จำเป็นไหมที่เราต้องเหมือนคนอื่นๆ
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับมุมมองหรือแนวคิดที่เราต้องเหมือนกับคนอื่นๆ ในสังคม ไม่งั้นก็จะไม่ได้รับการยอมรับ หรือเข้ากลุ่มกับคนอื่นๆ ไม่ได้ซึ่งทำให้หลายคนมีแนวโน้มที่จะทำทุกอย่างตามสังคมรอบตัวเราและบ่อยครั้งที่ผมรู้สึกว่ามันมักจะมากเกินไป

ไม่ว่าจะเป็น มุมมอง ความคิด การใช้ชีวิตส่วนตัว การแต่งตัว การตัดสินว่าอะไรดีไม่ดี อร่อยไม่อร่อย สวยดูดีหรือไม่ และอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนมักจะคล้อยตามสังคมส่วนมากครับ

แล้วจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ.....ผมว่าไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะเราเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์หรือตุ๊กตาที่ถูกโปรแกรมมาให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะได้เหมือนกันไปหมด ชีวิตไม่มีบล๊อคสำเร็จ ชีวิตที่เป็นสูตรสำเร็จมันจะไปสนุกอะไร ความแตกต่างที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวนี่เองที่ทำให้ชีวิตมันน่าสนใจ

ลองคิดดูครับว่าถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าเมื่ออายุ 18 เราจะต้องทำผมทรงไหน จะต้องมีบุคลิกแบบไหน จะต้องสนใจอะไร แล้วถ้าเราจะอายุ 18 ในวันพรุ่งนี้แต่เรายังไม่ได้มีความสนใจที่จะทำผมแบบนั้น ยังไม่ได้มีบุคลิกแบบนั้น ไม่ได้ชอบทรงผมในรูปแบบนั้นๆ แล้วเราจะต้องเปลี่ยนมันในวันพรุ่งนี้แล้วเพราะทุกๆ คนก็ทำแบบนี้กันหมด สิ่งที่เราเคยชอบก็ชอบไม่ได้แล้วเพราะคนอายุ 18 เขาไม่ชอบกัน.....พอเราอายุ 22 ก็ต้องเปลี่ยนแบบเดียวกันกับตอนอายุ 18 อีก พอ 30 ก็ต้องเปลี่ยนแบบนี้อีก.....ชีวิตแบบนั้นมันดีหรือ...มันไม่สนุกเลยสักนิด จริงไหมครับ


ที่พูดถึงเป็นการทำให้เห็นภาพชัดๆ แต่ในชีวิตจริงมันไม่ชัดขนาดนั้นครับ

ตัวอย่างที่เราเห็นได้ในชีวิตประจำวันก็มีครับ อย่างเช่น...




การมีแฟน...
เมื่อเราโตถึงวัยม.ปลาย วัยมหาลัย คนส่วนมากก็มองว่าเป็นวัยที่จะต้องสนใจเพศตรงข้ามและการมีแฟน ใครไม่สนถือว่าประหลาดและถูกมองว่าเป็นเกย์กระเทยหรืออะไรก็ตาม บางครั้งก็ถูกมองว่าไม่รู้จักโต อันนี้โดนมากับตัวครับ ผมไม่สนใจไม่ใช่เพราะชอบเพศเดียวกัน แต่มันเป็นเพราะมีอย่างอื่นที่สนใจมากกว่าซึ่งมันก็ไม่จำเป็นที่เราต้องสนใจเหมือนที่คนอื่นๆ สนใจนี่ใช่มั้ยครับ การสนใจเพศตรงข้ามและมีแฟนมันไม่น่าจะเป็นเรื่องบังคับ มันน่าจะเป็นแบบใครสนใจก็สนใจไป อยากจะมีก็มี ใครยังไม่สนใจก็ไม่เป็นไร ยังไม่อยากมีก็ยังไม่ต้องมี ตามความสะดวกและสบายใจของเจ้าตัวจริงมั้ยครับ





เรื่องการแต่งตัว....
ลองสังเกตุสิครับ ตามสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมผู้คนจะพบว่าการแต่งตัวเหมือนกันไปหมด ไม่ว่ามันเป็นด้วยเทรนด์หรืออะไรก็ตาม คนส่วนมากก็จะพร้อมใจกันแต่งอะไรที่เป็นสไตล์เดียวกันมาเดินเที่ยว เช่น ใส่กางเกงขาลีบ ใส่เสื้อฟิต ใส่เชิ้ตพับแขน กันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำไมเราไม่แต่งในสไตล์ของเราล่ะครับ? ถ้าเราแต่งในแบบของเรา เหมาะกับตัวเรา มันจะดูดีในแบบของเราเองครับ

พูดถึงกางเกงขาลีบ เลกกิ้ง กางเกงขาสั้นเหนือเข่า ที่สาวๆ ชอบใส่กันผมก็เห็นญาติผม หลานผมใส่กันใหญ่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเค้าก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะสนใจสไตล์นี้ แต่พอเทรนด์มาก็เลยหันมาใส่กัน จากการที่เคยฟังเค้าพูดก็สรุปได้ว่า "เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใส่กัน" แต่มันจำเป็นหรือครับที่เราจะต้องใส่เพราะใครๆ ก็ใส่? เพราะคนไม่น้อยที่ชอบคิดแบบนั้นถึงทำให้ทุกๆ คนแต่งตัวเหมือนกันไปหมด




การนิยมและทำตามอเมริกา...
เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนไทยส่วนมากนิยมและทำอะไรตามอเมริกากันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวที่ทำตามชาวอเมริกันและดาราฮอลลีวู้ด การวางท่าทางบุคลิกที่นิยมทำตามชาวอเมริกัน เกินครึ่งของคนที่ผมเคยสังเกตุจะมองว่าสิ่งที่อเมริกาทำหรือความเป็นอเมริกานั้นดี ก็เลยมักจะทำตัวแบบคนอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นมุมมอง แนวคิด และอื่นๆ ก็เอียงไปทางอเมริกา ไม่เว้นแม้วงการบันเทิงเราก็เอาอย่างอเมริกาเหมือนกัน ลองไปสังเกตุกันดูนะครับ.....

แล้วทำไมเราต้องทำตามอเมริกาเหมือนกันไปหมดด้วย ทั้งที่อเมริกาไม่ได้ดีไปซะทุกอย่างขนาดนั้น ทำไมคนไทยถึงไม่เลือกที่จะชอบประเทศต่างๆ ตามความชอบที่ต่างกัน อย่างเช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส เดนมาร์ค สวีเดน เบลเยี่ยม หรืออะไรก็ว่ากันไปและที่มากไปกว่านั้นคือของไทยเราเองครับ สิ่งที่เป็นของไทยเราเองยิ่งไม่มีใครให้ความสนใจเข้าไปอีก แต่หันไปเอาอย่างอเมริกากันไปหมด



นี่แค่ตัวอย่างนิดหน่อยเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่คนไทยมักจะทำตามๆ กันจนเป็นบล๊อค ลองสังเกตุดูสิ่งต่างๆ รอบตัวเราดูครับ


ข้อสังเกตุตรงนี้คือทำไมทุกคนจะต้องคิดว่าทุกอย่างที่เป็นอเมริกานั้นดี? ทำไมทุกคนจะต้องทำตามกัน? คือทำไมเราจะต้องคิดแบบเดียวกันกับคนอื่นๆ รอบๆ ตัวเราด้วย? ทำไมเราไม่ทำอะไรตามที่เราชอบล่ะ? (แต่ความชอบนั้นก็ควรจะมาจากตัวเอง ไม่ใช่ชอบเพราะใครๆ ก็กำลังนิยม) คนเราควรจะแตกต่างกันออกไปตามความชอบและลักษณะของแต่ละคนเพราะเราไม่ได้ผลิตมาบล๊อคจากโรงงานนี่ครับ

