เมืองในฝัน รัน ![]() ในม่านมืดของสถานที่แห่งนั้น ภาพพร่าเลือนของชายกลางคนในชุดคนกวาดถนนค่อยๆ ปรากฏขึ้น และแจ่มชัดอย่างยิ่งในเวลาชั่วอึดใจ เสื้อและกางเกงที่ห่อหุ้มตัวเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่มาบัดนี้ กลายเป็นสีเทาค่อนไปทางดำ ส่วนที่กระเป๋าหลังด้านซ้ายของกางเกง มีหมวกปีกสีเดียวกันเหน็บอยู่ พินิจดูใบหน้าของเขา อนิจจา ! มันช่างดูซูบซีด อิดโรย โดดเดี่ยว และอ้างว้างอย่างร้ายกาจ ชายวัยกลางคนยืนเกาะราวรถเมล์ที่แออัดเป็นปลากระป๋องเพื่อให้พากลับบ้าน มันเป็นเวลาเย็นที่ท้องฟ้าแดงฉานเหมือนทาไว้ด้วยเลือดนก แซมไว้ด้วยเมฆฝนสีดำสนิทประปราย ในรถเมล์ที่เขาโดยสารมา แทบไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่เลย แออัดไปด้วยผู้คนที่แตกต่างกันในทุกรายละเอียด ราวกับย่อโลกเส็งเคร็งมาไว้ที่นี่ แต่น่าประหลาด ! ไม่มีรอยยิ้ม ไม่พูดคุย จะมีก็แต่เพียงเสียงเครื่องยนต์รถที่กำลังครางหึ่งอยู่ รวมทั้งเสียงยางรถยนต์ที่เสียดสีอยู่กับพื้นถนนเท่านั้น สามีภรรยาคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าชายคนกวาดถนน ผู้ภรรยาท้องแก่เจียนใกล้คลอด ทั้งสองน่าจะมีอายุเกิน 10 ขวบมาเล็กน้อย ในวัยเช่นนี้ ทั้งสองควรจะกระโดดโลดเต้นอยู่ในรั้วโรงเรียนที่ไหนสักแห่ง แต่ช่างเถอะ สมัยนี้อะไร ๆ ก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้หมด แม้แต่เจ้าเด็กกระเป๋ารถที่ยืนอยู่ตรงบันไดรถข้างหน้า ยังเดาะใส่ชุดสีกากีหรู คอยเก็บเงินค่าโดยสาร ไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าหน้าที่สรรพากรที่คอยรีดไถภาษีอากรของประชาชน เพื่อแลกกับการบริการห่วย ๆ และการคอรัปชั่นของรัฐ พับผ่าสิเอา! ขณะที่รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ร่างกายส่วนหลังของชายคนกวาดถนนถูกเบียดชิด แนบสนิทด้วยคนลักเพศที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ อายุของมันคงไล่เลี่ยกันกับเขา-เขาคิด หูตาของมันแวววาวทีเดียว เขาพบว่าทุกครั้งที่รถเบรก เจ้าคนลักเพศพยายามจะโถมตัวเข้าใช้ความเป็นชายกับด้านหลังของเขา ถี่กระชั้นจนเขาต้องเหลียวหน้ากลับไปดู และเหลือบเห็นคราบดวงน้ำเป็นเมือกขนาดหัวแม่มือที่เป้ากางเกงสีขาวของมัน เขาสบถขึ้นในลำคอ ไอ้สัตว์ ชายคนกวาดถนนผวาคล้ายจะออกตาม แต่ก็หยุดยั้งไว้เพียงแค่นั้นเหมือนชั่งใจได้ ปากพึมพำ ช่างแม่ง ปล่อยให้เจ้านั่นแหวกว่ายฝูงคนหนีไปหลบอยู่ที่ท้ายรถ และเข้าไปยืนต่อท้ายข้างหลังหญิงชราต่อไป สักพัก เสียงหญิงชราวัยใกล้ 70 จึงร้องตะโกนดังลั่น น้ำหมากกระเซ็นเลอะเทอะเสื้อสีทรายของนาง ไอ้ลามก กูนะแก่คราวแม่มึงแล้วนะ อย่า อย่าทำยายเลย โอ๊ย ! ช่วยยายด้วย ใครก็ได้ช่วยที ไม่มีใครช่วย ไม่มีเสียงตอบรับ ในตอนที่ไอ้บ้ากามพยายามลวนลามหญิงชราบนรถเมล์ มันพยายามปลดโจงกระเบนของหญิงชราคนนั้น อีกชั่วอึดใจ ไอ้วิตถารเดินรูดซิบกางเกง เปียกชุ่ม ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งก้าวลงไปจากรถเมล์ ใบหน้าของมันมียิ้มเจ้าเล่ห์แปะอยู่ หญิงชรานอนสลบไสล ผ้าผ่อนหลุดลุ่ยอยู่ที่พื้นรถเมล์นั่นเอง ![]() เอ๊ะ! เสียงร้องขอความช่วยเหลือของนางเบาไปหรือเปล่านะ? เปล่านี่8! คงมีแต่เพียงเบาะนั่งกับพวงมาลัยรถเท่านั้นแหละกระมังที่จะไม่ได้ยิน ! เด็กกระเป๋ารถขยับกระบอกตั๋วเสียงดังก๊อกแก๊ก หยิบเงินทอนให้ผู้โดยสารใหม่ เหมือนไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ให้ตายเถอะ ! คนกวาดถนนเห็นอะไรบางอย่างในดวงตาของทุกคนบนรถเมล์ มันเป็นเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร และเครื่องหมาย ฿ สลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว บรรยากาศความโดดเดี่ยว อ้างว้างอย่างรุนแรง ดูเหมือนแทรกซึมไปทั่วทุกอณูบนรถเมล์คันนี้ แม้จะมีผู้โดยสารอัดแน่นจนแทบจะไม่มีพื้นที่ให้หายใจ ใครนะบอกเอาไว้ว่า มีคนมากมายแต่เหมือนไม่มีใครเลย ในความเป็นจริง สิ่งนี้อาจจะแทรกซึมไปทั่วทุกหนแห่งบนโลกใบนี้แล้วเสียด้วยซ้ำ ---คนกวาดถนนคิดอยู่เพียงลำพัง! ![]() ความรู้สึกของเขาจะเลวร้ายลงไปกว่านี้ ถ้าไม่เหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยคนนั้นในชุดขาวทั้งชุด วัยราว 4 ขวบ เจ้าหนูนั่งอยู่บนตักแม่ตรงเบาะที่เขายืนอยู่ ดวงตากลมโตมองตรงมาที่คนกวาดถนนด้วยสายตา และรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ คนกวาดถนนพินิจใบหน้าของหนูน้อยในชุดขาว คลับคล้ายว่าปากน้อยขยับขึ้นลงเป็นคำพูด โลกของลุงเป็นอย่างไรบ้างฮับ เสียงพูดคล้ายเสียงดนตรีอันไพเราะดังขึ้น แย่ว่ะ ยิ่งวันยิ่งแย่ ความรักมันเหือดหายไปหมดแล้ว เอ็งก็ลองดูเอาเองแล้วกัน ว่าแต่ว่า แล้วโลกของเอ็งละไอ้หนู เป็นยังไงบ้าง น้ำเสียงแหบพร่าของเขาเอ่ยออกไป พลางก้มหน้าหลบตาของเจ้าหนูน้อย เจ๋งไปเลยฮับลุง หนูน้อยชุดขาวหัวเราะร่าสดใสดุจเสียงกรุ๋งกริ๋งของระฆังเงินในโบสถ์ ลุงอยากกลับไปเป็นเด็กเหมือนเอ็งจังเลยว่ะ เจ้าหนู เขาเอามือยีหัวเจ้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู ทำไมทุกวันนี้ คนกวาดถนนถึงน้อยลงละฮับ ? สีหน้าของเจ้าหนูสลดลง