เดินเที่ยวชมมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่สเปน พระราชวังอาลัมบรา เมืองกรานาดา (La Alhambra de Granada )
วันที่ 9 เมษายน 2017
หลังจากเช็คอินเข้าที่พักและออกไปหาอะไรกินมื้อกลางวันแล้ว
ได้เวลาตามนัดที่เราจองตั๋วจากหน้าเว็ปไซด์
เพื่อไปพระราชวังอาลัมบรา(Alhambra )
ซึ่งอยู่ในเมือง กรานาดา( Granada ) La Alhambra de Granada




=========================================
ประวัติศาสตร์พระราชวัง อาลัมบรา ( La Alhambra )
=====เครดิตจาก เว็ป วิกิพีเดีย=====

อาลัมบรา (สเปน: Alhambra; อาหรับ: قصر الحمراء‎)
คือพระราชวังและป้อมปราการ
ตั้งอยู่ที่เมืองกรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน
สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354
โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์
แห่งราชวงศ์นาสริด
ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน
คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า
"อัลค็อมรอ" (الحمراء; Al-Ḥamrā) แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง"
เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง
ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วย
ใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน

สถาปัตยกรรมของพระราชวังอาลัมบรามีความโดดเด่นด้วยลายแกะสลัก
อย่างละเอียดและประณีต ทั้งผนัง เสา เพดาน โค้งซุ้มประตูต่าง ๆ
ล้วนแกะสลักอย่างละเอียด นับเป็นงานศิลป์ชั้นยอดของชาวมัวร์ในยุคนั้น

แม้อาลัมบราจะมีที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง
แต่ก็มีระบบการจัดการเกี่ยวกับน้ำที่ดี
มีการทำคูคลองส่งน้ำจากด้านล่างขึ้นมายัง
พระราชวังเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค
ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึง
ภูมิปัญญาด้านการชลประทานของชาวมัวร์ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
อาลัมบราถูกทอดทิ้งจนค่อย ๆ กลายสภาพเป็นที่พัก
ของบรรดาคนจรจัดที่มาอาศัยอยู่กันอย่างระเกะระกะ
และทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ
พระราชวังบางส่วนถูกทำลายเนื่องจาก
ความไม่รู้ถึงคุณค่าของพระราชวังแห่งนี้
อย่างไรก็ดี หลังจากที่อาลัมบราได้กลายเป็นฉากหนึ่ง
ในนวนิยายเรื่อง Tales of the Alhambra
รัฐบาลสเปนก็ได้ให้ความสนใจในการบูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังแห่งนี้
ให้กลับมามีสภาพที่ดีอีกครั้ง และได้รับการขึ้นทะเบียน
เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่ในบริเวณเดียวกันอีกสองแห่งในนามว่า
"อาลัมบรา, เคเนราลีเฟ และอัลไบย์ซินแห่งกรานาดา"

==========================
ส่วนครอบครัวป้าซิ่งก็เพิ่งจะมาเที่ยวสเปนเป็นครั้งแรก
แต่พ่อบ้านนั้นมาหลายครั้งแล้ว ประมาณ 4 ครั้งได้ค่ะ
เขาทำเรื่องจองตั๋วผ่านประตูเข้าเวลา 16:30 pm.
ค่าตั๋วคนละ 15.40 EU.
ควรไปเข้าคิวก่อนครึ่งชั่วโมง
ที่พักของเราอยู่ใกล้พระราชวังนี้มาก เดินมาแค่ 3 นาที
ชื่อที่พัก GUADALUPE Hotel (ทำบล๊อคไว้แล้ว ดูถัดไปค่ะ)












สถานที่สะอาดกว้างใหญ่แบบนี้ มีสวนใหญ่ด้วย
และก็ถ่ายรูปอีก พวกเราใช้เวลาเดินเที่ยวชมประมาณชั่วโมงครึ่งได้ค่ะ
คุณพ่อบ้านก็จัดเวลาแบบโพล้เพล้เลยเดินแบบสบาย แดดไม่ร้อน
รวมวันนี้ก็โชคดีที่ฟ้าสดใสโปร่งดี