ผมว่าคนเราน่าจะเลือกชอบอะไรที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องตามกัน อาจชอบเหมือนกันได้ครับ แต่ควรจะเป็นการชอบด้วยตัวของเราเองไม่ใช่ชอบเพราะคนอื่นก็ชอบ มีคนไม่น้อยนะครับที่บอกว่าเราชอบด้วยความรู้สึกของตัวเองแต่จริงๆ แล้วความรู้สึกชอบที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นเพราะคนอื่นๆ ก็บอกว่าสิ่งนั้นดีและคนอื่นๆ ก็ชอบกัน


ความแตกต่างและการเป็นตัวของตัวเองคือการที่เราทำสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเองตามแบบของตัวเองครับ อย่างเรื่องความชอบ การแต่งตัว การมองอะไร การคิดอะไรสักอย่างที่ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามเสียงส่วนใหญ่ คืออาจเห็นด้วยก็ได้หรือถ้าคิดแล้วว่ามันไม่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรามีความเป็นตัวของตัวเองแล้วในกรณีที่เราต้องทำอะไรร่วมกับผู้อื่นก็ต้องรู้จักที่จะรับฟังความเห็นของคนอื่นและยอมรับความแตกต่างของคนอื่นด้วยนะครับ

ถ้าเรามีความเป็นตัวของตัวเองชีวิตจะมีสีสันขึ้นเองครับเพราะมันจะมีความหลากหลายในทุกๆ ด้าน ต่างกับทุกวันนี้ที่ทุกอย่างมีแต่ที่เหมือนกันไปหมด ซึ่งนั่นแหละครับที่จะทำให้ชีวิตสนุกและน่าสนใจ

ผมสนับสนุนให้คนมีความเป็นตัวของตัวเองและแตกต่างกันครับ


โดย นาย nyo

ภาพประกอบเนื้อหาจากอินเตอร์เน็ต




Create Date : 23 กรกฎาคม 2555
Last Update : 23 กรกฎาคม 2555 14:33:51 น.
Counter : 7054 Pageviews.

11 comments
Food For Fun::Hot Wok Return # 97 "อ้วนไม่กลัว...กลัวไม่อิ่ม" ... บวดฟักทอง ... tanjira
(10 ก.ค. 2567 09:05:31 น.)
the treasured petal พุดดิ้งรสกาแฟ
(7 ก.ค. 2567 01:16:05 น.)
เมื่อเราเบื่อคน Alex on the rock
(6 ก.ค. 2567 10:14:53 น.)
ตะพาบๆ กม.ที่ 355 "3 in 1" nonnoiGiwGiw
(6 ก.ค. 2567 11:28:48 น.)
  
มันเหมือนการปรับตัวอย่างหนึ่ง,
เมื่อก่อนก็ต้องมีอะไรเหมือนคนอื่นเค้า โดยเฉพาะโทรศัพท์
รุ่นใหม่ออกซื้อ ทั้ง ๆ ที่เครื่องที่ใช้อยู่ก็ยังสภาพดี

" นี่ เธอยังใช้รุ่นนี้อยู่เหรอ เชยจัง เดี๋ยวนี้เค้าใช้ BB,I-phone กันแล้ว "

ตอนหลังเราคงเหนื่อยที่จะตามมั้ง จะเรียกว่าเป็นตัวของตัวเองดีกว่า

โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็ของ samsung candy ซื้อมาหลายปีละ ก็ยังใช้ดีอยู่ ทั้งตกน้ำ ตกรถ ตกบันได มันก็ยังใช้ได้ดีอยู่

สำหรับการแต่งตัว ก็แบบที่เราชอบอ่ะ หลากหลาย
แต่สิ่งสำคัญคือ ถูกต้องตามกาละเทศะ

บางวันเสื้อรัดรูป กระโปรงยาวลากพื้น
บางวันเสื้อเชิร์ต กระโปรงพรีืสั้นกลีบรอบตัว
บางวันสไตล์หวาน ๆ เดรสลายดอกไม้
บางวันเสื้อยืด กางเกงยีนส์
ถ้าไปวัดก็เสื้อยืด กางเกงขายาว หรือไม่ก็เสื้อแขนยาว+กางเกงยีนส์เลยเข่า
โดย: เด็กน้อยตัวแสบ วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:37:23 น.
  
คิดเหมือนปรัชญาเลดี้กาก้าเลย

people say i'm different
but i wanna say you are all the same (which is weird for me)

อะไรประมาณนี้นะคะ พอดีไม่ได้ cap คำพูดของเลดี้กาก้าไว้
แต่เค้าก็พูดทำนองนี้นะคะ ทำให้คนได้คิดว่า ทำไมต้องเหมือน
ทำไมต้องตามกระแส
โดย: พัพฟี่ (ก้าวจุงกิ ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:53:19 น.
  
เป็นบทความที่ดี!และโดน!มากๆ
โดย: MEME IP: 1.1.162.3 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:40:17 น.
  
ชอบบล็อกมากเลยค่ะ ตั้งใจเขียนดีจัง

โดย: นาท-วริน IP: 223.206.15.1 วันที่: 25 เมษายน 2556 เวลา:14:46:07 น.
  
เราอ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยยย ..
เราก็เป็นคนนึงที่ใครๆ มองว่าไม่เหมือนคนอื่น
เราพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่น .. จนกลายเป็นว่า.. คำว่าก็ได้ หรือ โอเคตามนั้น มันติดปาก เพื่อที่จะอยากเหมือนคนอื่น
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เราก็รู้สึกว่า ..เราไม่มีความสุขเลย
แล้วไหนจะต้องพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่น แล้วมันก็ไม่เหมือน คนอื่นๆ ก็ยังมองว่าเราแตกต่างอยู่ดี
แถมเรายังมีปัญหาเรื่องการพูด สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ จนทำให้เรื่องเดียวกัน ต้องถกเถียงกัน ยังกับมันเป็นคนละเรื่อง ..
เพียงแค่เราคิดและเสนอออกไปในรูปแบบที่ต่างออกไป
แต่มันติดที่เรายังแคร์คนที่เราอยู่ด้วยตอนนี้ ..เพื่อนๆ เรา เราอยากอยู่กับเขาแม้ว่าเขามองเราแตกต่าง .. เขาก็ยอมรับเรานะ แต่ไม่สามารถเข้าใจกันได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ..ในบางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ๆ
ขอบใจนะที่เอาบทความนี้มาลง อย่างน้อยเราก็รู้ว่าคนแบบเรา ..คนที่ไม่เหมือนคนอื่น ก็ยังมี คนที่รู้สึกเหมือนๆ กัน และคนที่มีความสุขในการเป็นตัวของตัวเอง :))
เราก็หวังว่าวันนึงเราจะกล้าก้าวออกมาจากมุมที่ซ่อนอยู่
โดย: ปอเปี๊ยะ IP: 171.98.162.192 วันที่: 14 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:26:36 น.
  
ขอบคุณครับ คุณ MEME และคุณ นาท-วริน

สวัสดีครับ คุณ ปอเปี๊ยะ
ขอให้กล้าที่จะออกมาเป็นตัุวเองได้เร็วๆ นะครับ
โดย: nyo วันที่: 21 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:55:40 น.
  
ดีใจจัง..ที่รู้ว่ามีคนคิดเหมือนกัน
เราก็คล้ายกับคุณ ปอเปี๊ยะเลยค่ะ
เมื่อก่อนอยู่บ้านนอก อยู่กับครอบครัว..เราเป็นตัวของตัวเองมาก
แต่พอย้ายมาอยู่เมืองหลวง ก็ไม่รู้ทำไม เราถึงกลัวความแตกต่าง กลัวความโดดเด่น
เราเลยพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนๆกับคนทั่วไป ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม รวมทั้งสไตล์การใช้ชีวิต เหมือนเรากลัวความรู้สึกโดดเดี่ยว หรือถูกหมั่นไส้...แต่มันทำให้เราไม่มีความสุขเลยจริงๆ
ทุกวันนี้ เราก็พยายามถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่า..จะเป็นไรมั๊ย ถ้าเราจะเป็นตัวของตัวเอง จะดีหรือแย่ลงถ้าเราจะแต่งตัวตามใจ(และกาละเทศะ)ในแบบของเรา ปัญหาคือ เราคงยังขาดความมั่นใจในตนเอง...และนี่ คือสิ่งที่เราจะคอยหมั่นเติมให้ตัวเองเรื่อยๆ จนกว่าเราจะมีความมั่นใจมากพออีกครั้ง

ขอบคุณบทความสร้างกำลังใจดีๆ ของคุณ nyo มากนะคะ
ทุกครั้งที่ไม่มั่นใจขึ้นมาอีก เราจะนึกถึงบทความนี้..มิเช่นนั้น เรามีชีวิต ก็คงเหมือนไม่ได้ใช้...
++++ @^_^@ ++++
โดย: ดอกไม้สีเงิน IP: 1.20.0.172 วันที่: 31 กรกฎาคม 2556 เวลา:1:25:16 น.
  
มาช้าไปหลายปี ^^

แต่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าของบล็อกพูดถึง เราว่ามันเป็นความเคยชินของคนในสังคมแบบที่พี่โน้ตอุดมพูด คือ ทำตามกันมาโดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป พอใครไม่ทำก็ไปว่าเค้าอีก คือบางทีอาจไม่ได้ตั้งใจจะว่า แต่คำพูด(ที่เกิดจากความเคยชินและคนในสังคมพูดกันหมดทุกคน)ถ้ามองในมุมของคนที่มีความคิดแตกต่าง นั่นคืการ "ต่อว่า" และคือความ "น่าเบื่อ" น่าเบื่อตรงที่คนที่ต่อว่านั้นไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าคำพูดที่ตัวเองพดอยู่นั้นไปกระทบคนอื่นตรงไหน เพราะใครๆก็พูดกัน จนมองไม่เห็นพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น จนขาดการเคารพความคิดของคนอื่น เหมือนที่ทาทาเคยพูด "ทำไมคนไทยเจอกันแล้วทักแต่คำว่า อ้วนขึ้นนะ ผอมลงนะ" ทักกันจนไม่ได้มองโลกภายนอกเลยว่าสำหรับชาวต่างชาติอื่นๆในโลกนั้นมันเป็นการเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเค้านะและเป็นเหมือนการต่อว่าเค้ากลายๆด้วยนะ เท่ากับเป็นการพูดเสียมารยาทใส่ผู้อื่นโดยที่คนพูดไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะชั้นรู้แค่ชั้นเกิดเมืองไทย พูดกับคนไทย พูดแบบคนไทย คิดแบบคนไทย (ไม่ได้เหยียดคนไทยนะแต่เปรียบให้เห็นภาพตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

สรุปแล้วเราว่าหลายคนยังขาดความนับถือคนอื่นอยู่อีกมาก หมายถึงคนอื่นที่คิด พูด ทำแตกต่างจากเรา อย่างที่ทำงานเรา ทุกคนจะปรับตัวเข้าสังคมได้ดีมาก สังคมเก่งมากเราขอชม คือแบบว่า เธอนินทาใครชั้นนินทาด้วย เธอด่าใครชั้นด่าด้วย เธอแขวะใครชั้นแขวะด้วย (โดนมาแล้วกับตัว เหมือนโดนหมารุมกัดเลย) ลึกๆคือกลัวไม่มีคนคบ แต่ลับหลังเราก็เห็นพวกนั้นก็นินทากันเอง เราก็เลยสงสัยลึกๆว่าพวกนั้นสังคมเก่งหรือเป็นพวกกลัวสังคมปฏิเสธกันแน่

จะว่าไปชอบสิ่งที่คุณพัฟฟี่โพสเหมือนกัน และส่วนตัวเราคิดว่าคนที่ชอบทำอะไรตามคนอื่นคือคนที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก
โดย: dtaa IP: 171.99.3.112 วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:17:19:38 น.
  
มาช้าไปหลายปี ^^

แต่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าของบล็อกพูดถึง เราว่ามันเป็นความเคยชินของคนในสังคมแบบที่พี่โน้ตอุดมพูด คือ ทำตามกันมาโดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป พอใครไม่ทำก็ไปว่าเค้าอีก คือบางทีอาจไม่ได้ตั้งใจจะว่า แต่คำพูด(ที่เกิดจากความเคยชินและคนในสังคมพูดกันหมดทุกคน)ถ้ามองในมุมของคนที่มีความคิดแตกต่าง นั่นคืการ "ต่อว่า" และคือความ "น่าเบื่อ" น่าเบื่อตรงที่คนที่ต่อว่านั้นไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าคำพูดที่ตัวเองพดอยู่นั้นไปกระทบคนอื่นตรงไหน เพราะใครๆก็พูดกัน จนมองไม่เห็นพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น จนขาดการเคารพความคิดของคนอื่น เหมือนที่ทาทาเคยพูด "ทำไมคนไทยเจอกันแล้วทักแต่คำว่า อ้วนขึ้นนะ ผอมลงนะ" ทักกันจนไม่ได้มองโลกภายนอกเลยว่าสำหรับชาวต่างชาติอื่นๆในโลกนั้นมันเป็นการเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเค้านะและเป็นเหมือนการต่อว่าเค้ากลายๆด้วยนะ เท่ากับเป็นการพูดเสียมารยาทใส่ผู้อื่นโดยที่คนพูดไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะชั้นรู้แค่ชั้นเกิดเมืองไทย พูดกับคนไทย พูดแบบคนไทย คิดแบบคนไทย (ไม่ได้เหยียดคนไทยนะแต่เปรียบให้เห็นภาพตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

สรุปแล้วเราว่าหลายคนยังขาดความนับถือคนอื่นอยู่อีกมาก หมายถึงคนอื่นที่คิด พูด ทำแตกต่างจากเรา อย่างที่ทำงานเรา ทุกคนจะปรับตัวเข้าสังคมได้ดีมาก สังคมเก่งมากเราขอชม คือแบบว่า เธอนินทาใครชั้นนินทาด้วย เธอด่าใครชั้นด่าด้วย เธอแขวะใครชั้นแขวะด้วย (โดนมาแล้วกับตัว เหมือนโดนหมารุมกัดเลย) ลึกๆคือกลัวไม่มีคนคบ แต่ลับหลังเราก็เห็นพวกนั้นก็นินทากันเอง เราก็เลยสงสัยลึกๆว่าพวกนั้นสังคมเก่งหรือเป็นพวกกลัวสังคมปฏิเสธกันแน่

จะว่าไปชอบสิ่งที่คุณพัฟฟี่โพสเหมือนกัน และส่วนตัวเราคิดว่าคนที่ชอบทำอะไรตามคนอื่นคือคนที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก
โดย: dtaa IP: 171.99.3.112 วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:17:30:41 น.
  
ไม่ช้าไปหรอกครับ
ที่ผมเอามาเขียนใส่บล๊อกไว้ก็เพื่อให้เปิดเจอได้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ไม่ถูกลบ เผื่อหลายปีผ่านไปก็ยังมีใครมาเปิดเจอได้อยู่ เพราะผมเชื่อว่าเรื่องปัญหาความเป็นตัวของตัวเองนี้จะยังอยู่กับสังคมไทยไปอีกเป็นสิบปีครับ
โดย: nyo วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:14:41:37 น.
  
ชอบประโยคนี้ค่ะ ชีวิตที่เป็นสูตรสำเร็จมันจะไปสนุกอะไร
ความแตกต่างที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวนี่เองที่ทำให้ชีวิตมันน่าสนใจ
*** ขอเก็บมาเป็นคำคมชีวิตนะคะ55^+++^
โดย: chanikan IP: 183.89.108.229 วันที่: 13 ตุลาคม 2560 เวลา:22:50:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Naai-nyo.BlogGang.com

nyo
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]

บทความทั้งหมด