คนกวาดถนนตอบไปด้วยน้ำเสียงเหมือนร่ำไห้ แต่ก่อน ลุงอยากเป็นคนกวาดถนนก็เพื่อปัดกวาดบ้านเมืองที่รักของลุงให้สะอาด แต่ยิ่งนับวันจำนวนคนทิ้งขยะมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้ บางวันลุงยังเผลอทิ้งขยะลงบนพื้นถนนเสียเองก็ยังมี เสียงฟ้าร้องคำราม ครืน ครืน ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ เจ้าหนูน้อยกับแม่หายวับไปกับตา ! ![]() สักพัก รถเมล์พาเขามาถึงที่พักซึ่งเป็นบ้านเช่าหลังใหญ่แบ่งให้เช่า คนกวาดถนนก้าวเดินไปที่ห้องพักของสาวใหญ่ ผู้ที่เขาจ้างให้เลี้ยงลูกสาวกำพร้าแม่วัย 2 ขวบ แม่ของหนูน้อย ซึ่งก็คือเมียของเขา เมื่อไม่กี่วันมานี้ เธอได้หนีไปอยู่กินฉันท์ผัวเมียกับเด็กสาวข้างห้อง สาวใหญ่คนนี้เคยเป็นเจ้าของร้านขายคัมภีร์ทางศาสนามาก่อน แต่เจ๊งไม่เป็นท่า จึงเซ้งร้านให้คนอื่นทำเป็นร้านขายวิซีดีโป๊ เห็นว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หล่อนไม่มีลูกมีผัว อยู่ตามลำพังในห้องพักนี้ มีหมาอัลเซเชี่ยนตัวใหญ่เป็นเพื่อนชื่อว่า ไอ้โจ ชาวบ้านลือกันว่า ไอ้โจ เป็นผัวของนาง ชายคนกวาดถนนหัวเราะ หึ หึ เมื่อนึกได้ถึงตรงนี้ พึมพัมกับตัวเอง ยุคนี้ ความอัปรีย์จัญไรใด ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นจริง ๆ เมื่อไปถึงที่ห้องของนาง คนกวาดถนนตรงไปอุ้มลูกสาวกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง เด็กน้อยหลับปุ๋ยอยู่คาอก ขณะกำลังเดินตรงไปที่เตียงนอน บนฟ้ามืดด้านนอก เกิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบ และปรากฏแสงไฟเป็นเส้นสายวิ่งพาดผ่านบนใบหน้าของชายคนกวาดถนน เสียงฟ้าคำรามกึกก้องที่ดังตามมา นำพาภาพเลวร้ายต่าง ๆ นานา ผุดวาบขึ้นในห้วงความคิด ![]() ผู้คนบนรถเมล์ที่ในดวงตามีเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร และ เครื่องหมาย ฿ ! เด็กสาวท้องโย้คราวลูก ! ไอ้วิตถาร ! หญิงชราวัยใกล้ 70 ! สาวใหญ่กับไอ้โจ ! และเมียของเขากับเด็กสาวข้างห้อง ! ภาพเหล่านี้คล้ายเข็มแหลมที่วิ่งวนเวียนและทิ่มแทงอยู่ภายในหัวสมอง ปวดร้าวจนแทบจะแตกโพล๊ะออกมา ในเวลานั้น ท้องฟ้าด้านนอกกลับยิ่งแปรปรวนรวนเรหนักขึ้น มีเสียงลมพายุพัดดังโหยหวนคล้ายเสียงอสุรกายจากนรก ฝนสีเลือดนกเริ่มเทลงมา ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งทะลักเข้ามาถึงในห้องพักจนแทบอ้วกแตก ทันใดนั้น เสียงตะโกนของชายคนกวาดถนนจึงดังขึ้น โว้ย ย ย ย พ่อรักหนูมากนะ สิ้นเสียง ที่ผนังด้านหนึ่งของห้อง ปรากฏมีเงาดำทะมึนสูงใหญ่ใช้วัตถุสี่เหลี่ยมนุ่มนิ่มคล้ายหมอนกดทับลงไปที่ใบหน้าของร่างเล็กบนเตียง