ค่ำคืนแห่งสายฝนกับเรื่องราวในร้านกาแฟ ลุงรัน ![]() หัวค่ำของคืนหนึ่งในฤดูฝน ขณะเม็ดฝนร่วงลงมาเป็นสาย มีแสงไฟแปลบปลาบพาดผ่านบนฟ้ามืดเป็นบางช่วง บรรยากาศซึมเซาเหงาพิกล ทันใดนั้น รถยนต์คันหนึ่งได้แล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของเมืองที่ตกแต่งอย่างง่ายดายหากแต่งดงาม จากกระจกใสที่กั้นอยู่ที่ด้านหน้าร้าน แลเห็นแสงเทียนวับแวมอยู่ตามโต๊ะต่าง ๆ ท่ามกลางความสลัวภายในร้านกาแฟแห่งนั้น นอกจากนี้ เหนือประตูของร้าน มีกระดิ่งเล็กๆแขวนไว้ คราใดที่มีแขกเข้าร้าน มันจะส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นทุกครั้งไป สักพักนึง ชายหนุ่มลูกค้าประจำของร้านจึงก้าวลงมาจากรถคันนั้น พร้อมกับวิ่งฝ่าม่านฝนหนาเข้าสู่ใต้ชายคาของร้านรวง พลางมองสำรวจร่างเปื้อนฝนของตัวเองอย่างเงอะงะ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเช็ดไปตามร่างที่พราวไปด้วยหยดน้ำ และอีกชั่วประเดี๋ยว ชายคนที่ว่าก็ได้ก้าวเข้ามาในร้านที่ตอนนี้มีลูกค้าอยู่บางตา หญิงสาวเจ้าของร้านส่งรอยยิ้มอบอุ่นแหวกอากาศหนาวเย็นและเสียงไวโอลินที่บรรเลงเพลงไพเราะอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้านไปให้เขา แต่เขากลับนิ่งเงียบ เฉยชา เธอสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขาดูหมองหม่นผิดไปจากทุกวัน รู้สึกใจหายเมื่อระลึกได้ถึงรอยยิ้มและคำตอบรับคำทักทายอันสดใสของเขาในวันคืนที่ล่วงมา
เขาเดินหงอยๆไปที่โต๊ะตัวน้อยตรงมุมสุดของร้านใกล้กับเคาเตอร์เก็บเงินอันเป็นที่ประจำของเขาแต่ไหนแต่ไรมา ครั้งนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง เขาร้องสั่งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลและครีมเทียม หลังจากเธอชงเสร็จแล้ว ขณะยกมันมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะของชายหนุ่ม แม้ในใจจะกริ่งเกรงอยู่บ้างว่า เขาอาจจะไม่พอใจกับการที่เธอจะก้าวล้ำเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของเขา เพราะอันที่จริง เส้นทางชีวิตของเขาและเธอที่มาบรรจบกันก็แต่เพียงภายในร้านกาแฟแห่งนี้เท่านั้น เธอเป็นเจ้าของร้าน เขาเป็นลูกค้าประจำ ...ก็เท่านั้นจริงๆ ทว่าด้วยสำนึกแห่งความห่วงใยอันบริสุทธิ์ เธอตัดความกังวลที่ว่านี้ออกไป ตัดสินใจเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขาและมีสิ่งใดบ้างที่เธอพอจะช่วยเหลือแบ่งเบามันได้ ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเศร้าพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย ในระหว่างที่ยกถ้วยกาแฟที่มีไอร้อนลอยคลุ้งอยู่ขึ้นจิบ จากนั้นจึงเบือนหน้าทอดสายตาเหม่อลอยออกไปยังท้องถนนที่มีสายฝนโปรยปรายอยู่ที่นอกร้าน เวลาผ่านไปพร้อมๆกับความเงียบงำจนได้ยินเสียงฝนพรำ ไม่มีคำพูดใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของเขาเลย ทั้งที่ ตามปกติแล้ว ในห้วงเวลาเช่นนี้ ขณะละเลียดกาแฟถ้วยโปรด