท่าตกใจ ส่งภาษาเกาหลีมาเป็นชุด ที่สะดุดตาคือคุณป้าคนนี้ไม่ได้แลดูแบบชาวบ้านสักเท่าไหร่นะคะ เป็นผู้หญิงสูงอายุที่ดูดีและเหมือนคนมีความรู้บอกไม่ถูกค่ะ

ฉันก็พยายามส่งยิ้มไปให้ แต่เขาพูดอะไรกับฉันไม่รู้เรื่องเลย สุดท้ายใช้ภาษามือกัน ทางโน้นคงเดาได้ว่าฉันเดินหลงมาจากโรงแรมแหงๆ แกก็เดินนำฉันออกมานอกแฟลตเป็นการใหญ่ ชี้มือไล่ๆ ค้อมหัวเหมือนบอกว่า กลับโรงแรมไปเหอะนังหนู เราก็ยืนตื้อๆ นิดหน่อย

แต่ท่าทางคุณป้าแกดูเอาจริงและเดือดร้อนใจมากๆ เราก็ต้องเดินออกมาแบบไม่รู้จะทำยังไง และก็ถูกแล้วที่เราควรมาเสียที ทราบตอนหลังว่า คนเกาหลีเหนือมีความลับเยอะจะไม่อนุญาตให้คนต่างชาติเข้าใกล้ที่พักอาศัยของเขา

มีพี่ท่านหนึ่งบอกว่า บางทีตามบ้านของคนเกาหลีเหนืออาจมีอาวุธเตรียมพร้อมทำสงครามได้เสมอ และแน่นอนที่พักเหล่านี้คนเกาหลีเหนือก็อยู่ด้วยระบบรัฐดูแลสวัสดิการที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกับสาธาณูโภคต่างๆ

เจอไล่มายังไม่พอ ขอซ่าส์ต่ออีกหน่อย ฉันเดินเลยออกไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟเปียงยาง ที่นั่นคนเยอะขวักไขว่มีเด็กๆ ยุวชนทหารขนสัมภาระคณะใหญ่ และชาวบ้านนั่งเป็นกลุ่มๆ ดูคล้ายๆ คนต่างจังหวัดจะกลับบ้านเกิดช่วงเทศกาลบ้านเรา

ฉันถ่ายรูปสถานที่และผู้คนพร้อมรอยยิ้มส่งไปให้ แต่ก็ไม่มีใครยิ้มด้วย แถมส่วนใหญ่พยายามหลบวิถีกล้อง

เมื่อเดินบนท้องถนนเกาหลีเหนือ ฉันมีความรู้สึกว่า ทุกฝีก้าวของตัวเอง ถูกจับจ้องด้วยสายตาหลายสิบคู่จากกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่ง บางทีอาจจะมองมาจากยอดตึก หรือเสาต้นไหนที่ฉันมองไม่เห็นก็ได้ ...นี่ฉันคงบ้าไปชั่วขณะแล้ว

หลังกลับจากโรงแรมแล้วฉันไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใหญ่กับคนในคณะค่ะ พี่สองคนไปถ่ายรูปคนเกาหลีเหนือจะอย่างไรไม่ทราบได้ ถูกชายคนหนึ่งฟัดนัวเนียจนแว่นตกแตก และยื้ดยุดจะทำลายกล้องกันใหญ่โตจนตำรวจต้องเขามาจัดการและพาคู่กรณีไปโรงพักภายในสถานีรถไฟ เนื่องจากพี่คนนั้นไปถ่ายรูปผู้ชายเกาหลีคนนั้นตอนกำลังกินข้าว

สุดท้ายมีการยึดแมมโมรี่การ์ดไว้แบบงงๆ (ฝ่ายเกาหลีเหนือ) เพราะจริงๆที่เขาต้องการมากว่าคือ"ฟิล์ม" เนื่องจากประเทศของเขาไม่มีแมมโมรี่การ์ดและกล้องแบบดิจิตอลขายกันแพร่หลายเหมือนที่อื่นๆ

วุ่นวายกันพอสมควรกว่าจะเรียบร้อย บทเรียนที่เราทราบต่อมาคือคนเกาหลีเหนือจะกลัวการถูกถ่ายภาพมาก เพราะรัฐบาลมีกฎที่เข้มงวดในการควบคุมภาพถ่าย ภาพวีดีโอต่างๆ ภายในเกาหลีเหนือที่จะถูกเผยแพร่ออกไปภายนอก...จริงๆ เจ้าหน้าที่ก็เตือนแล้ว แต่เราก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้


(ติดตามอ่านตอนต่อไป จะหามุมน่ารัก น่าประทับใจของเกาหลีเหนือ มานำเสนอมั่งค่ะ)



...



Create Date : 24 มีนาคม 2550
Last Update : 2 มกราคม 2555 11:59:26 น.
Counter : 2662 Pageviews.

4 comments
โจทย์ตะพาบ ... คืนที่ฝนตกหนัก ... tanjira
(27 ก.ย. 2565 16:20:50 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม.ที่ 311 "คืนที่ฝนตกหนัก" จันทราน็อคเทิร์น
(24 ก.ย. 2565 10:18:11 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกม.ที่ 310 : ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ตะลีกีปัส
(23 ก.ย. 2565 17:25:15 น.)
ทางแยกอีกครั้งและอีกครั้ง เจ้าไดอารี่สีน้ำตาล
(23 ก.ย. 2565 02:24:35 น.)
  

สวัสดีคร๊าบ...

น่าอิจฉานะคร๊าบที่ได้ไปเที่ยวต่าง

ประเทศด้วย ฟังๆดูแล้วน่ากลัวนะคร๊าบ

คนเกาหลี มีกฏเกณฑ์มากมาย

ไม่เหมือนกับบ้านเรา

อะไรก็ได้สบายๆสไตล์ไทยแลนด์

แวะเข้ามาทักทายนะคร๊าบ..
โดย: จากเพื่อนถึงเพื่อน วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:11:13:56 น.
  
^^^ จริงๆ ไม่ได้ไปเที่ยวนะ ไปทำงาน แต่เป็นคนชอบเที่ยวก็หาเวลาเอาจนได้แหละ
โดย: เสี่ยวลี่ วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:21:33:42 น.
  
โอ้ว น่าสนใจมากๆค่ะ ชอบมากเลย เขียนอ่านสนุกสุดๆ อยากอ่านต่อมากๆจะรออ่านนะคะ
โดย: มะม่วงน้อย IP: 125.25.55.218 วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:0:17:19 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะ...ที่นำเรื่องมาเล่าให้ฟัง...

โดย: ดอกโสนบานเช้า IP: 117.47.134.190 วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:11:18:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Newsa.BlogGang.com

เสี่ยวลี่
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]