|
|
ธรรมะวันนี้ ๒๑ ม.ค. ๒๕๖๘
ธรรมะวันนี้
เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ ตามเป็นจริง เราและพวกเธอจึงท่องเที่ยวไปในชาตินั้นๆสิ้นกาลนาน เราได้เห็นอริยสัจ ๔ เหล่านั้นแล้ว เราถอนตัณหาอันจะนำไปสู่ภพเสียได้แล้ว มูลแห่งทุกข์เราตัดได้ขาดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ดังนี้ฯ
:-พุทธวจน _______________________
..ความระลึกได้และความรู้ตัว.. ที่จะทำอะไรไม่ผิดนั้น ข้อสำคัญอยู่ที่สติ ถ้ามีสติคุ้มครอง กาย วาจา ใจ อยู่ทุกขณะ จะทำอะไรไม่ผิดพลาดเลย ที่ผิดพลาดเพราะขาดสติคือ เผลอ เหม่อ เลินเล่อ ประมาท ระเริง หลงลืม จึงผิดพลาด จงนึกถึงคติพจน์ว่า " กุมสติต่างโล่ป้อง อาจแกล้วกล่างสนาม " เพราะฉะนั้นควรฝึกฝนสติ (ความระลึกรู้ก่อนทำ ก่อนพูด ก่อนคิด) สัมปชัญญะ(รู้ตัวอยู่ทุกขณะที่กำลังทำอยู่ พูดอยู่ คิดอยู่) เมื่อทำเสร็จแล้วก็มีสติตรวจตราพิจารณาดูว่าบกพร่องอย่างไร หรือเรียบร้อยบริบูรณ์ดี ถ้าบกพร่องก็รีบแก้ไขเพื่อให้สมบูรณ์ต่อไป ถ้าเรียบร้อยดีอยู่แล้ว ก็พยายามให้เรียบร้อยดียิ่งๆ ขึ้นไป จนถึงที่สุด
:-ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต _______________________
ถ้าผู้ใดได้ทำไว้สร้างไว้ ซึ่งคุณงามความดี ความดีนี่แหละนำเราปกปักเราไปสู่สุคติ "
:-หลวงปู่ฝั้น อาจาโร _______________________
" ชีวิตมีค่าทุกวัน ทำน้อยได้น้อย ทำมากก็ได้มาก สตินี้ทำได้ทุกระยะ สติพร้อม ไม่มีทุกข์ เป็นบุญพร้อม เป็นปัญญาพร้อม จิตผ่องใส จิตก้าวหน้าพร้อม จะไปมีปัญหาในชีวิตได้อย่างไร ไม่ต้องถามว่าจะอยู่ไปทำไม ทุกวันๆ ก็มันแจ่มแจ้งแล้วนี่ จิตอยู่ในพุทธธรรม อยู่ในแสงสว่าง จิตมุ่งสู่นิพพาน ธรรมอะไรมันไม่สูงไปกว่านี้หรอก "
:-หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต _______________________ ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นหนุ่ม เป็นสาวนี่แหละดี เพราะเมื่อแก่เฒ่าไปแล้ว จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย หากจะรอไว้ให้แก่เสียก่อนแล้ว จึงค่อยปฏิบัติก็เหมือนคนที่คิดจะหัดว่ายน้ำ เอาตอนที่แพใกล้จะแตก มันจะไม่ทันการณ์
:-หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ _______________________
กิเลสขั้นสุดท้าย ที่จะต้องละให้ได้ก็คือละการถือตัวและการยึดติดกับ ความสุขภายในจิต เพราะเป็นความสุขที่ไม่เที่ยง...เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พอปล่อยวางความสุข ปล่อยวางมานะได้แล้ว ธรรมเหล่านี้ก็จะหายไป จะเหลือแต่จิตที่สะอาดบริสุทธิ์ ที่มีความสุขอีก แบบหนึ่ง คือ เป็นความสุขที่ไม่เสื่อม เป็นความสุข ของความบริสุทธิ์ของใจ นี่คือขั้นสุดท้ายของการปฏิบัติ.
:-พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต _______________________
กิเลสเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมาได้ ด้วยการใช้สติสัมปชัญญะ พระอรหันต์เป็นผู้เปี่ยมอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะถึงที่สุด กิเลสไม่มีโอกาสเกิดเลย.
:-พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ _______________________
เราห้ามกิเลสไม่ให้มันเกิด ห้ามไม่ได้ แต่เรามีหน้าที่ตามดูตามรู้ให้เท่าทัน มันเกิดขึ้นมาก็ดู มันเกิดขึ้นมาก็รู้ มันเกิดขึ้นมาก็พิจารณา เพื่อละ เพื่อสละ
:-พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ _______________________
รักได้ ชอบได้ อย่าไปหวังอะไร ไปมากมายกว่านี้ มีหวังได้ แต่อย่าหวังมากมาย จนเกินไป..เพราะว่า.. สุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ย่อมเป็นมนุษย์วันยังค่ำ ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่ดี เพราะมันคือ ความจริง ความจริง ก็ย่อมคือความจริงไปวันยังค่ำ สุดท้ายความจริงก็ย่อมปรากฏเสมอ ไม่วันใดหรือวันหนึ่ง
:-พุทธทาสภิกขุ _______________________
" ไม่มีอะไรที่เป็น"ตัวกู" หรือเป็น"ของกู " แล้วความทุกข์จะเกิดที่ไหนได้ ความทุกข์มันจะต้องเกิด ที่ " ตัวกู ของกู เสมอ "
:-พุทธทาสภิกขุ _______________________
คนเรา สามารถ บรรลุธรรมได้ถึง ๕ เวลา คือ เมื่อกำลังฟังธรรมอยู่ เมื่อกำลังแสดงธรรมให้ผู้อื่นอยู่ เมื่อกำลังสาธยายธรรมอยู่ เมื่อเพ่งธรรมอยู่ และ เมื่อพิจารณาใคร่ครวญธรรมอยู่
:-พุทธทาสภิกขุ _______________________
...............................................
ขอขอบคุณที่มาจาก : เพื่อน LINE
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะริโตะคุง, คุณThe Kop Civil, คุณร่มไม้เย็น, คุณทนายอ้วน, คุณปรศุราม, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณtoor36, คุณeternalyrs, คุณtuk-tuk@korat, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณShaleebow, คุณmcayenne94, คุณkae+aoe, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณnonnoiGiwGiw, คุณดอยสะเก็ด, คุณอุ้มสี |
|
Mp5.BlogGang.com
**mp5**
 ผู้ติดตามบล็อก : 92 คน [ ?]
|
|
แต่ ความสุขเกิดได้แค่ บางเวลา
จริงแท้แน่นอนเลยนะครับคุณพี่