หลีเป๊ะ & Serendipity Beach Resort



ผ่านไปแปดเดือนจะกลับเข้ามาเขียนบล็อกใหม่ อิชั้นนั่งงมอยู่ตั้งนาน ว่าต้องเข้าตรงไหน ใส่อะไรยังไง นั่งหัวทิ่มอยู่หน้าคอมพ์ตั้งแต่เช้า จนตอนนี้จะบ่ายสองแล้วยังไม่ไปถึงไหนเลย (ต้องกลับมาเขียนบล็อกบ่อยๆ แล้วแบบนี้)






ปีที่แล้วตอนกลับไทยมีทริปที่ประทับใจอยู่หลายที่เลย แต่ที่สุดต้องยกให้ทริปหลีเป๊ะ มีความ paradise on earth อย่างที่สุด คือกลับมายังเพ้อ ยังละเมอถึงหลีเป๊ะอยู่บ่อยๆ จนคิดว่าปีนี้ต้องกลับไปอีกแน่ๆ (ซื้อตั๋วเครื่องบินไปหาดใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว อิอิ) 






เริ่มต้นการเดินทางจากสุวรรณภูมิด้วยการบินไทยเที่ยวแรก ประมาณหกโมงกว่า มาถึงสนามบินหาดใหญ่เจ็ดโมงกว่า เราจองรถจากบริษัท easy lipe ให้มารับจากสนามบินไปท่าเรือปากบารา รถจะไปจอดที่หน้าบริษัทตรงท่าเรือ จากนั้นก็ไปติดต่อกับบริษัทเรือบันดาหยา(หลีเป๊ะมีหลายบริษัทนะคะ เลือกเอาที่คุณชอบและสบายใจ) ยื่นเอกสารการจองให้เค้า พร้อมกระเป๋าเดินทาง รับบัตรคิวขึ้นเรือ ทางบริษัทจะติดป้ายและขนไปลงเรือให้เรียบร้อย











จากนั้นก็ไปหาอะไรใส่ปากใส่ท้องเพราะออกจากรุงเทพเช้ามาก อาหารบนเครื่องป้าเอื้องไม่พอยาไส้ชูกชกอย่างพี่เลย พอใกล้เวลาเรือออก(11:30 น.) ค่อยเดินเข้าไปรอที่ท่าเรือ.... อ้อ เราต้องเสียค่าธรรมเนียมก่อนเข้าไปรอด้านในด้วยนะคะ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ไม่กี่บาทค่ะ (น่าจะ 20 บาทนะคะ ถ้าจำไม่ผิด)






มีป้ายบอกชัดเจนว่า
บริษัทอะไรอยู่ตรงไหน






เรือที่เรานั่งมาเป็นสปีทโบ้ทสี่เครื่องยนต์แบบนี้ค่ะ ถ้าเดินทางช่วงเช้า ให้นั่งฝั่งคนขับเรือนะคะแดดจะไม่ร้อน และนั่งหลังๆ จะได้ไม่กระเด้งกระดอน.... จำไว้นะ(บอกตัวเอง เพราะเดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนก็ไปอีก) เรือจะแวะที่






เกาะตะรุเตาให้ 15 นาที เจอวิวแบบนี้เข้าไป แทบจะรอไปถึงหลีเป๊ะไม่ไหวเลย ตอนนี้เราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมขึ้นอุทยานแห่งชาติ (50 บาทมั้ง) และเก็บบัตรที่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย เพราะเราแพลนที่จะไปดำน้ำ เกาะต่างๆ รอบๆ หลีเป๊ะ และบางที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เราก็ต้องแสดงบัตรนี้ให้เจ้าหน้าที่ดู ว่าเราได้จ่ายมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเวลาไปดำน้ำต้องเอาบัตรนี้ติดตัวไปด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องไปจ่ายซ้ำ











หลังจากนั้นก็จะจอดที่เกาะไข่อีก 15 นาที(ดูความใสสะอาดของน้ำค่ะคุณขา)






และจุดจอดที่สามก็คือเกาะหลีเป๊ะ เรือจะส่งเราที่โป๊ะกลางทะเลที่หางจากฝั่งพอสมควร เพื่อไม่ให้ปะการังที่อยู่ใต้น้ำเสียหาย.... มีพนักงานและเรือจาก Serendipity มารอเราอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องจ่ายค่าเรือให้กับชาวเรือคนละ 50 บาท ถือเป็นรายได้ของคนท้องถิ่นค่ะ ไม่ต้องบ่น จ่ายๆ ไป 555






นั่งเรือจากโป๊ะอีกไม่กี่นาทีก็มาถึงที่พักของเรา อยู่สุดหาดซันไรซ์เลย สวยตั้งแต่เห็นไกลๆ เลย อยู่ทามกลางแมกไม้ พี่ช๊อบชอบ






ถึงแล้ววววว











เราเช็คอินกันตรงส่วนที่เป็นห้องอาหารที่ชื่อว่า On the rocks เพราะสร้างบนก้อนหินน้อยใหญ่ ยื่นไปในน้ำ .... สวรรค์มั้ยคะ






เช็คอินเรียบร้อยแล้วไปดูห้องกันค่ะ เราได้ห้องดอกแก้ว เป็นห้องที่อยู่สูงขึ้นไปเป็นลำดับที่ 2 เป็น type.... Deluxe seaview ทุกห้องที่นี่เห็นวิวทะเลหมดนะคะ ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำ






ระเบียงกว้างขวาง มีเปลให้นอนชมทะเลชิลๆ ด้วย






และนี่คือวิวจากหน้าห้องเรา.... กรี้ดดดดด (กรี้ดนี่คือคุณสามีกรี้ดค่ะ 555)































ห้องกว้างมากเลยค่ะ มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ แอร์ safety box ทีวีพร้อมเครื่องเล่น DVD พร้อมแผ่น ตู้เย็น ชากาแฟ ครีมกันยุง ยาจุดกันยุง ไฟฉาย











ห้องน้ำก็กว้าง ที่นี่ใช้ผ้าถุงและผ้าขาวม้าไว้ให้แขกที่มาพัก น่ารักมากๆ .... ถุงกันน้ำก็มีนะคะ(สีเหลืองที่แขวนอยู่เหนือเสื่อ) วันที่เราไปดำน้ำก็ใช้ถุงของที่นี่ใส่ของลงเรือ หมดห่วงเรื่องของมีค่าจะเปียกน้ำได้เลย






ที่นี่จะเตรียมกระเป๋าเล็กๆ แบบนี้ไว้ให้ใส่ไฟฉายกับกุญแจห้อง 






รู้สึกว่าแม่บ้านจะเปลี่ยนแผ่นให้ด้วย เพราะวันแรกเห็นมีเรื่อง Serendipity ด้วย (รูปนี้ถ่ายวันสุดท้าย)






ยุงที่นี่โหดร้ายมาก และตัวโตโคดๆ ดังนั้นจงจุดและทาซะ











ตอนเช้าน้องๆ พนักงานจะยกอาหารมาเสิรฟให้เราถึงระเบียงห้อง โดยแต่ละวันแม่บ้านจะมาทำความสะอาดสองรอบ สายๆ เก็บที่นอนและทำความสะอาด ตอนบ่ายสี่โมงจะมาเปิดเตียงและทำความสะอาดอีกครั้ง พร้อมทั้งเก็บใบรายการอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้น ว่าเราต้องการทานอะไร เวลาไหน โดยใบรายการจะวางอยู่ในห้อง ดังนั้นถ้าจะออกไปเที่ยวทั้งวัน อย่าลืมเขียนใบรายการนี้ทิ้งไว้นะคะ

พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติทั้งน้องฝรั่งสาวสวยที่เห็นในภาพ และหนุ่มน้อยต่างชาติเพื่อนบ้านเรานี่แหละ พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่ถ้าคุยกับน้องๆ เค้าเป็นภาษาอังกฤษนี่จะปร๋อเลย 
















ลงไปดูหน้าหาดที่เราพักกันบ้างค่ะ ตอนเช้าน้ำลดเลยเดินลงไปดู แม่เจ้า.... อิชั้นเจอดอกไม้ทะเลที่น้ำตื้นแค่เข่ามีหมู่นีโม่ด้วยค่ะ แต่อิชั้นถ่ายรูปไม่ทัน เห็นแว๊บๆ ในกอก็คือน้องนีโม่นั่นแหละค่ะ นี่คือหน้าเซเรน' เลยนะคะ.... ตอนเดินกลับมาอาบน้ำ เอารูปไปกรี้ดกร้าดอวดน้องๆ ที่หน้าฟร้อน น้องเค้าบอกว่าถ้าพี่เดินไปอีกนิด ยิ่งกว่านี้อีกครับ เป็นดงนีโม่และดอกไม้ทะเลเลย.... เสียดายที่อีกวันน้ำไม่ลดเหมือนเดิม เลยอดไปเยี่ยมประชากรนีโม่เลย






หาดหน้าเซเรน' เป็นหาดเล็กๆ ทรายขาวสวย และส่วนตัวมากๆ เนื่องจากอยู่สุดหาด และก่อนที่จะมาถึงหน้าเซเรน' ก็มีกองหินขนาดใหญ่คั่นอยู่ คนภายนอกเลยไม่รู้ว่ามีหาดเล็กๆ แสนสวยอยู่ตรงนี้ .... มุมนี้เป็นมุมโปรดของเราเลย พอสายๆ น้องๆ เค้าจะมาผูกเปล เอาหมอนและเบาะมาวางไว้ให้






เราเช่าเรือออกไปดำน้ำด้วย เฉพาะรอบใน .... ตรงนี้เป็นร่องน้ำจาบัง ตอนแรกพี่จะไม่ลงแล้ว เพราะแค่ดูจากบนเรือก็รู้ว่ากระแสน้ำแรงมากและน้ำลึกด้วย ว่ายน้ำไม่แข็งไม่กล้าลง แต่ลุงไข่คนขับเรือบอกว่าไม่ต้องกลัว เกาะห่วงยางเอาไว้ เดี๋ยวลุงลากไปเอง ใต้น้ำสวยมากค่ะ มีปะการังอ่อนสีแดงสีชมพูเต็มไปหมด 











ไปต่อที่เกาะหินงาม มีเจ้าหน้าที่อยู่บนเกาะ แสดงบัตรค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานให้เจ้าหน้าที่ดูด้วยนะคะ และกรุณาอย่าซ้อนหิน เพราะจะตกลงมาแตก ป้ายเค้าก็เขียนบอกไว้แล้ว ยังมีคนหน้ามึนไปซ้อนอีก และห้ามเก็บกลับมาด้วยนะคะ มีศาลอยู่บนเกาะ และมีคำสาปไว้ด้วย .... ถึงจะไม่เชื่อแต่ก็ควรเชื่อนะ เดินทางกลางทะเลอะไรดีก็ควรทำอะไรที่เค้าเตือนก็อย่า ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ











เกาะผึ้ง.... ชอบตรงนี้มากๆ น้ำใสแล้วก็ไม่ลึก ปะการังเป็นอาณาจักรเลย ทั้งปลาดาว ปลาไหลมอเร่ย์ ดอกไม้ทะเล ปลาสีสวยๆ ทุกสิ่งอย่างได้เห็นจากตรงนี้ สั่งคุณสามีถ่ายรูปอย่าให้หลุดภาพสวยๆ ไปได้ แต่อนิจจานางกดชัตเตอร์ไม่สุด ได้ภาพกลับมาอยู่แค่สองสามภาพ .... ไม่ต้องบอกนะคะว่าโมโหขนาดไหน แทบจะฆ่าสามีหมกป่าที่หลีเป๊ะเลย











แล้วเราก็พักทานข้าวกันที่เกาะราวี (โชว์บัตรขึ้นอุทยานอีกครั้ง) เราต้องเตรียมข้าวมาทานเองนะคะ เราสั่งจากที่เซเรน'ให้เค้าจัดข้าวกล่องไว้ให้ สั่งมาเผื่อลุงไข่ด้วย.... น้ำทะเลแถวสตูลนี่สุดๆ เลย สวยอะไรอย่างนี้ 






พอกลับขึ้นเรือ ลุงไข่เตรียมสัปปะรดไว้ให้ด้วย น่ารักที่สุดเลย ฟาดกันไม่เหลือค่ะ.... ลืมบอกไปว่าลุงไข่จะมีฟินกับเสื้อชูชีพ และพวกน้ำดื่มทั้งหลายให้เราด้วยนะคะ กลับไปอีกรอบเราก็จะไปดำน้ำอีก จะจองลุงไข่คนเดิมนี่แหละใจดีมากๆ 






และที่สุดท้ายคือหลังเกาะอาดัง ตอนนี้เหนื่อยแทบจะไม่อยากลงน้ำแล้ว แต่กลัวลุงไข่เสียน้ำใจ เพราะลุงบอกว่าลงเถอะอยากให้เห็นใต้น้ำสวยๆ อีกที่ ตรงนี้ก็สวยจริงๆ ค่ะ แต่พี่เหนื่อยแล้ว เลยไม่ค่อยลั้นลาเท่าไหร่











ตอนนั่งเรือกลับ ตรงนี้คือวิวแถวฝั่งซันไรซ์ น้ำใสกิ๊กเลย ขนาดกลางทะเลนะคะ
















เราพักที่เซเรน' สามคืน แล้วย้ายมาพักฝั่งหาดบันดาหยา(หรือหาดพัทยา) อีกสองคืน ไม่ประทับใจทั้งโรงแรมและหาดฝั่งนี้ วุ่นวายมากค่ะ เราเลือกโรงแรมที่ดีที่สุดของฝั่งนี้ ราคาก็พอๆ กับที่เซเรน' เลย แต่การบริการรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้อง แตกต่างกับเซเรนอย่างคาดไม่ถึง เสียดายเงินสุดๆ รู้งี้พักเซเรน' ห้าคืนรวดเลยดีกว่า






แล้วสองวันสุดท้ายบนเกาะหลีเป๊ะ เราก็เจอพายุค่ะ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เพื่อนฝูงและแม่พากันเป็นห่วงอยู่ๆ ก็หายไป
















ก่อนวันสุดท้ายบนเกาะหลีเป๊ะ เห็นมีแดดออกมาแว๊บนึง เลยเดินไปดูวิวที่เมาท์เท่นรีสอร์ทที่อยู่ฝั่งซันเซ็ท เค้าลือกันว่าวิวสวยมาก (แต่ไปเห็นแล้วเราว่าวิวที่เซเรน'กินขาดค่ะ) พอไปถึงพายุก็ตั้งเค้ามาเลย ทั้งลมทั้งฝนน่ากลัวสุดๆ อีกวันกลับตอนสายๆ พายุสงบแดดจัดจ้า ค่อยโล่งอกไปหน่อย 







สามวันที่อยู่เซเรนเรากินข้าวที่นั่นทุกมื้อเพราะอาหารอร่อยถูกปาก ราคาก็ไม่ได้แพงมาก(ราคาอาหารบนเกาะมันก็แพงทุกที่ ดังนั้นเรารับได้ค่ะที่มันสูงกว่าปรกติ ขออร่อยก็พอ)

พอย้ายมาฝั่งบันดาหยา เราเลยตามรอยในพันทิปที่เค้าบอกกันว่าร้านนั้นร้านนี้อร่อย แต่สำหรับเรามันไม่อร่อยอ่ะค่ะ เลยวัดดวงหาร้านเอง มาเจอร้านนี้ที่อยู่ใกล้ๆ ปากทางเข้าถนนคนเดินฝั่งซันไรซ์ เจ้าของร้านเป็นคนเชียงราย อาหารอร่อยถูกปากเราเลย เพราะไม่ทำอาหารติดรสหวาน และราคาก็ดีมากๆ 






ห้าคืนเจ็ดวันบนเกาะหลีเป๊ะเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงจริงๆ แต่นั่งคุยกับลุงไข่ ลุงบอกว่าเมื่อก่อนหลีเป๊ะสวยกว่านี้ นักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก ขยะก็แทบไม่มีให้เห็น (ตอนนี้เยอะมาก และแถวหาดพัทยามีแต่ที่พัก แออัดมากค่ะ) อยากให้ทุกคนที่ไปเที่ยวช่วยกันเรื่องขยะด้วยนะคะ ทิ้งกันให้เป็นที่ อะไรที่จะลดขยะได้ก็ช่วยกันลด เราเลยซื้อที่ใส่น้ำแบบนี้ไว้เลยตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง จะได้ช่วยลดขวดพลาสติก และถ้ามีขวดแบบนี้ เดินเข้าไปในร้านหรือรีสอร์ทที่มีป้าย Trash Hero เค้าจะเติมน้ำดื่มสะอาดๆ ให้คุณฟรีๆ เลยค่ะ .... ช่วยๆ กันเนอะ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าทุกคนช่วยกันมันก็ช่วยลดขยะได้จำนวนมหาศาลเลยค่ะ











Create Date : 06 กรกฎาคม 2559
Last Update : 1 ตุลาคม 2559 0:20:45 น.
Counter : 4194 Pageviews.

0 comments
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 272 " เลียนแบบ " การให้โอกาสแก่คนอื่นที่น่าชื่นชม newyorknurse
(26 ก.พ. 2564 06:41:37 น.)
ทุ่งนาบ้านฉัน zungzaa
(24 ก.พ. 2564 15:18:21 น.)
No. 963 re เรื่องราวจากป่า (ตอนป่าหนองควาย หางดง) ไวน์กับสายน้ำ
(28 ก.พ. 2564 19:47:36 น.)
...เที่ยวเมืองน่าน...ตอนที่ 1..(11-15 ธันวาคม 2563).. คนผ่านทางมาเจอ
(22 ก.พ. 2564 11:17:22 น.)

Lurano.BlogGang.com

ปลาทอง9
Location :
Hamburg  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]

บทความทั้งหมด