พระราชวังสมัยเดิมคงมีน้ำล้อมรอบเยอะ ปัจจุบันไม่มีแล้ว



เราเดินมาทางด้านสวนตกแต่งก่อน คืออยู่ด้านนอกพระราชวังจะเป็นสวน













=====



ถ่ายกับลูกชายน้องโรบิน ค่ะ ใต้ต้นฟิจิ ดอกไม้ย้อยสีม่วง



เนื้อปูนสีแดงอิฐบางส่วนเป็นซากหักพัง



ที่ทำการของรัฐบาล



มีโรงแรมอยู่ใกล้ๆร้านขายของที่ระลึกด้วย







ด้านหน้ามีต้นดอกไม้ฟิจิสีม่วง ดอกบานฟูเต็มที่เลยสวยงามค่ะ
เป็นฤดูดอกไม้ชนิดนี้







เดินมาเรื่อยๆก็จะเจอะกับป้อมปราการและอาคารปูนสีแดงใกล้ๆกัน









เนื้อปูนแดงของอาคาร




ภาพแกะสลักงดงามบนหินปูน



สถาปัตยกรรม เป็นลานกว้าง ส่วนบนเป็นห้องโถงมีหลายช่อง







เดินมาตรงโซนที่มีคนเข้าคิวเยอะนี้
เพื่อผ่านประตูเข้าไปชมภายในพระราชวัง
ซึ่งจะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลัก ภาษาเขียน
ซุ้มโค้งๆที่แข็งแรงและงดงาม ประตู หน้าต่าง ฝาผนังและเพดาน บรรเจิดค่ะ



เข้าคิวกว่าจะถึงพวกเราเกือบครึ่งชั่วโมงเลยค่ะ
แม้จะโพล้เพล้ก็มีแดดออกอ่อนๆ
แถวๆที่เข้าคิวก็มีสวนดอกไม้ และ ร้านขายของที่ระลึก
ใครมาเป็นกลุ่มนั้นก็ดีค่ะ ได้ฝากแถวกับเพื่อนๆไว้
ขอไปดูแล้วกลับมาเข้าคิวเช่นเดิมได้










ช่วงระหว่างที่รอคิว ผู้คนฮือฮา เพราะเห็นแมวคาบลูก
ดูด้วยความน่ารักและผูกพัน





ส่วนที่ป้าซิ่งนั่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นระเบียงของพระราชวังอาลัมบรา
ที่เป็นสวนและอาคาร ที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาสูง
ซึ่งเราก็จะสามารถมองเห็น บ้านเรือนราษฏร์ที่อยู่เบื้องล่าง
ยิ่งได้ขึ้นไปอยู่บนที่สูงของพระราชวัง จะยิ่งได้มองเห็นรอบตัว
ตอนที่นั่งรอคิวอยู่ตรงนี้ เราเห็นเป็นกระจุกเดียว
แต่พอหลังจากได้ขึ้นไปบนหอของพระราชวัง ได้เห็นไกลออกไปและเห็นได้รอบ









ได้เวลาถึงคิวเราผ่านประตูแล้วค่ะ











พอผ่านเข้ามาก็จะเห็นหน้าต่าง ประตู ซุ้ม มีลายสลักสวยงาม
แต่ตรงนี้ยังไม่ค่อยสวยเท่าด้านใน ต้องเดินกันต่อไปค่ะ















เดินกันต่อไปค่ะ เพราะมีอีกหลายห้อง



















ส่วนตรงนี้ ที่เขาบอกว่าเป็นคูคลองระบบภายในพระราชวัง













บางห้องมีช่องลม มีแดดส่องบ้างค่ะ





เพดานสูงโค้ง







เดินมาตรงนี้เป็นบริเวณลานกว้าง ได้รู้สึกโล่งหน่อยค่ะ









แถวๆนี้สถาปัตยกรรม แกะสลักส่วนของโดม และ ฝาผนัง
แกะบนปูนขาวได้น่ารักงดงาม มีสีของฟ้าๆ สวยดีค่ะ ดูเพลินเลย















มองจากที่สูงซึ่งเป็นสะพานเชื่อม เห็นบ้านเรือนที่อยู่ด้านนอกพระราชวัง





พวกเราเดินดูภายในพระราชวังเสร็จแล้ว
ก่อนจากตรงนี้ ยังได้เดินมุมสวนต่างๆได้อีกค่ะ









จบแล้วค่ะ
ไว้พบกับบล๊อคไปเที่ยวไปกินในเมืองกรานาดา ค่ะ




Create Date : 28 เมษายน 2560
Last Update : 28 เมษายน 2560 11:52:03 น.
Counter : 1450 Pageviews.

0 comments
เที่ยวซาปา ตามหาลมหนาว ณ มน
(6 ธ.ค. 2562 11:56:43 น.)
ทนายอ้วนชวนเที่ยว ... เวลาเดินช้าที่ .. น่าน - วัดภูมินทร์ ทนายอ้วน
(4 ธ.ค. 2562 20:53:43 น.)
++++ มามะมา พาลูกเที่ยว เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง นาโกย่า ชิราคาวาโกะ 8 วัน 7 คืน ++ ภาค 2 ++++ life for eat and travel
(5 ธ.ค. 2562 20:56:50 น.)
เรื่องเล่าวันอาทิตย์.. Korea in November EP.1 nonnoiGiwGiw
(1 ธ.ค. 2562 14:01:19 น.)

Naomichankuro-bara.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



ป้าซิ่ง Naomichan
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]

บทความทั้งหมด