เขามักจะส่งเสียงชวนเธอคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปพลางๆอยู่เสมอ ทั้งเรื่องที่ทำให้สุขและเศร้า เงียบเหงาและเบิกบาน จนดูราวกับว่า ในยามที่ทั้งสองได้พูดคุยกัน ขอบฟ้าของการสนทนาได้แผ่ขยาย กว้างไกลออกไปทุกที ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เวลาผ่านไป ฝนหยุดตกแล้ว กาแฟพร่องไปเพียงเล็กน้อย เขาวางเงินเท่ากับราคากาแฟไว้ที่บนโต๊ะข้างถ้วยกาแฟว่างเปล่า ลุกขึ้นยืนและหันกายไปที่ประตู ทำท่าคล้ายจะจากไปโดยปราศจากคำล่ำลา หญิงสาวรีบคว้าถุงกระดาษสีน้ำตาลอ่อนบนเคาเตอร์ที่เธอได้ตระเตรียมไว้ก่อนหน้า มาถือไว้ในมือ และเดินตรงไปที่เขา พร้อมกับยื่นถุงใบนั้นให้แก่ชายหนุ่ม เขารับมันไปอย่างงง ๆ จากนั้นจึงเปิดมันออกดู แล้วเขาก็พบว่า ภายในถุงใบนั้น มีขนมเค้กรสชาติที่เขาโปรดปราน บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกใส สีม่วงเข้มของบลูเบอร์รี่ที่ราดอยู่เหนือครีมสีขาวละมุน มองดูสะดุดตา เขามักจะสั่งมันติดมือกลับไปทานที่บ้านด้วยทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ ชายหนุ่มจำได้แม่นยำว่าเขาไม่ได้สั่งเลย เพราะในช่วงเวลาอันย่ำแย่เช่นนี้ เขาไม่มีแก่จิตแก่ใจที่จะทานมันหรอก หญิงสาวเอ่ยปากขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มทำสีหน้าฉงน ฉันให้ค่ะ ไม่คิดเงินหรอก เออ..และไม่ว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายใด ๆที่เกิดขึ้นกับคุณอยู่ในขณะนี้ ฉันขอภาวนาให้ทุกอย่างดีขึ้นในเร็ววันนะคะ เขาพยักหน้ารับคำบอกนั้นอย่างตื้นตัน ก่อนจะหันกายเพื่อเตรียมจากไป เดียวก่อนค่ะ หญิงสาวร้องเรียกเขา มือเรียวสวยของเธอคว้าร่มที่มีชื่อร้านที่แขวนอยู่ที่ผนังข้างหนึ่งของร้าน ยื่นส่งไปให้เขา เขารับมันมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะผลักประตูเดินออกจากร้านมา และตรงไปยังรถยนต์ของเขา ท่ามกลางแสงดาวพร่างพรายเต็มฟ้าใสหลังฝนซา
ค่ำคืนถัดมา... ฝนยังคงตกหนักอยู่ที่นอกร้านเหมือนเช่นคืนวาน ภายในร้านกาแฟของหญิงสาวที่ เวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่มาหลบฝน บรรดาลูกค้าต่างพากันสั่งเครื่องดื่มร้อน ๆ มาดื่มแก้หนาวกัน เสียงพูดคุยจอแจดังเคล้าไปกับเสียงไวโอลิน ท่ามกลางกลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟหลากหลายชนิดลอยกรุ่นไปทั่วร้าน และแล้ว อย่างไม่คาดฝัน ทันใดนั้น ชายหนุ่มหน้าเหงาคนเมื่อคืนวานก็ผลักประตูร้านเข้ามา ในมือของเขามีร่มของร้านที่เปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน และในหน้ามีรอยยิ้มระบายอยู่ เขาเดินผ่านผู้คนในร้านตรงมาที่หญิงสาวเจ้าของร้านที่กำลังวุ่นวายกับการบดเมล็ดกาแฟและชงกาแฟถ้วยแล้วถ้วยเล่าอยู่ที่เคาเตอร์ ชั่วอึดใจ เขาก็มายืนอยู่ที่ตรงหน้าเธอ แต่แทนที่จะสั่งอะไรมาดื่มแก้หนาวเหมือนเช่นลูกค้าคนอื่นๆ เขาเอ่ยเรียกเธอเสียงแผ่ว คุณเจ้าของร้านครับ และยื่นดอกกุหลาบสีชมพูดอกหนึ่ง พร้อมกับกระดาษชิ้นเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งมาให้กับเธอ จากนั้นจึงเดินตัวปลิวออกจากร้านไปพร้อมกับรอยยิ้มตรงไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ที่หน้าร้านอย่างร่าเริง แตกต่างจากอาการเศร้าซึมเมื่อค่ำคืนวานอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ปล่อยให้เธอและคนในร้านได้แต่ตะลึงกับท่าทีแปลก ๆ ของเขา เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฝนเริ่มซา คนในร้านต่างพากันทยอยออกจากร้านไปจนเหลือเพียงไม่กี่โต๊ะ หญิงสาวนั่งลงบนม้านั่งตัวน้อยหลังเคาเตอร์ เปิดอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ในจดหมายที่เขียนมาถึงเธอ เขาเขียนข้อความเอาไว้ว่า ถึงคุณเจ้าของร้าน ทุกวันนี้ บนโลกที่ร่ำรวยวัตถุแต่ยากจนเวลา มีคนไม่มากนักหรอกที่จะยอมเสียเวลามาสนใจใยดีกับความทุกข์ของคนอื่น แม้มันอาจจะดูช่างเป็นสิ่งเล็กน้อยเสียเหลือเกินกับสิ่งที่คุณได้กระทำไปเพื่อผม แต่คุณจะเชื่อหรือไม่ว่า เพราะน้ำใจที่คุณมีให้กับผมเมื่อค่ำวานนี้ มันทำให้ผมตื่นจากฝันร้าย และมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาจัดการ กับปัญหาที่รุมเร้าอยู่ในขณะนั้นได้อย่างประหลาด และถึงแม้ว่าในเวลานี้ ปัญหาของผมมันจะยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงไปก็ตามที แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนในอีกไม่นานครับ ผมเขียนจดหมายฉบับนี้มาถึงคุณ ก็เพียงเพื่อที่จะบอกว่า ผมรู้สึกดีใจที่ในห้วงเวลาที่ไม่พบใคร อย่างน้อย ผมก็ยังพบคนเช่นคุณ -คนที่อบอุ่นจริงใจที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้แก่เพื่อนร่วมโลก ... ขอบคุณนะครับ...สำหรับความใจดีของคุณ อืม ไม่ทราบว่า ผมจะขอมากเกินไปไหม ? หากผมจะขอให้คุณเป็นเช่นนี้ตลอดไป จาก ลูกค้าประจำของคุณ ![]() ... แวะมาอ่านน่ะ
![]() โดย: ภาพถ่ายทางอากาศ ของจังหวัดสุโขทัย (1) (Link_conner55
) วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:15:19:22 น. ในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ ถ้ามนุษย์ทุกคน ต่างมีใจที่งดงาม มีจิตที่เอื้ออาทร ห่วงหาและให้กำลังใจต่อผู้ที่กำลังเดือดร้อน ไม่ว่าทางกายหรือใจเช่นนี้ เหมือนกับท่านเจ้าของร้านกาแฟ ที่มีต่อลูกค้าของเธอ โลกนี้คงจะน่าอยู่น่าอภิรมณ์ขึ้นอีกมาก
แต่ในความเป็นจริง คนส่วนมากมักจะห่วงแต่ตัวเอง ตกอยู่ในห้วงแห่งความอยากได้ใคร่มี เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ไม่รู้จักเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เงินตรา วัตถุ แล้วในที่สุด สิ่งเหล่านี้ ก็มักนำมาซึ่งความเดือดร้อนอย่างไม่คาดฝัน ดีครับ เรื่องนี้อ่านแล้ว ได้คติเตือนใจ ทำให้รู้ว่า มนุษย์นั้น เวลามีทุกข์มีร้อน กำลังใจจากผู้คนรอบข้าง มีความสำคัญมาก เปรียบเหมือนโอสถทิพย์ที่สามารถชะโลมจิตใจให้แข็งแกร่งได้ โดย: ชาญวิทย์ IP: 58.9.112.199 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:16:34:38 น.