ร่างน้อยดิ้นขลุกขลักทุรนทุราย สองแขนไขว่คว้า สองขาแกว่งไกวไปในอากาศ และนิ่งสงบลงไปในอีกไม่นาน จากนั้นเงาดำใหญ่ที่ฝาผนังจึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ครั้งนี้ คล้ายมีวัตถุยาวจ่ออยู่ที่หัวตัวเอง สักพัก จึงเกิดเป็นเสียงดัง ปัง ไฟในโรงหนังเปิดสว่าง พรึบ ขึ้นพร้อมกัน คนดูพากันลุกจากที่นั่งเดินตรงไปที่ช่อง ประตูทางออก มีเสียงพึมพำจากเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง สมแล้วที่ชื่อเรื่อง เมืองนรก แม่งน่ากลัวฉิบหาย เด็กวัยรุ่นคนเดิมกำลังทิ้งหางตั๋วหนังลงในถังขยะใบใหญ่ที่ป้ายรถเมล์ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งฟากถนนกับ โรงหนังดังกลางกรุง คัทเอาท์โฆษณาขนาดใหญ่ของหนังเรื่อง เมืองนรก ของนักสร้างหนังรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ยืนอาบไล้แสงจันทร์ เด่นเป็นสง่าอยู่หน้าโรง บนคัทเอาท์เป็นรูปภาพวาดของชายคนกวาดถนน ขณะยืนอยู่บนรถเมล์ที่แออัดไปด้วยผู้คน เขานึกในใจขณะจ้องมอง หนังแม่งเว่อร์เมืองที่ไหนว้า มันจะโสมมขนาดน้าน..น..น เพียงชั่วครู่รถเมล์สายที่จะพาเขากลับบ้านวิ่งฝ่าความมืดของราตรีมาจอดลงตรงหน้า . แน่นเชียว มีคนห้อยโตงเตงอยู่ตรงบันไดทางขึ้นทั้งข้างหน้าและหลัง เขาก้าวเท้าขึ้นทางประตูหลัง ในรถเมล์ที่เขาโดยสารมาแทบไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่เลย แออัดไปด้วยผู้คนที่แตกต่างกันในทุกราย ละเอียด ราวกับย่อโลกเส็งเคร็งมาไว้ที่นี่ แต่น่าประหลาด ! ไม่มีรอยยิ้ม ไม่พูดคุย จะมีก็แต่เพียงเสียงเครื่องยนต์รถที่กำลังครางหึ่งอยู่ รวมทั้งเสียงยางรถยนต์ที่เสียดสีอยู่กับพื้นถนนเท่านั้น สักพัก เด็กวัยรุ่นจึงตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง ช่วยด้วย ครับ ช่วยด้วย ผมถูกล้วงกระเป๋า ไม่มีใครช่วย ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่เสียงอึกทึกอึกอักดังขึ้นต่อมา ชายผมยาว ร่างผอมเกร็งเหมือนติดยากระโดดลงจากรถทันทีที่รถหยุดลงตรงสี่แยกไฟแดงหน้าห้างสรรพสินแห่งใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืด บนพื้นรถ ร่างไร้วิญญาณของเด็กวัยรุ่นคนนั้นนอนเหยียดยาวจมกองเลือดสีแดงคล้ำ นัยน์ตาเหลือกถลนจนแทบล้นทะลักออกมานอกเบ้า มีมีดปอกผลไม้ปักคาอยู่ที่ท้อง ![]() เรื่องนี้คือสภาพที่แท้จริงของเมืองที่ชื่อว่า กรุงเทพมหานคร
โดย: คนธรรมดา IP: 125.25.80.68 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:03:04 น.
![]() ![]() ยังไง ยังไงก็ต้องหายใจต่อไป ในฐานะสัตว์ประเสริฐ โดย: แพะเลือดเดือด IP: 58.9.64.63 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:15:19 น.
ซาบซึ้งมาครับ อ่านแล้วคิดถึงเมื่อตอนวัยรุ่นเลย
โดย: BadGuyแฟนคลับSky IP: 58.9.111.110 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:29:35 น.
แวะมาลงชื่ออ่านนะครับ
เดี๋ยวขออ่านให้ละเอียดอีกทีนะ อิอิ ![]() อิอิ โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง
) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:15:54:55 น.เรื่องนี้ตัดต่อดีมากเลยลองอ่านกันดูนะครับ รับรองอ่านไป 1วรรคแล้วจะติดตามไปทั้งเรื่องเลย
*โออาคุงกล่องแวะมาเยี่ยมอีกแล้ว ขอบคุณครับ ![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:20:37:10 น.รู้สึกเหมือนกันว่า ในยุคนี้สมัยนี้
หาความปลอดภัยรอบกายยากเย็นเหลือเกิน จิตใจผู้คนเปลี่ยนแปลงไป เกินคาดเดา เข้ามาอ่านบ่อยน่ะ แต่ไม่ค่อยได้เม้นต์น่ะ มีความสุขมาก ๆ น่ะ ฝันดี... โดย: Link_conner55
วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:23:08:12 น. สุดยอดเลยลุงรัน สภาพความเป็นจริงในสังคมเมืองปัจจุบัน
โดย: คนบ้าเกม IP: 124.120.244.232 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:10:17:04 น.
น่ากบัวจังเลย ถ้าเจแบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงดีแย่ๆ
![]() โดย: wind IP: 58.147.64.119 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:0:35:32 น.
เพลงเร้าใจมากเลยกอล์ฟ กำลังเซ็งพอดี ดีวุ้ย มีไรให้อ่าน
ตอนนี้อยู่ระนองนะ อีกประมาณอาทิตย์นึงจะกลับกรุงเทพ แล้วไงเจอกันจ่ะ บ๋ายบาย ~* ps. เป็นกำลังใจให้นะ พ่อนักเขียนขี้อาย /gg ![]() โดย: Emy` IP: 61.7.190.2 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:9:50:13 น.
บ่ะแล้ว (ตบเข่าเสียงดังฉาด!) ขนาดนี้เลยเหรอคุณกอล์ฟ
![]() โดย: รัน IP: 202.29.54.62 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:19:17:03 น.
สังคมน่ากลัวขึ้นมากตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปค่ะ
![]() โดย: หว้ากอ IP: 58.9.113.61 วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:21:14:16 น.
เพลงนี้ของอัสนี-วสันต์ผมเองก็ลืมมันไปแล้ว ฟังครั้งแรกสมัย ป.3-4ได้มั้งถ้าจำไม่ผิด พี่รันเขาไปขุดมาจากไหนไม่รู้ให้เอามาใส่ประกอบเรื่อง มันเลยดูเร้าใจแบบขลังๆ
สังคมสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ถึงบางครั้งตัวเราเองจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆเรื่องแต่เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมให้ได้ *ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมครับ **คิดถึง เอมมี่(Emy) คนสวยจังเลยครับ ![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:15:23:07 น.////สังคมสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ถึงบางครั้งตัวเราเองจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆเรื่องแต่เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมให้ได้///
น้องกอล์ฟพูดขัดหูพิลึก ปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมได้ไงละน้องกอล์ฟ ต้องช่วยกันทำให้สังคมมันดีขึ้นสิจ๊ะ...ที่รัก ![]() โดย: พี่รัน IP: 202.29.54.62 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:19:03:42 น.
|
บทความทั้งหมด
|






















ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [