เขาสันหนอกวัว เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
เนื่องจากอุบัติเหตุทางการสื่อสาร หรือฟ้าลิขิตชีวิตพวกเราทั้ง 9 ชีวิตก็ไม่ทราบได้ 
ทำให้ทริปเดิมที่พวกเราตั้งใจจะไป "เขาช้างเผือก" ต้องถูกเปลี่ยนมาเป็น "เขาสันหนอกวัว" 
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี

กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจเดิมที่ต้องการเดินป่าของพวกเราลดลงแต่อย่างใด 
จะเขาช้าง.. หรือเขาวัว.. ต่อให้เป็นเขากวาง เขาควาย เราก็จะไป อะไรก็ไปได้ทั้งนั้นแหล่ะ 
ขอแค่ไม่สวมเขาเป็นพอ ฮี้!

เมื่อถึงเวลาคืนวันศุกร์ เวลาสองทุ่มตรง จำนวนสมาชิกครบ
เสื้อผ้า (หน้า ผม: 2 อย่างนี้ไม่จำเป็น) รองเท้า กระเป๋า สุขภาพ ความฟิต 
ทุกคนยืนยันว่า พร้อม!!! ออกเดินทางได้   

ขออนุญาตเน้นย้ำเรื่องความฟิตของร่างกาย ทุกท่านควรอย่างยิ่งยวดที่จะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน เป็นอย่างต่ำ เพื่อให้กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อเข่า 
พร้อมกับการถูกทรมาน ด้วยระยะทางชันเป็นเวลาเดินกว่าครึ่งวัน!

เพราะการบาดเจ็บระหว่างทางในป่า เป็นเรื่องน่าเศร้าใจสำหรับทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมทางเป็นอย่างมาก การป้องกันเท่าที่ทำได้ดีที่สุด จึงมีแค่การออกกำลังกาย และอุปกรณ์*

*อุปกรณ์ในที่นี้ หมายถึง 
-เสื้อแขนยาวป้องกันหนามจากกิ่งไม้ หรือใบไม้บาดระหว่างเดินฝ่าดงหญ้า
-กางเกงที่ไม่ใช่ยีนส์ (น้ำหนักกางเกงจะทำให้เราก้าวขาไม่ออก) และต้องเป็นกางเกงขายาวเท่านั้นค่ะ นอกจากเหตุผลเดียวกับเสื้อแล้ว คือ ช่วยป้องกันทาก คุ่นป่า ยุง ฯ
-รองเท้าไม่จำเป็นต้องแพง ขอแค่มีพื้นหนา เดินได้ไกล ขนาดควรให้หลวมนิดหน่อย 
เพื่อป้องกันการกดนิ้วหัวแม่เท้า เมื่อเดินนานๆไกลๆ หากรองเท้าพอดีมากจะทำให้นิ้วเท้าพองได้ คงจะนึกภาพออกนะคะ ว่าถ้าเราน้ิวเท้าพอง เราจะเดินต่อยังไง
-สุดท้ายคือ ของที่ใส่มาในกระเป๋า เอาแค่จำเป็นนะคะ จำเป็นแปลว่า "ชีวิตขาดไม่ได้" 
ลองนึกภาพการสะพายเป้ในเล็กๆนำ้หนักไม่เยอะ ณ ตอนเราลองสะพายครั้งแรก 
แต่หากลองมันอยู่บนแผ่นหลังเราสักครึ่งวัน แทบอยากจะโยนทิ้งค่ะ 
สำหรับบางคนที่ทุกอย่างจำเป็นหมดค่ะ ทำไงดีคะ? ก็เดือดร้อนเพื่อนๆล่ะสิคะ 
ต้องกระจายของให้เพื่อนช่วยถือคนละ 1 ชิ้น

เอ๊า! พร้อมเดินทางได้ ออกจากกรุงเทพฯ 2 ทุ่ม 
ถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลม น่าจะประมาณตี1-ตี2 โดยประมาณค่ะ 
พวกเราพักกางเต้นท์ตอนมืดๆงงๆ แบบนี้แหล่ะค่ะ (ห้ามลืมไฟฉาย)
เพื่อรอเวลาตอนเช้า 