*ขอบคุณ คุณภาพถ่ายทางอากาศ มากครับที่แวะมาเยี่ยมเยีน ภาพถ่ายสวยมากครับ ยังไงแวะมาบ่อยๆนะ^_^
**ขอบคุณคุณชาญวิทย์ที่มาเยี่ยมเราอีกครั้ง ส่วนเรื่องนั้นยังไง ผมส่งเมลล์ตอบกลับไปแล้วนะครับ ![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:17:08:58 น.มาเยี่ยมแว้ว
โดย: A IP: 58.8.22.246 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:19:55:47 น.
ได้กลิ่นกาแฟหอมหวนพร้อมอุ่นไอรัก
โดย: คนธรรมดา IP: 58.9.97.158 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:23:45:17 น.
คนข้างบนอ่ะ เรื่องใหม่เสร็จยัง แว่บไปแว่บมา อย่าลืมล่ะ
![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:2:25:05 น.คุณ เจ้ากอล์ฟครับ จะเอาเรื่องที่ได้ขีดเขียนเสร็จแล้ว
มาบริการท่านผู้อ่านได้อย่างไร เช่นวางรูปแบบอย่างเหมือนของท่าน " ลุงรัน " หรืออย่างน้อย ก็เอาผลงานมาให้ท่านผู้อ่าน ได้อ่านกัน ช่วยชี้แจงวิธีการบ้างนะครับ โดย: ชาญวิทย์ IP: 58.9.112.50 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:19:45:46 น.
ได้บรรยากาศเหงาๆของคืนวันฝนตกโดนแท้
จะมีซักกี่คนกันนะ ที่มีจิตใจดีแบบนี้ โดย: GuZy IP: 222.123.38.169 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:21:53:30 น.
จะมีซักกี่คนกันนะ ที่มีจิตใจดีแบบนี้...
สิ่งแรกที่เราจะต้องทำ ก็คือต้องเชื่อก่อนครับ ต้องเชื่อว่า...มีคนแบบนี้จริงๆ ส่วนมันจะมีกี่คนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ![]() โดย: รัน IP: 124.121.188.174 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:21:57:26 น.
*คุณชาญวิทย์ส่งเรื่องใหม่มาที่เมลล์ได้เลยครับ พร้อมรหัสด้วยที่ golffythekid@hotmail.com
**ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนคร้าบ ![]() โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross
) วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:22:09:50 น.อ่านแล้ว รู้สึกว่ากาแฟที่ดื่มอยู่ทุกวัน มันหอมอุ่นกว่าเดิมเยอะเลย
![]() โดย: คนบ้านนอก IP: 222.123.117.64 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:12:46:25 น.
น่ารักดีค่ะเรื่องนี้^^
โดย: Wind IP: 124.157.168.55 วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:20:10:23 น.
ชอบครับสงสัยต้องแวะมาที่นี่บ่อยๆซะแล้ว
โดย: นิสิต IP: 58.9.112.37 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:3:45:49 น.
ยินดีครับ สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าเก้าเข้ามาเลยครับ
![]() โดย: รัน IP: 124.121.186.171 วันที่: 17 ตุลาคม 2549 เวลา:9:56:06 น.
แวะมาทักทายคะ
ชื่อเรื่องนี่ดูเหมือนจะเหงา ๆ อ่ะนะ แต่เพลงนี่สนุกมากเลยคะ มันขัดกันหรือเล่าคะ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่คะ โดย: เขียนฟ้าด้วยปากกาดาว IP: 83.199.121.32 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:52:39 น.
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นจังค่ะ
โดย: คนตัวดำๆ ผมหยิก IP: 125.24.99.131 วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:12:00:38 น.
ผมชอบเรื่องนี้มากที่สุด
เคยอ่านตั้งแต่ปีกายใน เว็บนักเีขียนแห่งประเทศไทย นอกรอบ ได้ข่าวว่า คุณจรัล จะไปที่พระรามแปดด้วย ดีใจที่จะได้พบกันครับ โดย: รุ่งฤทธิ์ IP: 58.8.171.71 วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:31:56 น.
อมยิ้มเมื่ออ่านจบ
อุ่นใจเมื่อรู้ว่ายังมีใครบางคนคอยเป็นห่วงอยู่เสมอ โดย: rubino IP: 125.25.39.7 วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:15:27:10 น.
|
บทความทั้งหมด
|










) วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:15:19:22 น.






ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [