ทริปปีใหม่หลีกหนีผู้คน วันที่สอง - พระนอนหินทราย ปราสาทหินเมืองเสมา - วัดเขาจันทน์งาม
วันที่สอง หลังจากเช๊คเอาท์ออกจาก "ซับประดู่รีสอร์ท" จากตอนแรกที่จะ ปราสาทหินพิมาย ซึ่งได้ไปขอข้อมูลการเดินทางจากคุณ chotto ไว้แล้ว แต่เพราะปีใหม่คนคงไปเที่ยวกันเยอะ บ้านเราไม่ชอบเที่ยวที่คนเยอะๆ แออัดเท่าไหร่ เราก็ตกลงกันว่าจะไปเมืองเสมา ที่อ.สูงเนิน แทน ถึงแม้จะเทียบความอลังการของปราสาทไม่ได้ แต่เราตกลงกันว่าจะมา พิมาย กันโอกาสหน้าที่คนน้อยๆ กว่านี้

หลังจากเห็นรีิวิวของป้ากำปงพิราเทวี รีวิวนี้ ทำเราอยากมามากมาย แต่เราถ่ายรูปสวยสู้มือโปรไม่ได้ 55++

//www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G5473571/G5473571.html

ขับรถออกจากซับประดู่ ก็กลับรถเพื่อไป อ.สูงเนิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก มุ่งหน้าตามเส้นทางและป้ายบอกเป็นระยะๆ เราก็มาถึงที่แรกสำหรับวันนี้

วัดธรรมจักรเสมาราม
ตั้งอยู่ที่ บ้านคลองขวาง ต.เสมา อ.สูงเนิน

ที่วัดนี้เราจะพบกับ พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ใครๆ ก็คิดว่าธรรมดาใช่ไหมคะ แต่พระนอนที่วัดนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด แต่พระนอนนี้เป็นพระนอนหินทรายองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (พระนอนหินทรายนะคะ)

พระนอน เป็นพระพุทธรูป ที่สร้างขึ้นในสมัยทวารวดีอายุประมาณ 1200 กว่าปี สร้างขึ้นโดยนำหินทรายขนาดใหญ่หลายๆ ก้อนมาประกอบเข้าด้วยกัน ขนาดขององค์พระมีความยาว 13.30 ม. สูง 2.8 ม.



เห็นหินทรายที่เรียงกันเป็นก้อนๆ ไหมคะ



ด้านหลัง พระหัตถ์ซ้ายแกะจากหินทรายก้อนเดียว



เดินผ่านพระอุโบสถ ไปยัง อาคารจัดแสดงโบราณวัตถุเสมาธรรมจักร ภายในอาคารจะพบกับ ธรรมจักรหินทราย

ธรรมจักร สร้างขึ้นด้วยหินทรายศิลปะทวารวดี ขุดพบพร้อมกับพระนอน เป็นธรรมจักรแบบทึบ แกะสลักเป็น
รูปซี่กงล้อเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.41 ม. ตรงแกนกลางกว้าง 31 ซม. ตอนล่างของธรรมจักรมีลายสลักเป็นรูปหัวสิงห์ (ซึ่งลายนี้อาจได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะศรีวิชัย)



ภายในอาคารยังจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดพบ





ใกล้ๆ วัด ประมาณ 500 ม. เราขับเข้าไปยัง โบราณสถานเมืองเสมา ซึ่งเป็นโบราณของสมัยทวารวดี แต่ชื่อจริงมีอยู่ในจารึกพบที่เมืองโบราณแห่งนี้ระบุชื่อ ศรีจนาศะ หลักฐานต่างๆ ของเมืองเสมา ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

เมืองเสมา เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ มีคูเมืองและกำแพงดินล้อมรอบ ขนาดของเมืองกว้าง 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร

แต่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังคล้า่ยกำแพงเมือง ถูกทิ้งร้างไว้ไม่มีการดูแลเท่าที่ควร






หลวงพ่อที่วัดธรรมจักรฯ บอกเราว่า เมืองเก่านี้เคยขุดพบซากมนุษย์และสิ่งของเครื่องใช้โบราณด้วย แต่ปัจจุบันบางส่วนถูกนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์พิมาย และซากมนุษย์ ชาวบ้านแถวนี้ก็ให้ฝังไว้ตามเดิมไม่ได้ขุดขึ้นมา ทำให้เมืองเสมานี่เหลือแต่เค้าโครงกองหินอย่างที่เห็น



ยังคงมีบ่อน้ำล้อมรอบคูเมืองให้เห็นบ้าง (อ้อ...มองให้เป็นบ่อน้ำนะคะ พอดีหญ้ามันขึ้นรกปกคลุมเยอะไปหน่อย)



หลังจากนั้นก็ขับเข้ามาในเมืองเพื่อไป เมืองโบราณที่ตำบลโคราช หรือ เมืองโคราชเก่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมขอมในอดีตที่พบในเขตนครราชสีมา มีร่องรอยโบราณสถานหลงเหลือให้เห็น 3 แห่งด้วยกันคือ ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองแขก ปราสาทเมืองเก่า

"ปราสาทโนนกู่"

เป็นโบราณสถานขนาดเล็กก่อด้วยอิฐและหินทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
จากการขุดแต่งปราสาทแห่งนี้ในปีพ.ศ.2534-3535 ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น ศาสนสถานในศาสนาฮินดู ที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะเขมรโบราณ ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15





แต่ที่หลงเหลืออยู่ มีแต่ "โคปุระ" (ซุ้มประตู)



ขับไปใกล้ๆ กันค่ะ (ประมาณ 600 เมตร)

"ปราสาทเมืองแขก"

เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐและหินทราย มีลักษณะแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ ประกอบด้วยปราสาทประธาน บรรณาลัย (ห้องสมุด) ๒ หลัง ระเบียงคด ซุ้มประตู สระน้ำ กำแพงแก้ว และปราสาทก่อด้วยอิฐขนาดเล็ก พบทับหลังที่แกะสลักลวดลายต่างๆ ประติมากรรมรูปเทพเจ้า รวมทั้งศิลาจารึกที่ถูกนำมาก่อเป็นฐานประตูซุ้มชั้นนอกสุด สันนิษฐานว่าปราสาทแห่งนี้น่าจะเป็น ศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15



เป็นปราสาทที่ยังคงเหลือเค้าโครงให้เห็นมากที่สุดในบรรดาปราสาททั้ง 3 แห่ง





ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือร่องรอย



โคปุระ ที่ยังคงเห็นรอยสลักชัดเจนอยู่บ้าง



หลังจากนั้นก็ขับมาไกลนิดหน่อย ประมาณ 3 กม.

"ปราสาทเมืองเก่า"

ตั้งอยู่ในวัดปรางค์เมืองเก่า ปราสาทเมืองเก่าเป็นโบราณสถานขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง หินทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นโบราณสถานในศาสนาพุทธลัทธิมหายานประเภท อโรคยาศาล (โรงพยาบาล) ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรขอม ทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.1724-1763



แผนผังประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง มีบรรณาลัยอยู่ทางมุมขวาด้านหน้า ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วซึ่งมีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้า นอกกำแพงมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมกรุด้วยศิลาแลง



จากข้อมูลป้ากำปงฯ ปราสาทหินเมืองเก่า เป็นหนึ่งใน 30 อโรคยาศาลในภาคอีสาน จากทั้งหมด 102 แห่ง ที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรเขมร ทรงสร้างขึ้นเมื่อ 787 ปี

ซุ้มประตูด้านหน้า


ปราสาทนี้แปลกตาที่สุดในบรรดาปราสาท 3 แห่ง เพราะลักษณะเป็นศิลาแลงก้อนใหญ่

บรรณาลัยด้านใน



ด้านนอกมีสระน้ำก่อด้วยศิลาแลง 1 สระ

***บอกกล่าวกันสักนิดนะคะ ตอนที่เราไปปราสาททั้ง 3 แห่งกำลังปรับปรุงถนนอยู่ ถนนเป็นดินลูกรังอยู่เลย ปราสาทที่เรานำมาให้ชมเพราะเราเจาะถ่ายมา แต่ถ้ามีใครสนใจมาจริงๆ

ขอให้คิดนิดนึงค่ะ ว่าถ้าท่านไม่ชอบเที่ยวโบราณสถานแบบนี้ มาแล้วคงนึกว่าเราในใจ ว่าไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย ไปพิมายดีกว่า เพราะที่นี่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บางแห่งหลงเหลือซากเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจริงๆ โดยเฉพาะเมืองเสมา ขับรถเข้าไปแล้วเหมือนเมืองร้าง แต่ด้วยความที่เป็นโบราณสถานเก่าสมัยทวารวดี คงมีให้เห็นเพียงแค่นี้ มาแล้วอาจไม่คุ้มกันนะคะ แต่ด้วยความชอบส่วนตัวของเราเราจึงอยากมา ****


หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปยังจุดหมายต่อไปที่ อ.สีิคิ้ว

"วัดเขาจันทน์งาม"

อยู่ก่อนนึงร้านอาหารสวนเมืองพรนิดเดียว ทางเข้าเดียวกับน้องหนึ่งรีสอร์ทและไก่ย่างน้องหนึ่ง ขับรถเข้าไปประมาณ 3 กม. ก็จะเจอวัดอยู่บนเขาจันทน์งาม

บรรยากาศในวัดเงียบสงบมาก จอดรถแล้วเดินเท้าผ่านป่าอันร่มรื่นเข้าไปประมาณ 150 เมตร (ทางเดินสะดวกค่ะ ไม่เหนื่อย และไม่ร้อนด้วย เพราะมีต้นไม้ปกคลุมกันแดดให้อย่างดี)

ภาพเขียนสีโบราณ อายุ 4000 ปี

ภาพเขียนลงสีแบบเงาทึบสีแดงเป็นแนวปรากฎอยู่บนเพิงผาหินทรายด้านหนึ่ง อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 4 เมตร เป็นรูปคนและสัตว์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่หรือกิจกรรมบางอย่างของกลุ่มคน สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นโดยชุมชนเกษตรกรรมที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มีอายุระหว่าง 4,000 ปี

ภาพเขียนสี มีภาพคน 32 ภาพ ผู้ชาย 28 ผู้หญิง 2 เด็ก 1 และภาพสัตว์ นก เสือ สิงโต หมา และยังมีอาุวุธ คือ ธนู ด้วย

แต่ภาพทั้งหมด เหลือให้เห็นเด่นชัดเพียงแค่นี้



สังเกตุที่ผนังใต้ภาพเขียนยังคงพบภาพเขียนที่ยังคงเหลือร่องรอยจางๆ อยู่เล็กน้อย ในอดีตคงมีภาพมากกว่านี้

พลังซูมด้วยกล้องของเราได้มาใกล้สุดแค่เนี๊ย



ภาพที่มุมด้านอื่นๆ ยังพอมีให้เห็นรางๆ



นอกจากนี้เมื่อเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 80 เมตร จะพบกับภาพสลักบนหินทรายรูป พระสังกัจจายเจ้า ลงสีสวยสดงดงาม



เดินขึ้นไปอีกเล็กน้อยจะพบกับ พระปางไสยาสน์ องค์ใหญ่ ยาว 12.75 เมตร แกะสลักบนผนังหินทราย



เดินขึ้นไปด้านบนขององค์พระ จะพบกับ พระพุทธบาทสี่รอย (จำลอง)
กว้าง 5 เมตร ยาว 9.50 เมตร แกะสลักบนพื้นหิน

ตอนแรกเราก็สงสัยว่า สี่รอยยังไง ก็เป็นรอยพระบาทซ้อนกันสี่รอยจากเล็กไปใหญ่



ตามมุมพระบาท จะแกะสลักเป็นรูปเทพองค์ต่างๆ บนรอยพระบาทก็มีการแกะสลักลายต่างๆ ไว้ เราเห็นมีคนโยนเหรียญลงไปบนรอยตรงกลางด้วยนะ



หลังจากนั้นก็ลงเขาไปสักการะ พระบรมสารีริกธาตุึจากอินเดีย ซึ่งบรรจุในผอบ 3 องค์ ด้านหน้าพระประธานในธรรมศาลาอุโบสถ



หลังจากไหว้พระ ถวายสังฆทานและปัจจัยเสร็จ เราก็เข้าตัวเมืองปากช่อง
อาจจะเปลี่ยนฟิวส์นิดนึงนะคะ จากโบราณสถานและวัดวาอาราม
เพื่อไป "ทองสมบูรณ์คลับ" แต่ไปดูเฉยๆ พาน้องชายและแฟนน้องชายไปดู แต่ไม่ได้เล่นเครื่องเล่น คนยังกับหนอนและอากาศร้อนตับแลบขนาดนี้



ซื้อตั๋วรถรางนั่งขึ้นไปยังจุดเล่นเครื่องเล่นด้านบน คนละ 20 ผู้สูงอายุไม่เสีย













หลังจากนั้นก็ไปชอปปิ้งนิดหน่อยที่ เอาเลทท์ปากช่อง และแวะซื้อไอศรีมอืืมม์มิลล์ พอดีเค้าจัดกิจกรรมปีใหม่นิดหน่อย



ถือว่าเป็นทริปปีใหม่ที่คุ้มมากๆ เลย (2 วัน 1 คืนเอง) ได้ไปทั้ง พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินแปลกตา ปราสาทหินและเมืองโบราณที่ไม่ค่อยมีคนรู้่จัก วัดที่เป็นอันซีนมากทั้งที่ผ่านไปซื้อตุ๊กตาหินแถวๆ นั้นออกบ่อย และบ้านพักราคาถูกน่ารักริมอ่างเก็บน้ำบรรยากาศดีๆ ขอบคุณผู้ที่ได้เอ่ยนามและผู้ที่เราหลงลืมนามเพราะแอบเข้าไปเก็บข้อมูลมาก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ

เพราะอากาศกลางคืนเย็น กลางวันร้อนและตะลอนทัวร์ กลับมาก็เลยป่วยวันสิ้้นปี ได้เคาท์ดาวน์ฉลองปีใหม่อยู่บนเตียงซะงั้นอ่ะ

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมนะคะ



*****



Create Date : 06 มกราคม 2551
Last Update : 8 มกราคม 2551 7:56:20 น.
Counter : 3046 Pageviews.

4 comments
ททท. จับมือฮาล์ฟ โทสท์ ส่งสุขผ่านเพลง กับ Why Festival Carnival Charity เทศกาลเขา มันส์ ได้ Noppamas Bee
(8 ก.ค. 2567 15:22:27 น.)
เที่ยวฮาโกเน่ ด้วย Hakone Free Pass poongie
(20 ก.ค. 2567 11:01:45 น.)
มาย้อนรอยกับความสุขวันวานยังหวานอยู่ที่สิงห์บุรี ณ พิพิธภัณฑ์บ้านก๋ง อุ้มสี
(6 ก.ค. 2567 19:55:53 น.)
เมืองแปร - ย่างกุ้ง : พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณศรีเกษตร สายหมอกและก้อนเมฆ
(4 ก.ค. 2567 18:50:33 น.)
  
ตามมาเจออีกแล้ว

ขอติดไปเที่ยวด้วยค่ะ

ได้ยินชื่อเมืองเสมา ไพล่ไปคิดถึงเมืองฟ้าแดดสงยางซะงั้น

โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:13:11:19 น.
  
ว้าว น่าไปเที่ยวมากๆเลยนะครับ ชอบพระพุทธรูปที่ทำจากไม้ใช่ไหมครับ น่าสนใจมากๆเลย วันนี้ขอไปเป็นลูกทัวร์ด้วยคนนะครับ
โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:16:09:22 น.
  
คุณซอร์บอนน์ขา

พระพุทธรูปทำจากหินทรายก้อนใหญ่ค่ะ แต่สีอาจเหมือนไม้มากไปหน่อย 55++ ดูรูปแรกสุดเลยจะเห็นแยกเป็นก้อนๆ ชัดเจนเลยค่ะ น่าไปมากเลย แต่น้องชายบ่นว่าไกลไปหน่อย
โดย: ทะเลตะวัน วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:18:09:16 น.
  
น้องแพ็ทน้ำโสม
โดย: แพ็ท IP: 125.24.140.212 วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:12:19:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

My-way.BlogGang.com

Bitter_Sweethearts
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]