หลังรับประทานอาหารเช้าที่นี่ ก็นั่งรอเจ้าหน้าที่อุทยาน
เอารถกะบะมาขนพวกเราไปยังทางเข้าป่า "เขาสันหนอกวัว"






ถ้าจำไม่ผิด พวกเราน่าจะเริ่มขึ้นเขา "สันหนอกวัว" กันประมาณ 9-10 โมงเช้า
ทางพื้นราบเป็นป่าไผ่ อากาศเย็น สบาย เดิน เดิน เดิน และเดิน
จากนั้นก็เป็นทางขึ้น ขึ้น ขึ้น ชันมาก
เจ้าหน้าที่บอกว่า ที่นี่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีทะเลหมอกตลอดปี 
เพียงแต่การเดินป่าในฤดูหนาว อากาศจะเย็นสบายกว่า
จะช่วยให้เราเดินได้สบายๆ ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน เสียเหงื่อไม่มากนัก 
(นี่ ขนาดหนาวแล้วนะ เหงื่อเปียกโชกเบย) 

ผู้นำทางที่น่ารัก พี่มานะ (นามสมมุต) จากทีม Trekking Thai ตัดกิ่งไม้ขนาดใช้แทนไม้เท้า 
ให้พวกเราคนละ 1 ท่อน

กิ่งไม้วิเศษมากกกกกกกกกกก คร้า มันช่วยให้ชีวิตการเดินขึ้นเขาดีขึ้นอย่างมากมาย
(อย่าลืมใส่ถุงมือด้วยค่ะ) การจับกิ่งไม้นานๆ มือก็จะพองได้อีกเช่นกันค่ะ

และแล้วก็ได้เวลาแวะ พักรับประทานอาหารเที่ยง คำว่า "อยู่กลางดิน-กินกลางทราย"/ 
"ชีวิตมีขึ้น-ต้องมีลง"/ และ"บุกป่า-ฝ่าดง" ความหมายมันชัดเจนเห็นภาพมาก ณ เวลานั้น

สภาพแต่ละคน ไม่ไหวแล้ว 5555555






กว่าจะถึงปลายทาง "เขาสันหนอกวัว" ทุกคนอ่อนล้า บางส่วนบาดเจ็บ บ้างเพราะจับกบ บ้างเพราะสะดุดขาตัวเอง บ้างหัวเข่าเสียหาย บ้างเส้นเอ็นขายึด (สงสัยขาดส่ง)
ต้องออกกำลังกายอย่างสมำ่เสมอ บอกเลย!

มีคนแอบสารภาพ "ก็ตีแบดนะ แต่ยืนให้ลูกวิ่งมาหา" "ก็เล่นโยคะนะ แต่ไปบ้างไม่ไปบ้าง"

มาถึงด้านบนแระ แต่ยังไม่ใช่ยอด "เขาสันหนอกวัว" เราต้องกางเต้นท์กันตรงนี้่ค่ะ
เพราะบนยอดเขาลมแรงมาก ไม่สามารถกางเต้นท์ได้ ณ เวลานั้นน่าจะสักบ่าย 4 โมงเย็น
คุณพี่มานะอีกเช่นเดิม เริ่มตระเตรียมอาหารเย็น ส่วนพวกเราก็ตระเตรียมค่ะ
แต่เตรียมขึ้นยอดเขาฯ เพื่อไปถ่ายรูป

อีกวิวหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้จากยอดเขาสันหนอกวัว คือ วิวเขาเรดาห์ 
ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อพิทักษ์รักษาเขตแดนไทย











สัญลักษณ์นี้ คงพอจะเดาออกว่าที่มาของชื่อ "เขาสันหนอกวัว" มายังไง
พานทำให้นึกถึงโคขุนโพนยางคำ "เนื้อหนอก" ขึ้นมาซะงั้น

การเดินป่าให้ปลอดภัย ไม่เกิดการหลงป่าอย่างที่เป็นข่าวกันบ่อยคือ....
เดินไม่ทิ้งระยะห่างกันมากนัก แต่ก็ไม่ควรใกล้กันมากเกินไป
เพราะกิ่งไม่้จากคนด้านหน้าอาจจะดีดเข้าหน้าได้

เจ้าหน้าที่อุทยาน จะเดินนำหน้า 1 คน เดินปิดท้ายแถวอีก 1 คน
ช่วงกลางๆ แต่ละคนให้เกาะระยะกันไว้
หากเดินไม่ทันคนหน้า หรือเหนื่อยอยากพัก หันหน้าไปไม่เหลือใคร ก็ให้หยุดรอด้านหลังตามมา
ห้ามเดินไปเรื่อยๆเองโดยเด็ดขาด เพราะป่าที่นี่ไม่มีทางดินเป็นถนนหรือเห็นเป็นทางเดินชัดเจน
หรือมี ก็มีหลายแยก หลายทาง อาจหลงได้ง่ายมากๆ




บนยอดเขาสันหนอกวัว หมอกลงตลอดปีค่ะ (จนท บอก) ลมแรงด้วย
ณ จุดที่เรายืนช่วงเย็นวันนี้ จะมองเห็นยอดสันหนอกวัว อีกยอดนึง ลักษณะเดียวกันแต่เล็กกว่า
ซึ่งคือ จุดหมายปลางทางเช้าตรู่ของเช้าวันพรุ่งนี้ค่ะ





หลังอาหารเย็น ทุกคนแยกย้ายโดยเร็วมากกกกกก คืนนี้หลับเป็นตายกันถ้วนหน้า ZZzzzzz
เสียงรถไถนา บนยอดเขาสูง1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเลมาจากไหน? 55555
เป็นหัวข้อสนทนาของเช้าตรู่ วันรุ่งขึ้น

ณ เวลาเกือบๆ ตี 5......อะไรนะ? เราต้องเดินขึ้นยอดเขาสันหนอกวัวเล็ก กันตอนมืดๆเหรอคะ?
ขนาดแสงสว่างโล่ เรายังเหนื่อยกันเกือบตาย นี่มืดสนิท?
สิ้นเสียงบ่น เดินต่อค่ะ เดินมันมืดๆเนี่ยแหล่ะ หยิบไฟฉายด่วน!

ทั้งขาเดี้ยง เข่าเสีย เส้นยึด มากันหมดทุกคนเลย รวมทั้งคนบ่นคนเมื่อกี้ด้วย อิอิ
ใครจะยอมพลาดคะ วิวตอนเย็นยังสวยซะขนาดนั้น วิวตอนเช้าจะสวยขนาดไหน ต้องไปค่ะ








บ้างปล่อยอารมณ์สุนทรีไปกับกาแฟร้อนๆคละเคล้าทะเลหมอก
บ้างเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป สนุกสนาน





ทริปครั้งนี้ สำหรับดิฉัน ค้นพบอะไรหลายอย่าง
การเดินทางนั้น จุดหมายปลายทางสำคัญน้อยกว่าเพื่อนร่วมทางเสมอ
จุดหมายปลายทางนั้นแค่บอกให้เรารู้ว่า เรามีเป้าหมายเดียวกัน
แต่ความสนุกสนานและความสุข มันเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

เคยเที่ยวมาทั้งทะเล ทั้งภูเขา มีครั้งนี้แหล่ะที่ตอบตัวเองได้ชัดเจนขึ้นอีกนิดว่า
"เออเนอะ! ชอบเที่ยวภูเขา (ว่ะ)"

ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ สมาชิก
ขอบคุณค่ะที่ติดตาม




Create Date : 04 มกราคม 2557
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2558 11:08:12 น.
Counter : 4978 Pageviews.

0 comments
เวิ้งว้าง.. กลางหาดทราย.. H U A H I N nonnoiGiwGiw
(15 ก.ย. 2563 13:29:43 น.)
พิจิตร - ขึ้นเหนือเที่ยวนี้ได้รู้จักเมืองแห่งสายน้ำ - โอฆะบุรี tuk-tuk@korat
(17 ก.ย. 2563 13:35:21 น.)
Good Morning Friday : 11.09.2020 : พาเข้าโรงแรม "น้ำแข็ง" บรื๊อออออ!!! Max Bulliboo
(11 ก.ย. 2563 19:58:14 น.)
เที่ยวตรัง ...วังผาเมฆ ตะลีกีปัส
(10 ก.ย. 2563 20:08:10 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Maldive.BlogGang.com

Black Sesame
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]