BOOK FAIR - March 2010 by merveillesxx ![]() งานหนังสือที่ใช้เวลาเดินเร็วที่สุดในชีวิต นั่นคือ ใช้เวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น!! (เนื่องจากมีธุระต้องไปทำต่อ) แต่ก็ยังอุตส่าห์ได้มา 13 เล่มดังนี้ - กนกพงศ์ สงสมพันธุ์: แผ่นดินอื่น (1996) - แดนอรัญ แสงทอง: ตำนานเสาไห้ (2009) - แดนอรัญ แสงทอง: แมวผี (2010) -Haruki Murakami: ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน - Koji Suzuki: แสงสว่างกลางทะเลลึก (1993) - Antoine de Saint-Exupery: Southern Mail ไปรษณีย์ใต้ (1929) - Antoine de Saint-Exupery: Night Flight เที่ยวบินกลางคืน (1931) - Charles Bukowski: ดื่มเบียร์ที่มุมบาร์ (1983) - Algernon Blackwood: The Wendigo (1910) - Damon Runyon: A Piece of Pie - Gabriel García Márquez: The Last Voyage of the Ghost Ship - Plato: Symposium - Orhan Pamuk.: My Name is Red (1998) สรุปรวมหนังสือที่ได้อ่านในปีนี้ ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. ![]() Slowness (1995, Milan Kundera, A+++++++++) How can he write a book like this? How can the author put all several themes and characters in this 150-pages-book? Now I realize why people call Kundera the GOD when he publishs his works. ![]() IGNORANCE (2000, Milan Kundera, A++++++++++++++++++++) ในแง่หนึ่งคุนเดอร่าใจร้ายกับตัว ละครของเขามาก เขาเสียดสี เหยียดหยาม ยั่วล้อ พวกเขาเหล่านั้นอย่างสุดขั้ว แต่ในอีกแง่หนึ่งตัวละครเหล่านี้มีเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ส่วนตัวของคุนเดอร่า (หรืออาจจะพวกเราทุกคน) ไม่มากก็น้อย มันอาจไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เราได้ยินน้ำเสียงของความเข้าใจเสียมากกว่า คุนเดอร่ามองมนุษย์อย่างทะลุปรุ โปร่ง ความซับซ้อนของกระยวนการคิดและ ปราการป้องตัวหลายสิบชั้น บางทีกลายเป็นความเขลา ความประมาท ความผิดพลาดที่น่าขันในชั่วพริบตา นี่คือเรืองน่าเศร้าที่เกิดกับทุกคน ![]() Midnight Mass (Machado De Assis รวมเรื่องสั้น, A+) Assis เป็นนักเขียนชาวบราซิลในยุคศตวรรษ ที่ 19 หนังสือเล่มนี้รวมเรื่องสั้นของ เขาไว้ 4 เรื่อง ซึ่งไม่ได้อ่านยากอะไรมากนัก (ยกเว้นเรื่องที่สาม) เรื่องของเขามักเป็นการจับภาพช่วง เหตุการณ์ของชีวิตมนุษย์ ผู้หนึ่งๆ มาเล่าได้อย่างน่าสนใจ และตบท้ายด้วยการขมวดปมสรุปจบอย่างรวดเร็วไม่ให้เราได้ทันตั้งตัว นอกจากนั้นงานของเขายังมีการอ้างอิงกับเรื่องศาสนาและพระเจ้าอยู่เสมอ (ซึ่งข้าพเข้าก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างตามยถากรรม) ถ้า เปรียบเป็นหนัง เรื่องสั้นของเขาคล้ายๆ กับ Eccentricities of A Blond Hair Girl ของ มาโนเอล เดอ โอลิเวียร่า กระมัง ![]() Novecento (1994, Alessandro Baricco, A) เพลิดเพลินดี มีบางจังหวะงงบ้างเล็กน้อย แต่ชอบ ไหม และ ไร้เลือด มากกว่า (ป.ล. หนังเรื่อง The Legend of 1900 สร้างจากหนังสือเล่มนี้้จ้ะ) ชอบตอนบรรยายถึงเรื่องตะปูกับกรอบภาพ สุดยอดการอุปมา ไหม นี่เหมือนหนังอาร์ต มินิมอล / ไร้เลือด เป้นหนังดำมืด / โนเวเชนโต้ เป็นหนังสปิริชวลแอนเวนเดอร์ มั้ง 55 ![]() คืนสีขาว (1848, ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้, A+/A) ถึงจะบางมาก แต่อ่านหนังสือเล่มนี้ต้องปรับ โหมดกันยกใหญ่ทีเดียว เพราะไม่ได้อ่านอะไรอย่งาจริงจัง มาร่วม 2 เดือน และไม่ได้อ่านหนังสือ "หมวดเทพ" แบบนี้มาเกือบ...เอ่อ...อย่านับเลย เศร้าเปล่าๆ (ฮา) ช่วงแรกๆ ทรมานมาก รู้สึกว่าเวิ่นเว้อเหลือเกิน แต่ตอนหลังๆ ค่อยรู้สึกว่า เอ้อ มันก็สวยงามดี หนังสือมีความ inner และ romanticism อย่างรุนแรง ก็อย่างว่า หนังสือเล่มีน้ว่าด้วย "คนช่างฝัน" นี่นา ![]() Love and Money (2006, Dennis Kelly, บทละคร, A++++) ไม่น่าแปลกใจที่ตัวเองจะ ชอบหนังสือเล่มนี้ เพราะชอบฉบับละครเวทีมากๆ อย่างไรก็ดี ดูละครเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และตอนดูก็สมองช้ำไปเลยทีเดียว พอมาได้อ่านหนังสือเล่มนี้เลยเห็นภาพอะไรมากขึ้น เห็นความเชื่อมโยงระหว่างแต่ละ ฉาก และแต่ละตัวละคร แล้วก็รู้สึกทึ่งว่าหนังสือบางๆ เล่มนี้ (ที่อ่านจบภายใน 30 นาที) สามารถทำเป็นละครเวทีที่ทรงพลังสุดๆ ได้ มีบางจุดที่เราลืมๆ ไปบ้าง พอมาอ่านใหม่เลยพบว่าละครเรื่อง นี้มันช่างเศร้าจริงๆ อย่างฉากสุดท้ายที่เป็นโมโนล็อกของนางเอก ก็เป็นตอนที่แฟนเธอแต่งงาน หรือฉากที่ 2 ที่เป็นเรื่องของพ่อแม่ของนางเอกที่โกรธหลุมศพข้างๆ ที่ตกแต่งจนบังหลุมศพลูกสาวตัว เอง ฉากนี้ตอนดูฉบับละครเวทีไม่ได้ อินมาก แต่พออ่านหนังสืทอแล้วรู้สึกฉาก นี้แรงที่สุด และพูดธีมของเรื่องได้ลึกมาก อนึ่ง หนังสือมีพิมพ์ผิดบ้าง ตรงชื่อนางเอก (เจส กับ เจน) แต่ก็เป็นจุดผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ![]() What I Talk About When I Talk About Running (2007, Haruki Murakami, A+) In the very first pages, I rather dislike this book because I feel the writer immersed with himself too much. But as I keep reading, I began to realize that Murakami has written it by honestly revealing his true-self. We can learn many precious and memorable things from his stories. We can't say that he is a perfect human being but I think he is genuinely a respectable figure. I may say this book is THE PROPHET for the age of .... OK, I avoid the word 'postmodern' since I really don't know what the hell it is. LOL 45นาทีได้มาตั้ง13เล่มถือว่าเยอะเลยน่ะครับ ผมเดินตั้ง2ชั่วโมงได้มา5-6เล่มเอง
![]() โดย: Don't try this at home.
วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:0:58:21 น.กำลังอ่านแช่มช้าอย่างเชื่องช้า
อ่านโนเวเชนโต้แล้วก็ชอบนะ ชอบทั้งหนังทั้งหนังสือเลย แต่ชอบไหมมากที่สุดในสามเรื่องของเขา โดย: เอกเช้า IP: 115.87.72.37 วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:1:01:05 น.
คว้าตรงกัน 3 เล่ม รวมถึงแช่มช้าด้วย
เกร็ดความคิดฯ คว้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่ได้เริ่มเลย ==' โดย: Seam - C IP: 61.90.110.219 วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:11:10:45 น.
ชอบไหมมากกว่าโนเวเชนโต้เหมือนกัน
โดย: Friday Story IP: 118.174.24.14 วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:19:38:30 น.
มีแต่เล่มที่น่าอ่านๆ
โดยเฉพาะ Novecento เพราะเราชอบหนัง The Legend of 1900 น่ะค่า โดย: fonkoon
วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:21:42:53 น.พี่ต่อ คิดถึงจริง ไม่ได้มาเยี่ยมบล๊อคพี่ซะนาน
(เพราะหลังๆ มีแต่เรื่องหนังนอกกระแสที่ปอสัมผัสไม่ถึงอ่ะนะ) ขนาดปอว่างานหนังสือปีนี้ปอก็เดินไวสุดแล้วนะ เพราะไปหลังเลิกงาน เดินอยู่ 90 นาที ได้มา 11 เล่ม แต่พี่ต่อเดินงานหนังสือ 45 นาทีได้ 13 เล่มนี่ยกตำแหน่งให้เลย ว่าแต่... ตอนนี้อ่านจบไปกี่เล่มแล้วพี่? ปล. ปออ่านจบไป 3 เล่มครึ่งอะ โดย: ปอเอง Tenjo_Utena IP: 125.25.101.64 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:12:10:01 น.
|
บทความทั้งหมด
|















ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [
เห็นรายชื่อหนังสือของต่อแล้ว พี่ซึ่งยัง (พยายาม) อ่าน The Lost Symbol อยู่รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก