กัณฐกะ ๑ ใน ๗ สหชาติ ของพระพุทธเจ้า

จะเกล่าถึง  1 ใน 7 สหชาติ ของพระพุทธเจ้า... นั่นคือ กัณฐกะ

เรื่องราวทั้งหมดของกัณฐกะ.มีอยู่ในสารานุกรมไทย .

ฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า .กัณฐกะ.เป็นชื่อม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ.

ทรง.แล้วหนีออกจากพระราชวัง. ไปพร้อม.กับนายฉันนะ ผู้เป็นสารถีข้างกาย

เจ้าชายสิทธัตถะ
.เสด็จลงจากปราสาท.แล้วตรัสกับพญาม้าว่า กัณฐกะ.

วันนี้.เจ้าจงพาเราข้ามฝั่งสักครั้งหนึ่งเถิด .เราอาศัยเจ้าได้ข้ามไปแล้ว.

จักยังโลก.พร้อมทั้งเทวโลก.ให้ข้ามฝั่งด้วยจากนั้นพระโพธิสัตว์.

เสด็จขึ้นประทับบนหลังม้ากัณฐกะ .กล่าวกันว่า.เมื่อม้ากัณฐกะ.

ผูกอานพร้อมที่จะออกเดินทางได้แล้ว.ก็รีบวิ่งไปโดยไม่ให้เสียเวลา.
พร้อมทั้งส่งเสียงร้องกึกก้อง.ด้วยความยินดี แต่.เทพยดา.บันดาลให้เสียงร้อง.
และเสียงฝีเท้า.ที่วิ่งไปตามถนนนั้น.ไม่ดังอย่างเคย. โดยปรกติแล้ว.เสียงร้อง.
และเสียงฝีเท้าวิ่งควบ.ของกัณฐกะจะได้ยินไปทั่วเมืองกบิลพัสดุ์ ...







 

"พญาม้ากัณฐกะ

เป็นม้าที่ถึงพร้อมด้วยรูป .คือ.ส่วนยาวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง 18 ศอก .

ส่วนสูงพอเหมาะกับส่วนยาว.มีฝีเท้าและกำลังอันเลิศ.

 มีสีขาวล้วนประดุจสังข์ที่ขัดสะอาดแล้ว .กัณฐกะ.มีความแข็งแรง .

หากจำเป็น.อาจกระโดดข้ามกำแพงเมืองซึ่งสูงถึง ๑๘ ศอกได้ทันที ..

พอเจ้าชายสิทธัตถะ.ออกมาภายนอกเมืองกบิลพัสดุ์ได้แล้ว. จึงหยุดม้า.

หันกลับไปมองดูเมืองกบิลพัสดุ์เป็นครั้งสุดท้าย .ภายหลัง.สถานที่ตรงนั้น

ได้สร้างเจดีย์ขึ้น เรียกว่า กัณฐกนิวัตเจดีย์ .. ระหว่างเวลาเที่ยงคืน

ถึงเช้า
ม้ากัณฐกะเดินทางได้ ๓๐ โยชน์ .ถึงแม่น้ำอโนมา

.กล่าวกันว่าม้ากัณฐกะ. กระโดดเพียงครั้งเดียว.ก็ข้ามแม่น้ำอโนมาได้ ...








 

เมื่อข้ามฝั่งแม่น้ำแล้ว.

เจ้าชายสิทธัตถะ.ทรงดำริว่า ผมของเราอย่างนี้.ไม่ควรแก่เพศบรรพชิต .

ผู้อื่น.ที่สมควรจะตัดผมของพระโพธิสัตว์.ย่อมไม่มี .

จึงใช้พระขรรค์ตัดพระเมาลี (มวยผม) จนเหลือพระเกศา.
ยาวเพียงสององคุลีเวียนขวา แนบติดพระเศียร .ส่วนพระมัสสุ (หนวด)
ก็มีพอประมาณ.

เหมาะกับพระเกศา .พระเกศาและพระมัสสุของพระโพธิสัตว์.

ได้มีประมาณเท่านั้น.ตลอดพระชนม์ชีพ .กิจด้วยการปลงพระเกศา.

และพระมัสสุมิได้มีอีกต่อไป.จากนั้น รับสั่งนายฉันนะว่า 

" เธอจงนำม้ากัณฐกะกลับไป. แล้วกราบทูลข่าวการบรรพชาของเราแก่พระชนกและพระมาตุจฉาและรับสั่งกับกัณฐกะให้กลับไปยังเมืองกบิลพัสดุ์เถิด. ม้ากัณฐกะ.ได้ยินพระดำรัสของพระโพธิสัตว์ .คิดว่า  .

บัดนี้เราจักไม่ได้เห็นนายของเราอีกต่อไป.
พอละสายตาจากพระโพธิสัตว์.

ก็ไม่อาจกลั้นความโศกไว้ได้. จึงหัวใจแตกตายในเวลาต่อมา.
และไปบังเกิดเป็นเทพบุตรนามว่า
"กัณฐกะเทพบุตร" ในภพดาวดึงส์.....


 







Link ที่กี่ยวข้อง : 

 

 

 




Create Date : 10 มกราคม 2565
Last Update : 25 เมษายน 2566 14:33:40 น.
Counter : 1451 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Mycatmyhome.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 5236191
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด