เธอคือแสงดาวอันอบอุ่น ![]() เรื่อง : ลุงรัน ในเย็นวันหนึ่งของฤดูหนาวที่ใกล้จะลาจาก ความมืดคืบคลานมาเร็วกว่าปกติ ทั้งที่เพิ่งจะเข้าช่วงเย็นมาได้ไม่นาน ดวงดาวแต้มแสงเป็นจุดใสๆ กระจายอยู่บนเวิ้งฟ้าบ้างแล้ว เมื่อผมหอบร่างฝ่าสายลมเย็นออกมาจากธรรมศาสตร์ ผมเร่งสาวเท้าข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน ที่เป็นฝั่งสนามหลวงทันที โดยวันนี้ กลุ่มพลังมวลชนได้นัดชุมนุมใหญ่ เพื่อขับไล่ผู้นำประเทศในความผิดฐาน บกพร่องทางจริยธรรม ขึ้นที่นี่ ![]() เมื่อข้ามถนนมาได้ ผมจึงมาหยุดยืนเก้ๆ กัง ๆ อยู่ที่ใต้ต้นมะขามใหญ่ต้นหนึ่ง เยื้องๆ กับที่พักรถเมล์ เพื่อชั่งใจดูก่อนว่า จะเอายังไงดีต่อไป และจากที่ที่ผมยืน มองเห็นเวทีอภิปรายสีสันฉูดฉาด ตั้งเด่นอยู่ตรงฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ มีการแสดงดนตรี อ่านบทกวี สลับกับการอภิปรายโจมตีท่านผู้นำหน้าเหลี่ยมอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องตะโกนขับไล่ของผู้ชุมนุมเรือนหมื่น ดังกึกก้องราวกับฟ้าจะถล่ม สีเหลือง-สัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนไหวต่อสู้ สว่างไสวไปทั่วอาณาบริเวณ ในกลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านั้น ผมแลเห็นชายชราอายุเลย 60 ปี ร่างซูบผอมเหี่ยวย่นซ่อนอยู่ในชุดคนไข้สีขาว นั่งอยู่บนรถเข็นที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง มือข้างหนึ่งโบกสะบัดธงชาติไทยผืนเล็กๆ ไปมา ด้วยท่าทีอิ่มใจ มีนางพยาบาลยืนเกาะรถเข็นอยู่ที่ด้านหลัง จากภาพที่เห็น ผมอดไม่ได้ที่จะหวนนึกไปถึงคำพูด และรอยยิ้มเย้ยหยันของเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่ง ที่เมื่อสักครู่ ผมได้ชักชวนให้มาร่วมชุมนุมด้วยกัน ไร้สาระน่า เรามันชนชั้นมันสมอง ไม่จำเป็นต้องไปเย้วๆ อย่างนั้นหรอก เหนื่อยเปล่า เขาหรี่ตามองไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม ที่คลาคล่ำอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน พร้อมกับยักไหล่ ก่อนจะแยกเดินจากไป ลมหนาวไม่รู้เค้าพัดเอาความอ้างว้างประหลาดแผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจผม ![]() สักพัก ผมจึงตกลงใจได้ว่า จะไปนั่งฟังอภิปรายอยู่ที่หน้าขอบเวที เห็นท่าจะดี จะได้เห็นอะไรถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น คิดได้เช่นนั้น จึงบ่ายหน้าไปยังที่นั่นทันที แต่เมื่อไปถึง ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เพราะมีคนนั่งกันเต็มพรืดไปหมด ผมจำต้องเดินเลี่ยงมาที่ด้านข้างของเวทีแทน ซึ่งพอจะมีที่ว่างเหลือให้ยืนอยู่ได้บ้าง ยืนดูวงดนตรีบนเวที บรรเลงเพลงคั่นรายการอภิปรายได้สัก 10 นาที ก็เกิดกระหายน้ำขึ้นมา คิดเดินไปหาซื้อที่ร้านรถเข็นขายน้ำที่มีแสงไฟวับแวม เรียงรายอยู่ที่รอบนอกท้องสนามหลวง ขณะหมุนร่างเพื่อออกเดิน ร่างใหญ่ของผมก็เกิดไปปะทะเข้าอย่างจังกับร่างแบบบางของหญิงสาว ที่อายุอานามน่าจะราวต้น ๆ 20 ผมเซผงะถอยไปเล็กน้อย แต่ร่างของเธอกลับถลาร่อนไปราวกับนกปีกหัก และลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นในเวลาต่อมา สายตาทุกคู่ในที่นั้นพุ่งมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ดวงหน้าสวยสะอาดบ่งบอกถึงความตื่นตกใจจนชวนเศร้า ก่อนจะยิ้มแหยๆอย่างเขินอาย สองมือคลำป้อยที่บั้นเอว ขณะที่ใบปลิวที่มีข้อความโจมตีท่านผู้นำด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน กับผืนผ้าสีเหลืองผืนน้อยจำนวนมากมายที่เคยอยู่ในมือ ตกกระจัดพลัดพรายไปตามพื้นหญ้าชื้น เมื่อตั้งสติได้ ผมรีบปราดลงไปนั่งใกล้ๆ ร่างนั้น ช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยคำขอโทษขอโพยสำหรับความพลาดพลั้งที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงก้มลงเก็บสิ่งของต่างๆ ที่เกลื่อนอยู่ที่พื้นหญ้ามาคืนเธอ ก่อนจากกัน เธอส่งยิ้มอันเดียงสาและบริสุทธิ์มาให้ผมอย่างไม่ถือโกรธ มือเรียวงามยื่นใบปลิวกับผืนผ้าสีเหลืองมาให้ ผมพับใบปลิวยัดใส่กระเป๋าเสื้อ ส่วนผ้าผืนนั้น ผมนำมาผูกหลวมๆไว้ที่คอ แล้วร่างบางเบากับผมยาวสลวยที่มีใบปลิวและผืนผ้าสีเหลืองแนบอกอยู่ ก็หายลับเข้าไปในคลื่นคนที่แออัด
อีกหลายวันต่อมา อาจเป็นลมฤดูหนาวกระมัง ที่พัดพาให้ผมมาเจอเธออีกครั้ง ขณะกำลังเดินแจกจ่ายสิ่งของให้แก่ผู้ชุมนุมเหมือนเช่นเคย ผมทักทายเธออย่างลังเล เอ่อ จำผมได้ไหมครับ เธอส่งยิ้มให้ผมอย่างงง ๆ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากน้อยของเธอ ผมรีบทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อน ก็ที่เมื่อคืนวันนั้น ทันใดนั้น เธอจึงพยักหน้าขึ้นๆ ลงๆ อย่างนึกได้ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนแก้มแดงระเรื่อ พร้อมกับยกมือไหว้ผมอย่างนอบน้อม ค่าที่อยากถ่ายโทษกับเหตุการณ์ในคืนนั้น ผมเอ่ยปากขอแบ่งสิ่งของในมือเธอ เพื่อนำมาช่วยแจกจ่ายให้แก่ผู้ชุมนุม นับจากนั้นเป็นต้นมา ในทุกๆ ครั้งที่มาร่วมชุมนุม ผมจะมาช่วยเธอแจกใบปลิวและผืนผ้าสีเหลืองเสมอ จนเราเริ่มสนิทสนมกัน เธอเล่าให้ฟังว่า เธอมาจากจังหวัดแห่งหนึ่งริมชายฝั่งทะเลทางใต้ มีพ่อแม่และพี่ชาย เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทั้ง 3 คนเป็นครูประถมในอำเภอเล็กๆ กลางหุบเขา ส่วนตัวเธอเองกำลังศึกษาวิชากฎหมายอยู่ในมหาวิทยาลัยเปิดย่านหัวหมาก พร้อมๆกับทำงานให้กับองค์กร NGO ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งหนึ่งในถิ่นเกิด ชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมของชุมชน ให้รอดพ้นเงื้อมมือของพวกนายทุนท้องถิ่น แต่ทันทีที่เกิดสภาวะวิกฤตการณ์ผู้นำขึ้น เธอและเพื่อนๆอีก 2-3 คน จึงชักชวนกันเดินทางขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานการชุมนุม พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ ที่มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ ก็ท่านเองนั่นแหละ ที่เป็นคนสอนว่าประเทศชาติเป็นของเราทุกคน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชาติ เราจะนิ่งดูดายไม่ได้ และเราจะต้องเลือกยืนอยู่บนความถูกต้องเสมอ เธอบอกกับผม ด้วยสำเนียงปร่าแปร่งแบบคนใต้ ผมนั่งฟังนิ่ง พลางพินิจหน้าใสที่ไร้การตกแต่งใดๆ ลึกในใจ... รู้สึกศรัทธากับความเป็นคนมีความคิด ผิดไปจากเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันหลายๆคน ที่ผมเคยพบพานมา ต่างกันจนกล่าวได้ว่า ราวดอกไม้ที่ผลิบานจากกิ่งก้านเดียวกัน แต่ต่างทั้งสีสัน และคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของชีวิต ในยามนั้น ท่ามกลางหมู่ดาวที่เกลื่อนอยู่บนท้องฟ้ามืด ดาวสวยดวงหนึ่งผุดวาบขึ้นกลางฟ้า ส่งประกายแสงเป็นแฉกๆ สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาของผม
ระยะนี้ สภาพอากาศในบ้านเมืองเรา ปรวนแปรวิปริตอย่างผิดสังเกต ลมฝนและลมหนาวคละเคล้ากันอย่างแยกไม่ออก บางวันอากาศเจิดจ้าสดใสด้วยแสงตะวัน แต่บางวันกลับครึ้มเศร้าด้วยเมฆฝน ลักษณะเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่สับสนปนเป จนยากจะคะเน หรือพยากรณ์ใดๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ในขณะที่ผู้นำประเทศยังคงยืนกรานไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้จะถูกกดดันจากกลุ่มพลังต่าง ๆ มากมายสักเพียงใด แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ได้เกิดกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนผู้นำรัฐบาล ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด และรวมตัวกันอยู่ที่สวนสาธารณะใหญ่กลางเมืองหลวง สิ่งนี้ยิ่งสร้างสภาวะความตึงเครียดให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพบ้านเมืองแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝัก 2 ฝ่ายไปทั่วทุกหัวระแหง แบ่งออกเป็นพวกที่รัก และพวกที่เกลียดชังผู้นำ ผมอดหวั่นวิตกลึกๆไม่ได้ว่า ความรุนแรงอาจจะอุบัติขึ้นเมื่อใดก็ย่อมได้ เมื่อนั้นเลือดและน้ำตาของประชาชนผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะต้องไหลนองท่วมพื้นแผ่นดินไทย ผมได้แต่เฝ้าถามตัวเองด้วยความไม่เข้าใจว่า เมื่อช้างสารชนกัน แต่ทำไมนะ หญ้าแพรกกลับต้องมาแหลกลาญไปกับเขาด้วย ? 24 กุมภาพันธ์ 2549 แทนการลาออกอย่างที่หลายฝ่ายต้องการ นายกรัฐมนตรีกลับประกาศยุบสภาฯ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว มีการวิเคราะห์กันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเล่ห์กลทางการเมือง เพื่อลดทอนกระแสกดดันที่บีบคั้นอยู่ในห้วงเวลานั้น พร้อมกับหวังจะใช้การเลือกตั้งเป็นหนทางฟอกตัว เพื่อหวนคืนสู่ตำแหน่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง การยุบสภาฯ ที่มีวาระซ่อนเร้นซุกซ่อนอยู่นี้ กลับยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเป็นเท่าทวีคูณ การชุมนุมประท้วงมีท่าทีว่า จะยืดเยื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ![]() ในคืนหนึ่ง ริมถนนแสนสวย หลังเวทีอภิปราย ผมและเธอได้มีโอกาสนั่งปรารภกันเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ ผมถามเธอไปว่ารู้สึกท้อบ้างไหม กับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อจนเหมือนจะไร้ซึ่งจุดจบ ไม่ค่ะ เราท้อไม่ได้ เราต้องอดทนต่อไป ความยากลำบากที่เรากำลังประสบอยู่นี้ มันคุ้มค่ากับสิ่งดีงามที่กำลังรอคอยเราอยู่ อีกไม่ช้า ความบ้าคลั่งหลงใหลในอำนาจของเขา มันจะยุติลง อำนาจที่เขายื้อแย่งมาจากประชาชน จะหวนคืนสู่มือเราอีกครั้ง เธอบอกกับผมอย่างนั้น น้ำเสียงใส หากทว่ามั่นคง ผมพูดขึ้นบ้าง พลางส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เวลานี้ ประเทศของเราเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้าย เรามีผู้นำประเทศที่ดื้อด้าน ไร้ยางอาย และเจ้าเล่ห์ เกินกว่าที่จะยอมลุกไปจากเก้าอี้แต่โดยดี ทั้งที่หมดความชอบธรรมไปแล้วตั้งหลายครั้งหลายหน แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ไม่มีวันที่อำนาจแห่งอธรรมจะข่มธรรมไว้ได้อย่างแน่นอน แล้วเราจะชนะในที่สุด ขณะพูด ดวงตาของเธอทอประกายแวววาว แข่งกับแสงดาวบนฟากฟ้ายามนั้น... ขอบฟ้าแห่งการสนทนาของเรา มายุติลงเอาเมื่อราว 4 ทุ่มเศษ เธอรบเร้าให้ผมกลับบ้าน ค่าที่รู้ว่าผมมีสอบในตอนรุ่งเช้า เธอบอกด้วยว่า เธอเองก็จะต้องห่างหายจากการชุมนุมไปชั่วคราว เมื่อเย็นที่ผ่านมา ทางบ้านได้โทรศัพท์มาว่า แม่ของเธอที่ตามปกติแข็งแรงดี ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน แต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไร แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงต้องกลับบ้านไปดูแลท่าน เพราะพ่อและพี่ชายต้องไปสอนหนังสือทุกวัน หากแม่อาการดีขึ้นแล้ว เธอจะรีบกลับมาร่วมชุมนุมใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน โดยเธอจะออกเดินทางในตอนเช้าของวันใหม่ เราร่ำลากันโดยต่างไม่รู้แน่ชัดว่า เมื่อไรจึงจะได้พบพานกันอีก เธอพุ่มมือไหว้ลาผมอ่อนโยน ในท่ามกลางคำกล่าวอวยพรของผมที่ขอให้เธอโชคดี และขณะที่ผมเริ่มต้นเดินจากมา ทันใดนั้น เธอจึงพูดขึ้นเสียงดังเหมือนเพิ่งนึกได้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสลอยมาตามสายลมเย็น อืม...อยากได้ของฝากอะไรเป็นพิเศษจากใต้บ้างไหมคะ เอาตัวคุณกลับมาก็พอแล้วครับ ผมหันหน้ากลับไปตอบเธออย่างยิ้ม ๆ จากนั้น เราทั้งสองจึงส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางแสงดาวอันอบอุ่น ![]() แล้วข่าวเศร้าก็มาเยือนพร้อมๆ กับสายลมปลายฤดูหนาว ในช่วงค่ำของคืนวันถัดมา ... เมื่อผมได้รับแจ้งข่าวว่า รถทัวร์คันที่เธอโดยสารกลับบ้าน ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำลงกลางทาง เธอ-หญิงสาวมากฝัน ผู้มีหัวใจอันอบอุ่นและบริสุทธิ์ใสเหมือนแสงแห่งดวงดาว เจ้าของความเชื่อที่ว่า ไม่มีวันที่อำนาจแห่งอธรรมจะข่มธรรมไว้ได้อย่างแน่นอน สิ้นใจตายคาที่ ก่อนจะทันถึงบ้านเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยอย่างที่ได้ตั้งใจ ระหว่างยืนรอรถเมล์กลับบ้าน อยู่บริเวณที่พักรถเมล์ บนท้องฟ้าในคืนนั้นที่ดูหม่นหมองจนน่าใจหาย ผมคล้ายแลเห็นดาวสวยดวงเดิม ส่งแสงจรัสจ้าขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะร่วงหายไปจากขอบฟ้า... **แด่...ทัศนีย์ รุ่งเรือง แกนนำในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิให้กับชาวบ้านลานหอยเสียบ อ.จะนะ จ.สงขลา กรณีโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลย์ และหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมขับไล่ผู้นำรัฐบาล เธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถโดยสารพลิกคว่ำ ที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อ 16 มีนาคม 2549 ขณะกลับจากร่วมชุมนุมกับเครือข่ายพันธมิตรฯที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ![]() -เรื่องนี้... ความจริงเคยตีพิมพ์ในนิตยสารการเมืองฉบับหนึ่งเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ซึ่งเมื่อตอนที่ส่งเรื่องสั้นไปให้บรรณาธิการพิจารณา จะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ บรรณาธิการเมล์มาบอกว่า คงได้ค่าเรื่องน้อยหน่อย ในตอนนั้น ผมตอบกลับไปอย่างไม่ได้คิดว่า "ขอแค่ได้ตีพิมพ์ก็พอ" :)
โดย: รัน IP: 124.121.200.185 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:21:55 น.
..........ดี ค่ะ............
อ่านแล้วรู้สิกว่าจะต้องทำให้ชีวิตตัวเอง กลับมามีคุณค่าขึ้นมาบ้าง : ปกติก็ชอบทำความดีนะคะ แต่เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ที่เวลามีเรื่องทุกข์ รีกำลังมีความสุข ก็มักจะลืมสิ่งที่เราเคยเป็นตัวของเราเองไปบ้างบางเวลา (จะใช้เวลาที่ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อทำประโยชน์มให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่....) โดย: Pukpui-ka IP: 58.8.61.4 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:29:05 น.
ขอแสดงความเสียใจในการจากไปและดีใจด้วยที่เธอมิได้จากไปกับความว่างเปล่าเธอยังมีอุดมการณ์และความดีที่เธอได้กระทำไปแล้วให้คนทั่วไปได้สรรเสริญและเดินทางตามอุดมการณ์ที่เธอฝันไว้
โดย: แสงตะวัน IP: 124.120.234.251 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:37:13 น.
ในวันที่บ้านเมืองมีสภาพแปรปรวนและรุนแรงคล้ายอากาศ อย่างน้อยยังมี ความอบอุ่นกับความดีที่ยังเหลือไว้.. :) โดย: ยัยตัวยุ่ง IP: 125.25.210.101 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:25:57 น.
เสียใจด้วยครับ
โดย: ก๋ง IP: 117.47.56.169 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:25:28 น.
ถึงเวลาที่แสงดาวจะอบอุ่นอีกครั้งแล้วครับ
ขอชวนผู้ที่มีใจรักชาติออกไปช่วยกันต่อสู้ ไล่ทุนสามานย์ออกจากผืนดินไทยด้วยกันนะครับ *พันธมิตรทุกคนจะสู้แทน คุณทัศนีย์ รุ่งเรือง ด้วยอุมดมการณ์เดียวกันครับ ![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:07:04 น.หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย
โดย: พันธมิตรพังงา IP: 61.19.67.45 วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:00:54 น.
แวะมาเยี่ยมคุงพี่จ้า สบายดีแวะไปบอกด้วยนะคร้า
![]() โดย: nadear_ku
วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:11:58:41 น.อาจารย์ ขยันได้ลงตีพิมพ์เนอะ
โดย: mam IP: 202.149.24.161 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:58:52 น.
ยังมีผู้ที่ทำเพื่อความถูกต้องชอบธรรมอย่างแท้จริง แต่คนบางคนและบางกลุ่มต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่...
โดย: มะลิซ้อนซ่อนรัก
วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:38:17 น.ผมอ่านแล้วรู้สึกคิดถึงอาจานย์ขึ้นมาทันที เป็ฯเรื่องราวที่ดีมากเลยครับ ยังไงผมก็ยังชอบสไตล์การเขียนของอาจารย์มากๆ ไม่รู้ว่าอาจารจำผมได้หรือป่าว BIW/11
โดย: aonjana@hotmail.com IP: 124.120.14.91 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:09:54 น.
|
บทความทั้งหมด
|

















ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [